อดีต สมช.เตือนนายกฯระวังตกเก้าอี้อย่างไม่คาดฝัน ชี้เปลี่ยนผ่านราบรื่นได้ ต้องมีผู้นำฉลาดยึดมั่นเป็นธรรม

8ส.ค.63 พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทยอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่าเทคโนโลยียุคโลกาภิวัฒน์สื่อสารแบบไร้พรมแดน สร้างเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ และเข้าใจวิวัฒนาการของสังคมได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงมีวิสัยทัศน์กว้างไกล รู้ถึงความรับผิดชอบต่ออนาคต เมื่อมาเห็นความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ซึ่งมีแต่สร้างภาระหนี้สิน สร้างความมืดมนไม่เห็นอนาคต สังคมไม่มีความเท่าเทียม แล้วส่งต่อให้พวกเขาต้องมาแบกรับภาระเลี้ยงดูตัวเอง และสังคมผู้สูงอายุในอนาคตเอาไว้เต็มบ่า พวกเขาจึงรับไม่ได้ และตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องทน ทำไมต้องรอ”ให้ชีวิตจมอยู่กับการสืบทอดอำนาจ ประชาชนจึงไม่ยอมทนอีกต่อไป ยกระดับจัดตั้งคณะประชาชนปลดแอกเป็นหัวหอกการชุมนุม ยืนข้อเรียกร้องหลัก 3ข้อคือ 1.หยุดคุกคาม 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญและ3.ยุบสภา
ล่าสุดเพิ่ม2จุดยืนคือ1.ไม่เอารัฐประหาร และ2.ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ มาเป็นทางออก สถานการณ์การเมืองเวลานี้มันเดินมาถึงจุดเผชิญหน้า ปะทะกันระหว่างคนยุควัฒนธรรมเก่ากับคนยุควัฒนธรรมใหม่ การเปลี่ยนผ่านจะราบรื่นได้ เราต้องได้ผู้นำที่ฉลาดยึดมั่นความเป็นธรรม แต่พฤติการณ์ที่ผ่านมาของผู้นำสืบทอดอำนาจ มันฟ้องว่าเขาใช้กระบวนการ และคนของขบวนการยุติธรรม เป็นของเล่นทำร้ายสังคม จนประชาชนสิ้นศรัทธาต่อองค์กรอำนวยความยุติธรรม บริหารแบบอำนาจนิยม ไร้สัจจะ การปรับค.ร.ม.ล่าสุดเป็นตัวอย่าง แสดงถึงการไม่ให้เกียรติแกนนำของพรรคใหญ่คำ้ยันรัฐบาล เดี๋ยวได้เจออาฟเตอร์ช็อคเล่นงานแน่ นักการเมืองเขาเป็นมวยคอยจังหวะล้างแค้นเอาคืน อุบัติเหตุทางการเมืองให้นายกรัฐมนตรีตกเก้าอี้ ย่อมเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้เสมอ เราอาจจะได้ตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จากการยอมถอยกันคนละก้าวของผู้แทนราษฏรฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เพื่อให้มาถือธงนำสู่การดำเนินการ ให้บรรลุข้อเรียกร้องและจุดยืนของพี่น้องประชาชนเจ้าของอธิปไตยตัวจริง พาประเทศออกจากหล่มของการสืบทอดอำนาจกันเสียที

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : ​การต่อสู้ 2 แนวทาง การเมือง ในกระบวน แก้ “รัฐธรรมนูญ”
บทความถัดไปเรื่องสั้น | สถานการณ์ฉุกคิด