กมธ.รุมซักยิบ! อัยการ-ตร.ยกคณะแจงสภาฯ ปมไม่ฟ้อง“บอส” ทั้งผลตรวจยาล่องหน-ความเร็วรถเปลี่ยน

อัยการ-ตร.ยกคณะแจงสภาฯไม่ฟ้อง“บอส” กมธ.รุมซักยิบผลตรวจยาเสพติดล่องหน อดีตผกก.ทองหล่อยันผลยาอยู่ในสำนวน ด้าน อัยการขอ7วันไขทุกคำตอบให้กมธ. สัปดาห์หน้าเรียกพยานชุดใหญ่ชี้แจง มี “น้องบิ๊กป้อม” ด้วย

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยมีวาระสำคัญเชิญนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ มาชี้แจงกรณีการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มบำรุงกำลังชื่อดัง ที่ขับรถชนตำรวจสน.ทองหล่อ เสียชีวิตปี2555 แต่ปรากฏว่า นายเนตรไม่ได้เดินทางมาชี้แจงต่อกมธ. โดยมีนายปรเมศร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี และนายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา3 มาชี้แจงแทน ขณะที่ฝ่ายตำรวจที่มาชี้แจงต่อกมธ.ได้แก่ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.สภ.สมุทรปราการ อดีตผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.สน.ทองหล่อ เข้าชี้แจง ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มาปักหลักรอทำข่าวแน่นห้องประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเริ่มต้นการประชุม กมธ.หลายคนพากันซักถามข้อสงสัยในประเด็นต่างๆมากมาย อาทิ นายโรม รังสิมันต์ กมธ.จากพรรคก้าวไกล สอบถามถึงกรณีผลตรวจร่างกายนายวรยุทธจากทางโรงพยาบาลที่พบมีสารโคเคนในร่างกาย แสดงว่า นายวรยุทธขับรถระหว่างเสพสารเสพติด แต่เหตุใด จึงไม่มีเรื่องดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวนของตำรวจที่ส่งให้อัยการ และกรณีนายสุเวช หอมอุบล พ่อบ้านของนายวรยุทธ ที่ออกมารับผิดแทนว่า เป็นผู้ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ได้มีการดำเนินคดีอย่างไร และแสดงให้เห็นว่า มีการวางแผนให้มีแพะล่วงหน้าใช่หรือไม่ ขณะที่นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ กมธ.พรรคเพื่อไทย สอบถามว่า เหตุใดตำรวจจึงกลับคำเรื่องความเร็วรถเฟอร์รารี่ของนายวรยุทธ จาก177กม./ชม. แต่ 6 ปีต่อมา เปลี่ยนเป็น 80 กม./ชม. ทั้งที่รถราคา 32ล้านบาท ถ้าขับด้วยความเร็ว 80กม./ชม. จะเบรกได้ทันที แต่เหตุใดกลับมีรอยลากยาวไป 160 เมตร แสดงว่า มีการบิดเบือนเรื่องความเร็วจริงหรือไม่ และคณะกรรมาธิการกฎหมายและการยุติธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีอำนาจอะไรสั่งการให้อัยการพิจารณาประเด็นที่นายวรยุทธร้องขอความเป็นธรรม ทั้งที่เดิมอัยการไม่มีการรับคำร้องขอความเป็นธรรมจากนายวรยุทธ

ขณะที่ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ กมธ.พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามว่า เหตุใดตำรวจจึงไม่แย้งคำสั่งอัยการที่สั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว และขอให้กมธ.ใช้อำนาจเรียกคณะกมธ.กฎหมายฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาให้ข้อมูลต่อกมธ.ว่า เหตุใดจึงส่งหลักฐานให้อัยการดำเนินการรับคำร้องขอความเป็นธรรมจากนายวรยุทธ ทั้งที่กมธ.ชุดดังกล่าวไม่มีอำนาจในการสอบหาพยานหลักฐานใดๆ และนายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ กมธ.พรรคเพื่อไทย ซักถามถึงกรณีที่อัยการจึงเปลี่ยนแปลงการสั่งคดีจากที่เคยสั่งฟ้องนายวรยุทธมาเป็นสั่งไม่ฟ้อง

