“สุเทพ” เตือนม็อบนศ. ให้ดูรุ่นพี่เป็นตัวอย่าง สู้คดีนับไม่ถ้วน ข้อหากบฏ-อั้งยี่ซ่องโจร

“สุเทพ” เตือนม็อบนศ. ให้ดูรุ่นพี่เป็นตัวอย่าง ต่อสู้คดีนับไม่ถ้วน ข้อหากบฏ-อั้งยี่ซ่องโจร

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่อาคารทรู แปซิฟิก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ มวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ว่า พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็ติดตามการชุมนุมของฝ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ด้วยความวิตกกังวลกันพอสมควร สิ่งที่ได้รับฟังจากประชาชนคือ ต้องการเห็นบ้านเมืองเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ประชาชน ทุกฝ่ายยังเป็นพี่เป็นน้องกัน กอดคอกัน ร่วมใจกันต่อสู้ฟันฝ่าวิกฤตทางเศรษฐกิจคราวนี้ไปด้วยกัน เพื่อพาชาติให้ปลอดภัย ให้ประชาชนทั้งหลายมีชีวิตที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศคิด ส่วนเรื่องการแสดงออกที่กลายเป็นการชุมนุม ก็ได้แต่ภาวนาว่าทุกฝ่ายต้องทำกิจกรรมด้วยความมีสติ รู้ว่าควรจะทำอะไรแค่ไหนเพียงไร และควรจะอยู่ในกรอบของกฎหมาย

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า การแสดงความคิดความเห็นของบ้านเมืองเรื่องสิทธิพลเมือง เรื่องอนาคตประเทศไทย เป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออกได้ ไม่ควรจะไปปิดกั้นหรือรังเกียจเดียดฉันท์กัน แต่มีบางเรื่องที่ต้องละเว้น ผู้ที่จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็นต้องไม่ทำให้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เสียความรู้สึก ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ประสงค์ที่จะเห็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไปล่วงละเมิดหรือแตะต้อง สถาบันพระมหากษัตริย์คือความอยู่รอดของประเทศ คือความมั่นคงของประเทศไทย เชื่อว่าผู้ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ในที่สุดก็จะระลึกและคิดได้ว่า เมื่อต้องการให้คนส่วนใหญ่เห็นด้วย ก็คงจะไม่ทำอะไรที่กระทบกระเทือนความรู้สึกของคนส่วนใหญ่

“สำหรับนักศึกษาที่ออกมาชุมนุมหลายครั้งหลายหน และกำลังจะดำเนินการต่อไป ผมก็เคยเป็นประธานสภานักศึกษา แต่อยากจะแชร์ประสบการณ์ว่า เคยจัดการชุมนุมระหว่างปี 2556 ถึง 2557 ยากลำบากมาก 204 วัน นอนกลางถนน แต่ที่ยากกว่านั้นคือการต่อสู้คดี โดนข้อหาก่อการร้าย โดนข้อหากบฏ กระทำผิด พ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร บุกรุกสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งผมลงทุนเป็นทนายความว่าความให้กับตนเองและพรรคพวก สู้คดีมาปีครึ่ง และยังไม่รู้ว่าคำพิพากษาจะออกมาเมื่อไหร่จึงต้องเตือนน้องๆ ว่า ให้คิดถึงเรื่องพี่ๆ ที่เคยจัดม็อบตั้งแต่ 14 ตุลา มาจนปัจจุบัน ต้องระมัดระวังอย่ากระทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเคารพเชื่อฟังปฏิบัติตาม หากกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ บ้านเมืองก็เข้าสู่กลียุค ต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก แต่ตราบใดถ้าต่อสู้ในกรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญก็สามารถทำไปได้”นายสุเทพ กล่าว

ส่วนกรณีรัฐบาลเตรียมเปิดเวทีให้แสดงความคิดเห็นควบคู่กับข้อเสนอของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ กล่าวว่า สภาฯหรือรัฐบาลจะทำอะไรก็ทำไป ซึ่งเป็นทางออกหรือหนทางหนึ่งที่จะให้ฝ่ายนักศึกษาที่มีความคิดความเห็น จะได้มีเวทีพูดให้คนฟัง โดยเฉพาะคนที่จะมีบทบาทมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ คือฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายรัฐสภา ซึ่งตนเห็นด้วย ผู้ใหญ่เหล่านั้นก็ต้องเปิดใจให้กว้าง และนักศึกษาก็ควรเสนอความคิดที่เป็นระบบและสามารถปฏิบัติได้จริง และในฐานะพรรครวมพลังประชาชาติไทย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งจะมีบทบาทหน้าที่โดยตรงกับนักศึกษา วางนโยบายให้สิทธินักศึกษาอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการปิดกั้น ดูแลอย่างใกล้ชิดให้ปลอดภัย และมีสติว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

บทความก่อนหน้านี้“ออมสิน” ให้กู้ฉุกเฉิน พนง.กลุ่มบริการ | ครม.เคาะใช้ พ.ร.ก.เงินกู้เพิ่มอีก 884 ล้าน | ปลดล็อกกัญชาเสรีครอบครองได้แล้ว
บทความถัดไปกมธ.งบ’64 ขีดเส้น 3 วัน สั่งอนุบูรณาการ 2 ส่งรายงานข้อเท็จจริง ปมส.ส.เรียกส่วย