“ปิยบุตร” เสนอแก้ 3ทาง แก้ รธน.เปิดทางให้มี สสร. – ยกเลิกรับรอง คสช. – ส.ว.มาตามปกติ 

“ปิยบุตร” ร่วมประชุม กมธ.ศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ เสนอแก้ 3 กรณี วิธีแก้ไข เปิดทางให้มี สสร. – ยกเลิกรับรอง คสช. – ส.ว.มาตามปกติ  “ชำนาญ” ชี้แบบสากล รธน.ที่แก้ไขยากต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่รัฐประหาร

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า สำหรับสถานการณ์การชุมนุมของนักศึกษาตอนนี้ มีเรื่องข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะยังไม่เป็นเอกภาพ เพราะมีทั้งอยากให้ร่างใหม่ทั้งฉบับ อยากให้ยกเลิก ส.ว. อยากให้ยกเลิกองค์กรอิสระ เป็นต้น ในฐานะที่เราเป็นสถาบันทางการเมืองหนึ่งต้องช่วยกัน ใครทำอะไรได้ต้องช่วยกัน อย่าปล่อยให้การชุมนุมนี้ไปสู่จุดที่เราไม่อาจคาดหมายได้ ตนคิดว่า 2 เดือนก่อนปิดสมัยประชุม ยังมีโอกาส รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตามมาตรา 256  ที่บอกว่าแก้ยาก ก็อยู่ที่ทุกฝ่ายจะแก้หรือไม่

“สำหรับผม มีข้อเสนอแก้ 3 กรณี คือ 1. แก้วิธีการแก้ มาตรา 256 พร้อมเพิ่มบทบัญญัตให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 2.ระหว่างกระบวนการในข้อหนึ่งที่ใช้เวลานาน ก็ให้แก้ไขบางมาตราที่สามารถทำให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติได้ นั่นคือ มาตรา 279 ที่รับรองประกาศคำสั่ง คสช. ต้องเปิดทางให้คนโต้แย้งได้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนกับว่าเรามีมาตราสุดท้ายนี้ที่ยกเว้น ทั้ง 278 ก่อนหน้าทั้งหมดเมื่อเจอกับประกาศ คำสั่ง คสช. และ 3.  ยกเลิก ส.ว. ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 269-272 และไปใช้ช่องทางการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามระบบปกติ” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญต้องแก้ยาก แต่รัฐธรรมนูญนั้นต้องผ่านฉันทามติร่วมกันของสังคมมาแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย รัฐธรรมนูญ 2560 มาจากการยึดอำนาจของ คสช. แล้วเขียนรัฐธรรมนูญกันเอง เพื่อสกัดกั้นอีกฝ่ายไม่ให้แก้ อย่างนี้เอาไปเทียบไม่ได้เลยกับรัฐธรรมนูญสากล ผิดฝาผิดตัวมาก เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 นี่เป็นรัฐธรรมนูญที่ผู้ชนะเป็นคนร่าง ประสบการณ์จากหลากหลายประเทศบอกไว้ว่า หากรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เป็นฉันทามติร่วมกันแต่กลับกำหนดให้แก้ไขยาก ในท้ายที่สุดจะนำไปสู่วิกฤตรัฐธรรมนูญ อาจจบด้วยความขัดแย้งรุนแรง หรือฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งด้วยวิธีการนอกระบบ

ด้าน นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ในฐานะ กมธ.  กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญยากหรือง่าย ต้องพิจารณาว่า รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน เป็นฉันทามติจากประชาชนต้องแก้ไขยาก ส่วนที่มาจากการรัฐประหารหรืออำนาจที่ไม่ชอบธรรมต้องทำให้ง่าย อย่างเช่นรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2560 นี้ ต้องแก้ไขให้ง่าย ดังนั้น ต้องไปแก้เรื่องมาตรา 256 เรื่องวิธีการแก้ไขก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อเปิดทางไปสู่การแก้ไขเรื่องอื่นๆ ซึ่งในความเห็นตน แก้ทีละมาตราไม่ได้ เพราะทุกเรื่องเกี่ยวโยงพันกันหมด ดูมาตราใดมาตราหนึ่งไม่ได้เพราะจะกระทบกับมาตราอื่น ดังนั้น ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

บทความก่อนหน้านี้เสธ.แมว ชี้ทางออกประเทศคือแก้ กม.ให้เร็ว ปิดช่อง ส.ว.เลือกนายกฯ ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ตามครรลอง
บทความถัดไปการุณ ชวน ชัชชาติ ตัดสินใจใหม่ เชื่อคนกรุงเทพให้โอกาสทั้งพรรคทั้งคนสมัคร