ผู้เชี่ยวชาญเตือน ‘อังกฤษ’ คลายล็อกดาวน์เร็วไป เสี่ยงสูง ‘โควิด’ ระบาดซ้ำ

นักวิทยาศาสตร์อาวุโสและที่ปรึกษาด้านการแพทย์ออกมาเตือนว่า อังกฤษกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญเสียการควบคุมการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีกครั้ง และกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง หลังจากที่ได้มีการเริ่มต้นผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ลง

สมาชิก 4 คนของคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ในภาวะฉุกเฉินของอังกฤษระบุว่า ยังไม่ถึงเวลาที่อังกฤษควรจะการยกเลิกมาตรการควบคุม เนื่องจากขณะนี้ระบบทดสอบและติดตามตัวผู้ติดเชื้อยังไม่ได้มีการทดสอบ และดูเหมือนว่าอังกฤษยังจะไม่สามารถรับมือกับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นวันละ 8,000 คนได้ ซึ่งหากอัตราการติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับนี้ต่อไป ก็จะนำไปสู่การติดเชื้อและการเสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันวันก่อนที่อังกฤษจะมีการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มมากขึ้น โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาชาวอังกฤษจำนวนมากได้พากันไปเที่ยวทะเลและออกไปทำกิจกรรมในสวนสาธารณะหลังจากอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้มีการออกมาเตือนถึงความเสี่ยงในการแพร่ระบาดระลอกสอง

นายจอห์น เอ็ดมุนส์ อาจารย์ด้านระบาดวิทยา ชี้ว่า การผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มเป็นการตัดสินใจทางการเมือง ทั้งนี้นับจากวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน รัฐบาลอังกฤษได้ยกเลิกมาตรการคุมเข้มที่บังคับใช้มาตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยโรงเรียนจะเปิดทำการเรียนการสอนบางส่วน ทั้งยังอนุญาตให้คน 6 คนซึ่งไม่ต้องเป็นคนในครอบครัวเดียวกันสามารถพบกันนอกบ้านได้

นายโอลิเวอร์ ดาวเดน รัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอล วัฒนธรรม สื่อ และกีฬา ของอังกฤษ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่มีการเรียกร้องให้ทุกคนใช้ความระมัดระวัง อย่างไรก็ดีคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์รวมอยู่มากกว่า 50 คน แต่ละคนก็มีมุมมองซึ่งแตกต่างกัน รัฐบาลรับฟังคำแนะนำจากทุกฝ่าย

อังกฤษเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเนื่องจากโควิด-19 สูงเป็นลำดับต้นๆ โดยขณะนี้มีผู้เสียชีวิตในอังกฤษสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกที่ 38,489 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 274,762 คน


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้ดาวกับดวงประจำวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563 : โดย พิมพ์พรร
บทความถัดไปบราซิลติด ‘โควิด’ ครึ่งล้าน ทั่วโลกป่วย 6.24 ล้าน ตาย 3.7 แสน