อดีต รมว.คลังเปิดแนวคิดแก้เศรษฐกิจ4แนว เผยไม่เห็นด้วยข้อเสนอกู้เพิ่มอีก1ล้านล้าน หนี้สินล้นพ้นตัว

‘ศ.สุชาติ เปิดแนวคิดแก้เศรษฐกิจ’

12 กันยายน 2563 ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่เห็นด้วยที่มีข้อเสนอให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่มอีก​ 1 ล้านล้านบาท​มาใช้จ่าย​ และได้ตั้งข้อสังเกตและเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแบบกว้างๆ ไว้ 4 แนวทาง ประกอบด้วย

(1) ปรับค่าเงินบาทจาก 31บาท เป็น 35 บาท และแม้เราได้เงินจากส่งออก​ 1 เหรียญสหรัฐเท่าเดิม​ แต่แลกได้เพิ่มอีก​ 4 บาท​ เพิ่ม​ 13% ต่อให้ส่งออกและท่องเที่ยวเท่าที่เป็นอยู่​ ก็ได้เงินบาทเพิ่มขึ้น​ แต่จริงๆแล้ว​ ส่งออกจะดีขึ้น GDP​ จะติดลบน้อยลง ทั้งนี้ คนที่ส่งออกและรับนักท่องเที่ยวที่แท้จริง​ คือกรรมกรและชาวนา ดังนั้น เกือบทุกคนในประเทศไทยจะได้ประโยชน์

(2)คนไทยส่วนใหญ่ยังทำงานอยู่​ 34 ล้านคน​ มีคนว่างงานตอนนี้​ 4​ ล้านคน​ หากรัฐบาลแจกเงิน​บ่อยๆ​ จะทำให้คนไทยเสียนิสัย​ เหมือน​ เวเนซุเอลา ซิมบับเว ฯลฯ คนจะเลิกทำงาน​ แล้ววันต่อๆมา ก็มาเรียกร้องอีก​ ประเทศจะล่มจม

(3) นักอุตสาหกรรม​ ที่เรียกร้องรู้แต่ระดับ Micro ไม่รู้​เรื่อง เศรษฐศาสตร์​มหภาค คิดแต่เรื่องประโยชน์ตนเอง​ อยากให้รัฐบาลช่วยจ่ายค่าแรงโรงงานตนเอง

และ (4) ให้เปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศให้เต็มพื้นที่แบบจีน​ และเปิดการท่องเที่ยวกับจีนก่อน​ และ​ประเทศในเอเชียต่อมา ให้ยอมรับว่ามึการติดเชื้อได้โควิดบ้าง​ ครอบครัวคนจนๆ​ อย่างคนไทย​ กลัวติดเชื้อมาก​ จนไม่มีรายได้​ ตั้งหน้าตั้งตา ไปกู้เขามากินอย่างเดียว​ ครอบครัวต้องล่มจม​

อนึ่ง แนวคิดเรื่องระบบเศรษฐกิจมี​ 4 เครื่องยนต์​ หากเศรษฐกิจแย่​ ให้เพิ่มรายจ่ายภาครัฐ (G) และกระตุ้นการบริโภค​(C)​ เพื่อเพิ่ม​ GDP​ นั้น​ ไม่ถูกต้อง​ เป็นเศรษฐศาสตร์ 101 ทำอย่างนี้มากๆ​ รัฐบาลและประชาชนจะมีหนี้สินล้นพ้นตัว​ ในระยะยาวประเทศจะไม่เจริญเติบโต​ เพราะต้องเอาเงินมาใช้หนี้

แต่วิชาเศรษฐศาสตร์ระดับสูงบอกว่า​ เศรษฐกิจไม่ดี​นั้น เนื่องจาก ครอบครัวประเทศไทยขายสินค้าออกไปได้น้อย GDP จึงโตต่ำ​ ให้ลดราคาสินค้าให้แข่งขันให้ขายได้​ คือลดค่าเงินบาท​ลง​ เพื่อครอบครัวประเทศไทยขายส่งออกและท่องเที่ยวได้มากขึ้น​ เมื่อราคาค่าเงินบาทแข่งขัน​ได้​ ก็จะขายได้มากมาย​ GDP​ จะเติบโตมากเป็น​ 10% ประเทศและประชาชนไทยจะร่ำรวย

” การเพิ่มตัว​ C หรือ​ตัว​ G นั้นไม่ได้ช่วย​เท่าไร​ เพราะนโยบายการคลังมีผลน้อยต่อ GDP (ดูรูป)​ โดยนโยบายการเงินมีผลมากกว่า​ และนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน​มีผลมากที่สุดต่อ​ GDP​ โดยรัฐบาลไม่ต้องสร้างหนี้” ศ.ดร.สุชาติฯ กล่าวย้ำ​

บทความก่อนหน้านี้วิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางซู /เสถียร จันทิมาทร / หนทาง เหมยฉางซู บูรพานที (61)
บทความถัดไป“เสรี” ประกาศไม่รับทั้ง 4ญัตติ มั่นใจ เพื่อนๆคว่ำเรียบทุกฉบับ แล้วโยนบาปให้ส.ว.เป็นผู้ล้มแก้ รธน.