เตือนพม่าทำฟาร์มเพาะเสือ-ตัวนิ่ม สนองจีน สงสัยไม่เข็ดโควิด

สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ว่า บรรดานักอนุรักษ์สัตว์ป่าและธรรมชาติ เตือนทางการเมียนมา กรณีกระทรวงป่าไม้ แก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดช่องให้มีการทำฟาร์มเพาะเสือและตัวนิ่ม ได้ ว่าจะไปกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อมากขึ้นจากจีน แม้ทางการเมียนมาอ้างว่า ต้องการลดการล่าสัตว์ป่า และการเพาะพันธุ์สัตว์ผิดกฎหมายลง

“วิธีการดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย และสร้างตลาดที่กระตุ้นความต้องการผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่ามากขึ้น” กลุ่มอนุรักษ์ WWF และ Fauna & Flora International (FFI) ออกแถลงการณ์ร่วม

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนด้วยว่า การที่เมียนมาไม่มีศักยภาพที่จะบริหารจัดการการค้า จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อโรคจากสัตว์แพร่สู่คน ซ้ำรอยโรคโควิด-19 ต่อไปอีก

เมียนมาเป็นฮับของการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว หลังจากได้รับอุปสงค์จากจีน และมูลค่าการค้าสัตว์ป่าทั่วโลกอันยั่วยวนใจ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 6.2 แสนล้านบาท

เมื่อเดือนมิถุนายน กระทรวงป่าไม้เมียนมา เปิดไฟเขียวให้สวนสัตว์เอกชนยื่นขอใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ 90 ชนิด ในจำนวนนี้ 20 ชนิดอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ ในที่นี้รวมถึง เสือ ที่เหลืออยู่เพียง 22 ตัว ช้าง และนกนานาชนิด เช่นเดียวกับโลมาอิรวดี และจระเข้สยามที่ถูกเพาะถลกหนัง และเนื้อสำหรับการค้า

นักอนุรักษ์เห็นว่า ถึงแม้เบื้องหน้าจะเป็นการเปิดช่องให้ขยายพันธุ์สัตว์เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ แต่การตรากฎหมายเช่นนี้ ในระยะยาวมีแต่จะเติมเชื้อความต้องการสินค้าสัตว์ป่าให้ตลาด โดยเฉพาะเมียนมา นักอนุรักษ์เกรงว่า จะตามรอยไทย ลาว และเวียดนาม ที่มีจำนวนสัตว์ป่าหดหายไป

บทความก่อนหน้านี้ราชกิจจาฯประกาศโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 364 นายทหาร-นายตำรวจราชองครักษ์
บทความถัดไปE-DUANG : เงาสะท้อน สร้างสรรค์ จาก CARE ห่วงหา อาทร เศรษฐกิจ สังคม ไทย