‘จุรินทร์’ เดินหน้าประกันรายได้ ‘ยางพารา’ ชง ครม.ช่วยธุรกิจ ‘ยางแท่ง-ยางข้น’ 4 หมื่น ล. ดอกเบี้ย 3%

จุรินทร์ ลั่นกลางสวนยาง จ.ตรัง เดินหน้าประกันรายได้ยางพารา และพืชเกษตรรวม5ชนิดต่อไป ชงครม.ช่วยธุรกิจ “ยางแท่ง-ยางข้น” 4 หมื่น ล. ดอกเบี้ย 3% ยันช่วยเกษตรกรได้เห็นผลในภาวะวิกฤต

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมกับ นางสาวสุณัฎชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง มอบถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน ที่ตําบลแหลมสอม อําเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นายจุรินทร์พบปะประชาชนเพื่อติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร และรับฟังปัญหาประชาชนอย่างใกล้ชิด ที่ตําบลแหลมสอม อําเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวสวนยางพารา

ช่วงหนึ่ง ระหว่างพบปะประชาชนร่วม 500 คน นายจุรินทร์กล่าวว่า ประชาชนร้อยละ 90 ที่นี่ ทำสวนยางพาราซึ่งวันนี้ต้องยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่ายางพาราราคาไม่ดีเพราะโลกเปลี่ยนไป หลายจังหวัด หลายประเทศในโลกก็ปลูกยางพารา ประกอบกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและที่สำคัญเรามาพบกับภาวะโควิด-19 เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี การใช้รถยนต์ก็ลดลง การนำยางไปผลิตยางรถยนต์ก็น้อยลง ประกอบกับน้ำมันโลก ราคาลดลงจึงมีการนำน้ำยางเทียมที่มีราคาถูกกว่ายางธรรมชาติมาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์แทน และยอดส่งออกยางเดือนที่ผ่านมาตกไป 20 กว่า% ที่ตกมากที่สุดคือรถยนต์ที่ประเทศไทยส่งออกไปต่างประเทศตกถึง 30-40% ถ้ารถยนต์ส่งออกตกแปลว่ายางรถยนต์ขายไม่ได้แปลว่ายางบ้านเราก็ราคาตก แล้วยังบวกกับราคาน้ำมันลด ซึ่งน้ำมันคือวัตถุดิบในการเอาไปทำยางเทียมทำให้ยางเทียมราคาถูก ขณะที่คนที่ไปทำยางรถยนตร์ก็หันไปใช้สัดส่วนยางเทียมมากขึ้นเพราะต้นทุนต่ำแทนที่จะมาซื้อยางธรรมชาติที่เราตัด สุดท้ายก็กดราคายางในตลาดซ้ำไปด้วย

นายจุรินทร์กล่าวว่า จึงเป็นที่มาของนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ นโยบายหนึ่งคือนโยบายประกันก็ได้เกษตรกรชาวสวนยางเพราะรู้ว่าอนาคตราคายางไม่ได้ดีเสมอไป และจะทำให้ชาวสวนยางเดือดร้อนมีรายได้ไม่พอกิน เราจึงมานั่งคิดตัวเลขกันว่าถ้าให้ชาวสวนยางบ้านเราพอที่จะยังชีพ ราคายางแผ่นดิบชั้นสามซึ่งเป็นยางมาตรฐานที่ใช้วัดกันในทางราชการ กิโลกรัมละเท่าไหร่สุดท้ายได้คำตอบว่าควรกิโลกรัมละ 60 บาท ไม่ได้ทำให้พี่น้องรวยแต่พอยังชีพอยู่ได้ จึงมาเป็นมาตรฐานกลาง

“ถ้าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลวันไหนประชาธิปัตย์จะเดินหน้านโยบายประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ที่ยางแผ่นดิบชั้น 3 กิโลกรัมละ 60 บาท แต่พี่น้องบ้านเราไม่ได้ทำแต่ยางแผ่น เราทำน้ำยางข้น ยางก้อนถ้วย ด้วยเพราะแรงงานทำยางแผ่นลดลง เราจึงได้มีนโยบายเมื่อเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้ว่ารับนโยบายประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางเข้าไปเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย รวมทั้งปาล์ม ข้าวโพด มันสำปะหลัง และข้าว สุดท้ายเลยประกันยางแผ่นดิบชั้น 3 ที่กิโลกรัมละ 60 บาท น้ำอย่างข้นกิโลกรัมละ 57 บาทและยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ 23 บาท” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวว่า นโยบายประกันรายได้นั้นช่วยเกษตรกรได้ในยามภาวะเศรษฐกิจตกและราคายางพาราไม่ดีวันนี้ประชาชนก็ได้รับส่วนต่างจากราคาขาย เพราะประชาชนได้เงินสองกระเป๋า คือ กระเป๋าซ้ายจากการขายยางพาราและกระเป๋าขวาเป็นส่วนต่างที่ได้รับจากนโยบายประกันรายได้ ยามที่เศรษฐกิจโลกไม่ดีพี่น้องก็ยังอยู่ได้ วันนี้เราทำมา 1 ปีแล้ว และมีคนบอกว่าจะทำต่อไหม ยืนยันว่าตราบใดที่ยังมีรัฐบาลชุดนี้เราจะต้องทำต่อเพราะประกันรายได้ชาวสวนยาง ชาวสวนปาล์มและพืชเกษตรรวม 5 ชนิดนั้นเป็นนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาผูกพันแล้ว และไม่กี่วันมานี้มีมติในคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติว่าจะทำประกันรายได้ชาวสวนยางต่อไปในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงโดยจะเสนอเข้า ครม.และยังเพิ่มเงินกู้ให้กับพ่อค้าที่ทำธุรกิจไม้ยางโดยจะได้รับวงเงินกู้ 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยช่วยร้อยละ 3

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจอย่างยางแท่งก็มีวงเงินกู้ 20,000 ล้านบาท ช่วยดอกเบี้ย 3% และสำหรับคนที่ทำน้ำยางข้น ถ้าทำธุรกิจน้ำยางข้นก็จะช่วยดอกเบี้ย 3% วงเงิน 20,000 ล้านบาท เช่นกัน จะนำเข้าที่ประชุมนัดต่อไปนี้แล้ว

 

บทความก่อนหน้านี้‘สรท.’​หั่นส่งออกปี’63 เหลือ -10% พร้อมเตรียมยื่นหนังสือเสนอนายกฯพิจารณาค่าเงินบาท
บทความถัดไปยักษ์ใหญ่เทคโนฯ ต้านกฎหมายความมั่นคงใหม่ฮ่องกง ให้อำนาจรัฐเซ็นเซอร์โลกออนไลน์