กักตัวตำรวจเสี่ยงสูง 488นาย หลังมี ตร.ใน กทม. ติดเชื้อแล้ว 124นาย ผบช.น.เผยเพิ่มตรวจเชิงรุก เข้มมาตรการ

วันนี้ (16 เม.ย.64) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มข้าราชการตำรวจ สังกัด บช.น. ดังนี้ปัจจุบันได้รับรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.น. ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 124 นาย และกักตัวกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จำนวน 488 นาย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 เม.ย.64 เวลา 10.00 น.) โดยที่ตรวจพบเจ้าหน้าที่ตำรวจติดเชื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้มีการตรวจเชิงรุกให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น รวมทั้งครบระยะเวลาที่เชื้อมีการฟักตัว

ทั้งนี้ จากกรณีที่ สน.มีนบุรี ตรวจพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 นาย และมีหนังสือให้ข้าราชการตำรวจทุกนายกักตัว เพื่อรอรับการตรวจหาเชื้อ รวมถึงกรณีที่ สน.อุดมสุข และ สน.ลาดพร้าว มีคำสั่งแจ้งรายชื่อผู้มีความเสี่ยงสูง นั้น บช.น. ขอชี้แจงว่า ไม่ได้มีคำสั่งกักตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง สน. โดย สน.อุดมสุข พบผู้ติดเชื้อ 2 นาย สน.ลาดพร้าว ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ส่วนการกักตัว บช.น. ได้มีหนังสือกำชับการปฏิบัติตามแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนด ในเรื่องของการพิจารณาว่าผู้ใดมีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องทำการกักตัว หรือผู้ที่มีความเสี่ยงไล่เรียงลงมา ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ กลุ่มเฝ้าระวัง หรือไม่มีความเสี่ยง เพื่อให้การออกคำสั่งกักตัวเป็นไปตามแนวทางที่ภาครัฐกำหนด เท่าที่จำเป็น สามารถบริการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ ให้บริการประชาชนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ได้แนะนำให้สังเกตอาการ หลีกเลี่ยงการไปที่ชุมชน และปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอื่นๆ

นอกจากนี้ยังได้กำชับการปฏิบัติ ตามข้อสั่งการ ตร. ที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคที่ภาครัฐกำหนดโดยเคร่งครัด เช่น ปฏิบัติตามหลัก D-M-H-T-T การ Work from home การปฏิบัติงานแบบเหลื่อมเวลา การจัดผลัดการปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุมพื้นที่/ระยะเวลา/ความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยให้ปรับลดกำลังพลได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่ให้เกิดความเสียหายต่อราชการและการบริการประชาชน และจะต้องสามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ก่อนการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งจัดสถานที่ให้มีเครื่องป้องกัน เช่น เฟสชิลด์ แผ่นประจกกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน รวมทั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ หาก สน. ใด มีปัญหาในด้านกำลังพล ให้ ผบก. ลงมาบริหารจัดการภายในหน่วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อตัวประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

บทความก่อนหน้านี้Specialty Beer ตลาดเบียร์ทางเลือก โตสวนกระแส
บทความถัดไป‘สมคิด’ ชี้ปชช.เบื่อรัฐบาลไร้ความรับผิดชอบ ย้ำเดินหน้าแก้ไขรธน.ทั้งฉบับ