“หมอมิ้ง” ชี้ รัฐประหาร 2 ครั้งหลังสุด ส่งผลเกิด ‘ชนปลดแอก’ แนะปรับตัวก่อนเป็นสิ่งผุพัง

วันที่ 19 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา นพ.พรหมินทร์ เลิศสุรีย์เดช อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยและคณะทำงานร่วมก่อตั้งกลุ่ม CARE ได้แสดงความคิดเห็นเนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ได้โค่นรัฐบาลพรรคไทยรักไทยของนายทักษิณ ชินวัตร และเป็นหมุดหมายแรกนำไปสู่สิ่งที่นักวิชาการเรียกว่า วิกฤตการเมืองไทยกว่าทศวรรษ
นพ.พรหมินทร์ระบุว่า 19 กันยายน 2563 ‘ครบรอบ 14 ปี ของการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549’ ซึ่งเป็นจุกหักเหให้พัฒนาการเมืองไทยตามวิถีประชาธิปไตยถอยหลังต่อเนื่อง เกิดรัฐประหาร 2 ครั้ง ประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ 2 ฉบับ ที่ลดทอนอำนาจประชาชนลงเรื่อยๆ แต่เพิ่มอำนาจฝ่ายอนุรักษ์นิยมผู้ครองอำนาจ ผ่านกลไกเพิ่มอำนาจ’วุฒิสภา’ จากการสรรหาแต่งตั้งกันเอง ที่มีอำนาจเทียบเคียง หรือสูงกว่าอำนาจผู้แทนราษฏร
กล่าวคือ รัฐธรรมนูญ 2540 (ผลพวงจากการโค่นล้มเผด็จการ ปี 2535 )ให้วุฒิสภาที่มีสมาชิก 200 คนจากการเลือกตั้งทั้งหมด มีอำนาจถอดถอน นายกรัฐมนตรี ที่ต้องเป็นสส.ที่ต้องผ่านการเลือกตั้งเช่นกัน ในขณะที่ รัฐธรรมนูญ 2550 จากการรัฐประหาร 2549 ให้รัฐสภามีอำนาจเท่าเดิม แต่ สว.มาจากการเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งมาจากการสรรหาแต่งตั้ง แต่เมื่อผ่านการเลือกตั้ง หลังการยุบพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาฯ ไปแล้ว ในการเลือกตั้ง 2554 พรรคเพื่อไทย ก็ได้ชัยชนะเช่นเดิม จึงเกิดการรัฐประหารอีกครั้ง เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 และร่างรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ใช้เวลา 3 ปี จนได้ รัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 ที่’เพิ่มสิทธิและอำนาจขึ้นไปอีกของ’ วุฒิสภา’ที่สมาชิก 250 คนได้จากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร ทั้งสิ้น มีอำนาจเลือกนายก และเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ซ้ำร้ายนายกรัฐมนตรีก็ไม่จำเป็นมาจากการเลือกตั้ง
ความย่ามใจของคณะรัฐประหารใช้อำนาจพร่ำเพรื่อตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ผ่านกลไกรัฐควบคุมสื่อเพื่อจำกัดความรับรู้ของประชาชน ใช้กลไกความมั่นคง และกระบวนการยุติธรรมจำกัดการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายประชาธิปไตย แต่ล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของประชาชน
สิ่งที่ไม่มีการคาดคิด คือ การเกิดขึ้นของ ‘ชนปลดแอก’ อายุ 14 -24 ปี ที่แหวกกรอบอำนาจการควบคุมของฝ่ายรัฐประหาร เรียนรู้ผ่านสื่อสมัยใหม่ ต้องการเสรีภาพ ต้องการแสวงหาโอกาสและความเป็นธรรมในสังคม จึงเกิดการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยครั้งใหญ่อีกครั้ง
รัฐและผู้มีอำนาจต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและข้อเรียกร้องเหล่านี้ รับฟังเพื่อพิจารณาและปรับตัวให้ทันก่อนที่จะเป็น’สิ่งผุพังทางประวัติศาสตร์’
นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
19 กันยายน 2563
บทความก่อนหน้านี้‘ไพบูลย์’ เหน็บม็อบคนรุ่นใหม่ นัดชุมนุมที่รัฐสภา ถ้าไม่คำนึงกม. ก็แค่นักปชต.จอมปลอม
บทความถัดไปเกิดอะไรขึ้น!! บริษัทชีวเภสัชกรรมจีน ทำแบคทีเรียรั่ว ติดเชื้อแล้วกว่า 3 พันคน