“โบว์-ณัฎฐา” ยื่นจม.เปิดผนึก จี้ “ณัฏฐพล” เร่งแก้ครูลงโทษเด็กทางร่างกาย ยุติวัฒนธรรมอำนาจนิยมในโรงเรียน

วันที่ 9 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมและอาจารย์พิเศษได้โพสต์ข้อความเป็นจดหมายเปิดผนึกถึง ณัฏฐพล ธีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อกรณีการใช้ความรุนแรงกับนักเรียนโดยครูจนทำให้นักเรียนเสียชีวิตว่า
ท่านคงได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของเด็กนักเรียนชายวัย 13 ปี โรงเรียนวัดแก่นจันทร์ จังหวัดสมุทรสงคราม ด้วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ หลังถูกครูลงโทษด้วยการลุกนั่งสลับขาจำนวน 100 ครั้ง ด้วยความเสียใจไม่แพ้ประชาชนทุกคนที่ทราบข่าว
วันนี้เป็นวันฌาปนกิจ เพื่อเป็นการเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความเศร้าสลด ขอไม่เอ่ยถึงรายละเอียดเหตุการณ์ซ้ำอีก และเพื่อความเป็นธรรมอันเนื่องจากคดีความยังไม่ตั้งต้น ขอไม่ตัดสินว่าสิ่งที่ครูทำเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต
แต่ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วคือ ครูลงโทษเด็กด้วยวิธีการลงโทษทางร่างกาย (corporal punishment) ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต การลงโทษด้วยวิธีดังกล่าวไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ผิดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นการละเมิดสิทธิเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ที่ระบุให้เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการปกป้องจากความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ในฐานะแม่ที่มีลูกชายอายุ 13 ปีเช่นกันและในฐานะครู ดิฉันเจ็บปวดและรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่มีต่อกรณีนี้ เพราะเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ดิฉันได้ไปยื่นหนังสือถึงมือท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการหลังจากมีกรณีกล้อนผมนักเรียนหญิงที่จังหวัดศรีสะเกษ และกรณีการละเมิดอีกมากมายที่นักเรียนส่งมาทั้งทางทวิตเตอร์และแฟนเพจนี้ ในวันดังกล่าวได้ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ขอให้มีการดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาดต่อครูที่ทำร้ายเด็ก ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองในการดำเนินคดีอาญาต่อครูที่ทำผิดกฎหมาย ให้ประชาสัมพันธ์ช่องทางการร้องเรียนต่อกระทรวงศึกษา และให้ปรับปรุงกฎระเบียบให้รัดกุมขึ้นโดยเฉพาะบทลงโทษครูที่ทำการละเมิด
กว่าหนึ่งเดือนหลังการยื่นหนังสือดังกล่าวสองฉบับ คือหนึ่งฉบับถึงท่านรัฐมนตรี และอีกฉบับถึงท่านปลัดฯ ดิฉันได้รับหนังสือตอบกลับฉบับเดียวจากสำนักงานรัฐมนตรีว่า “ได้รับหนังสือร้องเรียนแล้ว” และหลังจากนั้นก็ไม่ได้รับทราบความคืบหน้าใดๆอีก ทั้งในประเด็นการเอาผิดครูที่กล้อนผมเด็ก จ.ศรีสะเกษ และมาตรการต่างๆที่ได้เสนอไป
ดิฉันได้ยินท่านรัฐมนตรีพูดบนเวทีกับนักเรียนหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ครูทั้งประเทศมีกว่าห้าแสนคน การเปลี่ยนแปลงใดๆต้องใช้เวลา และดิฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายในภารกิจนี้ แต่หากในห้าแสนคนนั้นมีเพียง 10% ที่ยังคิดว่าการใช้ความรุนแรงต่อร่างกายจิตใจเด็กไม่ว่าจะผ่านคำพูดหรือการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่กระทำได้ ก็เท่ากับเรามีคนถึง 50,000 คน ที่ยังเดินไปมาอยู่ในโรงเรียนทุกวัน และเป็นภัยต่อลูกหลานของเรา เยาวชนของชาติ จำนวนหลายล้านคน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการลงโทษในลักษณะตามข่าวนี้ยังพบเห็นได้ในโรงเรียนทั่วไป นี่คือหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดของการกำกับนโยบาย และความไร้ประสิทธิภาพอย่างถึงที่สุดของหลายหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ในการทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย
ขอให้ท่านได้พิจารณาข้อเรียกร้องทั้งหมดตามที่ดิฉัน​ได้ยื่นไว้เมื่อ 10 ก.ค. และดำเนินการโดยทันที รวมถึงสังคายนาระเบียบกระทรวงทุกฉบับที่ยังมีความกำกวมให้รัดกุมขึ้น ไม่เปิดช่องให้เกิดการตีความเพื่อการละเมิด และสำหรับเด็กชายที่ได้เดินทางสู่สุขคติไปในวันนี้ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้แสดงความรับผิดชอบในการเยียวยาครอบครัวที่สูญเสียบุตรอันเป็นที่รักซึ่งเป็นกำลังหลักในอนาคตไป และดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับครูที่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายนักเรียนจนอาจเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป
สุดท้าย กระทรวงศึกษาธิการต้องมีแผนระยะยาวเพื่อกำจัด “วัฒนธรรมอำนาจนิยม” ในโรงเรียน ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางพัฒนาการ และเป็นต้นตอรากเหง้าแห่งการละเมิดสิทธิเด็กที่เกิดขึ้นทุกประการ
น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา
9 กันยายน 2563

#จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านคงได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของเด็กนักเรียนชายวัย 13 ปี…

โพสต์โดย โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา – Nuttaa Mahattana เมื่อ วันพุธที่ 9 กันยายน 2020

 

บทความก่อนหน้านี้ทรัมป์รับจงใจไม่ให้ความสำคัญ ทั้งที่รู้ ‘โควิด’ สุดอันตราย
บทความถัดไป‘ไอติม’ ชี้ ยกเลิก ม.272 เป็นข้อเรียกร้องพื้นฐานสุด ย้ำไม่ยันหลัก 1 คน 1 เสียง อย่าเรียกตัวเองมีปชต.