ด้าน พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.สภ.สมุทรปราการ อดีตผกก.สน.ทองหล่อ ชี้แจงว่า เรื่องรายงานการตรวจสารแปลกปลอมในร่างกายนายวรยุทธอยู่ในสำนวนตำรวจที่ส่งให้อัยการครบถ้วน แต่เหตุที่ไม่มีการสั่งฟ้องในข้อหานี้ เพราะเป็นดุลยพินิจของคณะพนักงานสอบสวนหลายคน รายละเอียดเหล่านี้ขอไปชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สตช.ตั้งขึ้น ส่วนเรื่องนายสุเวช หอมอุบล พ่อบ้านที่ออกมารับผิดแทนนายวรยุทธนั้น ได้ดำเนินดคีแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จไปแล้ว ซึ่งศาลตัดสินลงโทษไปแล้ว ข้อสงสัยที่ว่า มีการเตี๊ยมกันให้นายสุเวชเป็นแพะนั้น คงไม่ใช่ จากการสอบสวนนายสุเวชให้การไม่ได้เลย ไม่น่าจะใช่การเตี๊ยมให้รับผิดแทน ส่วนที่นายสุเวชยอมรับผิดแทน เนื่องจากเป็นพ่อบ้านที่คอยติดตามนายวรยุทธ มีหน้าที่ขับรถตามนายวรยุทธ แต่ที่ออกมารับผิดแทน เพราะเป็นหนี้บุญคุณพ่อของผู้ต้องหา ทั้งนี้ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรอหมายเข้าไปตรวจค้นบ้านในวันเกิดเหตุนั้น เห็นสมุดบันทึกเข้าออกภายในบ้านดังกล่าวที่อยู่บนป้อมยาม พบว่า มีการบันทึกว่า นายวรยุทธขับรถออกจากบ้านไปตอน 05.00 น.และกลับเข้ามาในเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุ จึงสันนิษฐานนายวรยุทธเป็นผู้ต้องหา ไม่ใช่นายสุเวชที่ไม่มีบันทึกการเข้าออก ซึ่งนายสุเวชก็ยอมรับต่อมาว่า ไม่ใช่คนขับรถคันดังกล่าว แต่เป็นนายวรยุทธเป็นผู้ขับขี่ ระหว่างเข้าไปตรวจค้นบ้านนายวรยุทธ พบรถคันก่อเหตุ มีร่องรอยความเสียหาย ซึ่งคนในบ้านยอมรับว่า นายวรยุทธเป็นคนขับ จึงนำตัวนายวรยุทธไปสอบสวน พร้อมขอให้เปิดเสื้อดูรอยบาดแผลว่า มีการขับรถเร็วเกินกว่ากำหนดจริงหรือไม่ เนื่องจากแอร์แบ็คในรถแตก

นายปรเมศร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี ชี้แจงว่า สำนวนคดีนายวรยุทธมีทั้งหมด 4แฟ้ม 5ข้อหา แต่อัยการ 7คนที่สำนักงานอัยการสูงสุดตั้งขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ไม่เคยเห็นสำนวนทั้งหมดมาก่อน เพราะไม่ได้ดูคดีนี้ตั้งแต่แรก ขณะนี้อัยการทั้ง 7คน อยู่ระหว่างตรวจสอบสำนวนโดยละเอียด จึงขอเลื่อนการตอบคำถามต่างๆเป็นสัปดาห์หน้าต่อกมธ. จะชี้แจงทุกคำถาม ทุกคำถามต้องมีคำตอบ และยืนยันว่า ไม่มีใครแทรกแซงการทำงานได้ เราไม่ได้สอบเพื่อปกป้องคนสั่งหรือคนผิด แต่สอบเพื่อชี้แจงต่อประชาชนให้ได้ ไม่ต้องห่วงจะปกป้องใคร

พล.ต.อ.ชนสิษฐ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คดีนี้แม้แต่ตนและผบ.ตร.ก็ยังสงสัย ทำไมไม่สั่งฟ้อง วันนี้หน่วยงานต่างๆตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนถึง 3ชุด จึงขอเวลาในการสอบสวนข้อมูลทั้งหมดก่อน แล้วจะมาชี้แจงต่อกมธ.ในสัปดาห์หน้าพร้อมกับอัยการ

จากนั้นในช่วงท้ายของการประชุม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานกรรมาธิการ​กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ที่เข้าร่วมสังเกตุการประชุมด้วย เสนอต่อที่ประชุมว่า การพิจารณาคดีดังกล่าว อยากให้ กมธ. 3คณะ คือ กมธ.กฎหมาย กมธ.ศาล องค์กรอิสระ อัยการ และกมธ.ตำรวจ มาร่วมกันพิจารณาพร้อมกันในวันพุธที่ 5 สิงหาคม เพื่อจะได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงในคราวเดียว โดยที่ประชุมกมธ.กฎหมาย เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว โดยนายรังสิมันต์ เสนอให้ทั้ง 3กมธ.พิจารณาเรื่องนี้ทั้งวันในวันที่ 5สิงหาคม ตั้งเวลา 09.30 น.เป็นต้นไป โดยให้กมธ.เรียกเอกสารบันทึกการประชุมของกมธ.กฎหมาย ยุคสนช. พร้อมเรียกพล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีตประธานกมธ.กฎหมาย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความนายวรยุทธ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด นายฤชา ไกรฤกษ์ รองอธิบดีอัยการ พ.ต.ท.ชวลิต เลาหอุดมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะอดีตนายตำรวจพิสูจน์หลักฐานคดีดังกล่าว นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้ที่ยืนยันรถนายวรยุทธใช้ความเร็ว 80กม./ชม. ตลอดจนคณะกรรมการ 3 คณะที่ตั้งขึ้นมาสอบสวนตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี อัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)มาชี้แจงกับกมธ.3ชุดในวันที่ 5สิงหาคม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ

บทความก่อนหน้านี้อนุดิษฐ์ เผย พท. ยังไม่เคาะ รอคุย ‘คุณหญิงหน่อย’ ปมข่าวปล่อยจ่อลงแข่งสนาม ผู้ว่าฯกทม.
บทความถัดไป‘รมว.ศึกษา’ ชี้ ‘น.ร.-น.ศ.-อาชีวะ’ มีสิทธิแสดงออกทางการเมือง แต่อย่าทำร้ายกันเอง!