“พิธา” แนะ ปรับงบประมาณ เรียงลำดับความสำคัญใหม่-รีดไขมันงบไม่จำเป็น

“พิธา” ชี้ ต้องจัดการงบประมาณแบบกลับหัวคิด เน้นจัดระเบียบความคิด -เรียงลำดับความสำคัญ-รีดไขมันงบไม่จำเป็น-จัดทัพใหม่

เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอจัดทำงบประมาณ 2564 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ว่า ขณะนี้ถือเป็นช่วงวิกฤตของชาติ ดังนั้น งบประมาณต้องเป็นงบประมาณแบบกลับหัวคิดสู้วิกฤตชาติ ซึ่งเป็นวิกฤตที่ประเทศไทยและทั่วโลกไม่เคยรับมือมาก่อน ดังนั้น จำเป็นต้องมากลับหัวคิดกันในงบประมาณ 4 จัดการ โดย 1. จัดการระเบียบความคิดใหม่ จากสมัยก่อนจะเป็นงบประมาณตามฟังก์ชั่น งบประมาณ 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ปี 64 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท คือเอางบตามฟังก์ชั่น งบตามกระทรวงแล้วแค่บวกเปอร์เซนต์ขึ้นไป แต่ตนคิดว่าต้องเปลี่ยนจากฟังก์ชั่นให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะว่าเราต้องเขียนงบที่จะใช้ในวันนี้ เปรียบเหมือนเป็นการจัดกระเป๋าเงินชาติใหม่ เมื่อขณะนี้มันฉุกเฉินและวิกฤต เราจำเป็นต้องเทกระเป๋าออกมา เริ่มต้นกันที่ศูนย์ใหม่และเลือกว่าสิ่งใดที่จะนำไปฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ เปลี่ยนจากฟังก์ชั่นให้เป็นวาระให้ได้

นายพิธา กล่าวต่อว่า 2.จัดการเรียงลำดับความสำคัญใหม่ โดย 5 อันดับแรกของงบประมาณปี 64 คือ งบกลาง กระทรวงศึกษา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าหากย้อนกลับไป 10 ปีก็จะเป็นชื่อของกระทรวงเหล่านี้ ช่วงหลังๆอาจจะมีงบกลางเข้ามา แสดงว่าเป็นงบประมาณที่ให้ความสำคัญกับอดีต ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัจจุบัน หรืออนาคต แต่ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี คิดว่าความสำคัญน่าจะอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถ้างบประมาณปี 64 ออกมาแล้ว ทั้ง 3 กระทรวงขึ้นไปอยู่ในท็อปห้า ตนก็จะเห็นด้วยกับรัฐบาลและคงไม่มีปัญหา แต่ทุกวันนี้งบที่ออกมายังไม่มีการเรียงลำดับความสำคัญเพื่อสะท้อนวิกฤตอย่างไรเลย

“งบประมาณที่ต้องลดความสำคัญลงในมุมมองของผมคือกองทัพ กระทรวงคมนาคม ความมั่นคงของชาติ ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วแต่ความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องสุขภาพ มีงบประมาณวิจัยในการทำวัคซีนแข่งกับทั่วโลกเพื่อที่จะให้วิกฤตินี้เห็นแสงสว่างทางปลายอุโมงค์หรือไม่ เราไม่รู้ว่าต้องล็อกดาวน์อีกนานเท่าไรอาจจะลดความสำคัญเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่ไปเน้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งสาธารณสุข แรงงาน และพัฒนาสังคม ” หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว

นายพิธา กล่าวต่อว่า 3.จัดการรีดไขมัน คือ ลดค่าใช้จ่าย ที่ไม่จำเป็น เช่น การเดินทางดูงานต่างประเทศ จัดสัมมนาหรือจัดนิทรรศการ งบประมาณผูกพันของกองทัพ การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ โครงการที่ไม่ก่อประโยชน์กับประชาชนจำเป็นต้องรีดออก และ 4. จัดการทัพใหม่ คือ หากติดตามการอภิปรายงบประมาณปี 63 จะเห็นว่าตนไม่ค่อยเห็นด้วยกับการใช้งบกลางซึ่งเหมือนเป็นให้อำนาจคนๆหนึ่งในการจัดการงบ 9.6 หมื่นล้านบาท แต่ปีนี้เนื่องจากสภาวะมันเปลี่ยนไป คิดว่าต้องจัดทัพใหม่ เพิ่มงบกลางมากขึ้นเพราะว่าอนาคตมันไม่แน่นอน งบกลางอาจจะต้องมากกว่าเดิม ต้องคิดใหม่ให้ยืดหยุ่นและครอบคลุมเพื่อจะได้แก้ไขได้เร็ว ทั้งนี้ หากไม่จัดทัพใหม่ 3 ข้อแรกข้างต้นก็ไม่สามารถจัดการได้ ดังนั้นปีนี้กับปีที่แล้วต่างกันโดยสิ้นเชิงเราจึงต้องกลับหัวคิดใหม่

นายพิธา กล่าวด้วยว่า เมื่อเปิดสภาฯแล้ว พรรคก้าวไกล จะนำสิ่งที่ประชาชนได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนต่างๆเข้าสภาฯเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนอีกทางหนึ่ง เสนอแนะให้รัฐบาลได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม ตนขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แพทย์ บุคคลากรทางการแพทย์ในการทำหน้าที่ ที่เสียสละเวลามาดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

บทความก่อนหน้านี้เปิดสถิติผู้ป่วย “โควิด-19” ทั่วไทยติดเชื้อกันเองในบ้านสูงที่สุด
บทความถัดไปญี่ปุ่นเตรียมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งไม่หยุด