“หญิงหน่อย” เสนอ 2 มาตรการช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหาร จี้รัฐบาลเร่งมือก่อนคนตัวเล็กหมดลมหายใจ

วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเสนอ 2 มาตรการ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของธุรกิจร้านอาหารซึ่งได้รับผลกระทบจากการควบคุมการระบาดของโควิด-19 พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหาร ก่อนคนตัวเล็กจะล้มทั้งกระดาน

โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ให้รัฐบาลช่วยจ่ายเงินค่าแรงพนักงาน 60% ให้เงินช่วยเหลือ สำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก เดือนละ 10,000 ยกเว้นการเก็บภาษี1-2 ปี ขอความร่วมมือเอกชนลดค่าเช่า ขอลดค่า GP สำหรับการสั่งซื้อทาง Online ตั้ง”กองทุนเพื่อธุรกิจอาหารไทย” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบรายย่อยที่อยู่นอกระบบ ให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้โดยเร็วที่สุด และ “พักชำระหนี้” ทั้งต้นและดอกอย่างน้อย 1 ปี และลดดอกเบี้ย

เน้นย้ำรัฐบาลต้องเร่งนำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด เพื่อให้วิกฤตินี้จบ นำประเทศไทยกลับสู่สภาวะปรกติโดยเร็ว

มาตรการต่างๆ เช่น การไม่ให้มีนั่งกินอาหารที่ร้าน ทุกคนเข้าใจได้ว่า เพื่อความปลอดภัยจาก COVID-19
แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ยอดขายของร้านอาหารลดลงถึง 70-80%

ทุกวันนี้ เมื่อดิฉันไปลงพื้นที่ ร้านอาหารทั้งรายย่อย เล็ก กลาง ใหญ่ ต่างสะท้อนตรงกันว่า “ไปกันไม่ไหวกันแล้ว” แทบขายไม่ได้เลย การปรับตัวไปขายออนไลน์ ก็มีแค่บางร้านที่ทำได้ และต้องจ่ายส่วนแบ่งให้ App จนไม่เหลือกำไร

ร้านอาหารเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทำรายได้กว่า 400,000 ล้าน จ้างงาน 2-3 ล้านคน แต่เวลานี้ร้านอาหารไทยกำลังจะตาย

ร้านอาหารขนาดเล็กของครอบครัว เลี้ยงคนไทยให้มีชีวิตรอดวันต่อวัน เมื่อขาดรายรับคือไม่มีเงินจ่ายหนี้ จ่ายค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ส่วนร้านอาหารขนาดกลางและขนาดใหญ่ ก็ต้องแบกรับค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าที่ ถ้าร้านอาหารเหล่านี้ทุนหมด ไม่มีเงินหมุน ก็ต้องปลดพนักงาน หรือเลิกกิจการ จะทำให้มีตัวเล็กต้องรับผลกระทบจำนวนมาก

ดิฉันเห็นด้วยและสนับสนุนที่รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือบางประการไปแล้ว แต่มาตรการเหล่านี้ก็ยังไปไม่ถึงผู้ประกอบการจริงๆ

ดิฉันและพรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องช่วยทำคือ

1. ออกมาตรการเยียวยาเร่งด่วน เพื่อช่วยพยุงชีพร้านอาหาร ไม่ต้องปิดตัว และพนักงานไม่ตกงาน
– ช่วยจ่ายเงินค่าแรงบางส่วนให้การจ้างพนักงาน 60% เพื่อไม่ให้เกิดการปลดพนักงาน
– ให้เงินช่วยเหลือ สำหรับร้านอาหารขนาดเล็กที่เป็นกิจการส่วนตัวทำเองในครอบครัว ประมาณเดือนละ 10,000 บาท
-ยกเว้นการเก็บภาษี 1-2 ปี
-ช่วยขอความร่วมมือเอกชนลดค่าเช่า
-ช่วยขอความร่วมมือเอกชนลดค่า GP สำหรับการสั่งซื้อทาง Online

2. เร่งเสริมสภาพคล่อง ต่อลมหายใจให้ร้านอาหาร
-สำหรับร้านอาหารที่อยู่ในระบบ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการเป็นสิ่งที่ดี และมาถูกทางแล้วแต่ปัญหาคือ ผู้ประกอบการเข้าถึงได้น้อยและยังไม่เพียงพอ ดังนั้น ต้องรีบแก้ไข เพื่อให้เข้าถึง Soft Loan ได้รวดเร็ว และพอเพียงต่อการพยุงธุรกิจ
– ตั้ง”กองทุนเพื่อธุรกิจอาหารไทย” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบรายย่อยที่อยู่นอกระบบ ให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้โดยเร็วที่สุด
– “พักชำระหนี้” ทั้งต้นและดอกอย่างน้อย 1 ปี และลดดอกเบี้ย

มาตรการชั่วคราวเหล่านี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ลดการปิดตัวของร้านอาหาร และการตกงานของพนักงาน ทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุ่นเวียนต่อไปได้

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลต้องเร่งนำเข้า”วัคซีน” ที่มีประสิทธิภาพ และฉีดให้เร็วที่สุด เพื่อให้วิกฤตนี้จบ นำประเทศไทยกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ยิ่งรัฐบาลฉีดวัคซีนได้เร็วเท่าไร ความทุกข์ของคนไทยก็จะยิ่งจบเร็ว และรัฐบาลก็จะใช้งบประมาณในการชดเชยและเยียวยาน้อยลงเท่านั้น

รัฐบาลต้องมีแผนงานที่แน่นอน และควรประกาศให้ประชาชนไทยทราบอย่างชัดเจนแล้วว่า จะฉีดวัคซีนให้คนไทยได้จบวันไหน ประเทศไทยจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อไหร่

คนไทยจะวงวันนั้นไว้ในปฏิทินได้ จะได้รู้ว่า ต้องกัดฟันทนไปถึงเมื่อไร ผู้ประกอบการต่างๆ ต้องการความแน่นอน เพื่อที่จะได้คำนวนเงินในบัญชี วางแผนการเงินไปให้รอดถึงวันนั้นได้

เวลานี้คือ ช่วงเวลาวิกฤต ทุกนาทีที่รัฐบาลทำงานล่าช้าคือความตาย ความยากจน และความทุกข์ของประชาชนค่ะ

ดิฉันขอวิงวอนให้รัฐบาล
เร่งดำเนินการช่วย
#คนตัวเล็กเหล่านี้ ก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจกันค่ะ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
#สุดารัตน์
#พรรคไทยสร้างไทย
#สู้เพื่อคนตัวเล็ก
#COVID19
#โควิด19

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนที่รัก : Pierre ว่าด้วยการกลืนกิน / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
บทความถัดไปยังไง? หมอเผยเอง “วัคซีนทางเลือก” ต้องถูกรีดภาษีถึง 2 รอบ!! รวมกว่า 24%