ชี้กฎคุมโควิด ทำเอเชียมีความเสี่ยงสูงสุด ละเมิดสิทธิส่วนตัว ไทยติดโผ

ชี้กฎคุมโควิด ทำเอเชียมีความเสี่ยงสูงสุด ละเมิดสิทธิส่วนตัว ไทยติดโผ

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท เวอริสก์ เมเปิลครอฟท์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงจากอังกฤษ เผยแพร่ดัชนีว่าด้วยสิทธิความเป็นส่วนตัว(อาร์พีไอ) ซึ่งจัดทำขึ้นหลังสำรวจสภาพการละเมิดความเป็นส่วนตัว ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากปฏิบัติการเฝ้าระวังขนานใหญ่ การเรียกดูและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อยไปจนถึงการตรวจค้นบ้านและมาตรการอื่นๆ ใน 198 ประเทศ จัดเป็น 4 กลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่ กลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่จะเกิดการละเมิดอย่างร้ายแรง กลุ่มเสี่ยงสูง กลุ่มเสี่ยงปานกลาง และ กลุ่มความเสี่ยงต่ำ
ผลจากการวิจัยพบว่า ภูมิภาคเอเชียกลายเป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลกที่จะเกิดการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว เพราะการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวตกต่ำลงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาและหลายประเทศกำหนดให้มาตรการเฝ้าระวังเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นมาตรการถาวร คะแนนเฉลี่ยของประเทศในเอเชียต่ำกว่าประเทศอื่น ในภูมิภาคอื่นๆ

นางโซเฟีย นาซัลยา นักวิเคราะห์ด้านสิทธิมนุษยชน ของ เวอร์ริสก์ฯ เตือนว่า เอเชียอาจกลายเป็นประเทศที่มีการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรงได้ หากไม่ดำเนินการอย่างโปร่งใสในการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บได้จากการเฝ้าระวัง

นาซัลยาชี้ว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศอย่างจีนและรัสเซียสามารถเพิ่มการตรวจสอบประชาชนได้เข้มงวดมากขึ้น บีบคั้นจนการแสดงออกโดยเสรีลดลง ในขณะที่อีกหลายประเทศใช้การเข้มงวดพรมแดน และห้ามการเดินทาง รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยี บิ๊กเดตา ในการตรวจสอบและเฝ้าระวัง ซึ่งน่าวิตกในทัศนะของผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิต่างๆ

ดัชนีอาร์พีไอ แสดงให้เห็นว่า ชาติในเอเชียหลายชาติทำคะแนนได้ต่ำสุดและถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงสุด ประกอบด้วย ปากีสถาน จีน เมียนมา ไทย กัมพูชา อินเดีย และ ฟิลิปปินส์

นาซัลยาชี้ว่า จีน ฉวยโอกาสการแพร่ระบาดจัดการตรวจสอบเฝ้าระวังต่อประชาชนขนานใหญ่ ตัวอย่างเช่น การบังคับใช้แอพพลิเคชันด้านสุขภาพ ซึ่งกลายเป็นข้อกำหนดถาวร และเพิ่มการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบใบหน้าบุคคลมากยิ่งขึ้น เป็นการตอบสนองเกินกว่าเหตุเพราะภัยคุกคามจากการแพร่ระบาดในยามนี้ไม่ใหญ่โตเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว นอกจากนั้นยังใช้โดรนกระจายเสียง เพื่อติดตามหาจุดแพร่เชื้อสูงสุด ประกาศเตือนและดุด่าใครก็ตามที่ละเมิดกฏเพื่อยับยั้งการระบาด

ไทย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบควบคุมประชาชนเพิ่มมากขึ้นโดยการประกาศภาวะฉุกเฉิน ให้อำนาจรัฐบาลในการจัดการกับข้อมูลที่ผิดๆ และ เฟคนิวส์ ทั้งหลาย รัฐบาลใช้อำนาจเพิ่มมากขึ้นเพื่อปิดปากผู้เปิดเผยข้อมูลภายในและคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

อินเดีย เป็นชาติประชาธิปไตยชาติเดียวที่บังคับให้ทุกคนต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชันเพื่อแกะรอยและติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยผู้ละเมิดอาจถูกลงโทษจำคุกหรือปรับเงิน

https://matichonbook.com/promotion/index?fbclid=IwAR2PPZDuIKyX_8g8GX9NFI6D-ODOrp6jJgsD-yiA2QMFtFZ8pBkonejgk9s

บทความก่อนหน้านี้‘ครูทิว’ ลั่น พร้อมเคียงข้างเด็ก กระตุ้นจรรยาบรรณ เพิ่มหลักมนุษย์ อย่าให้ ‘ระบบราชการ’ กลืนกิน
บทความถัดไปป.ป.ช.ฟัน ‘นิพนธ์’ สมัยนั่ง นายก อบจ.สงขลา เบี้ยวเงินค่าซ่อมรถ 50.8 ล้านบาท