นักวิชาการ มธ.ชี้ แอพฯหาคู่ เป็นโอกาสคนยุคใหม่ แนะวางตัวตนใกล้ความเป็นจริง เตือนระวังตกเป็นเหยื่อ

นักวิชาการด้านความสัมพันธ์มนุษย์ ม.ธรรมศาสตร์ ชี้ ‘applicationหาคู่’ ถือเป็นโอกาสของคนยุคใหม่ แนะเสนอตัวตนที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเพื่อความยั่งยืน ระบุโลกออนไลน์ง่ายต่อการสร้างความผูกพันมากกว่าออฟไลน์ เตือนระวังตกเป็นเหยื่อ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ผศ.ดร.วิลาสินี พนานครทรัพย์ อาจารย์สาขาสังคมวิทยา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Love and intimacy in online cross-cultural relationships: the power of imagination (Palgrave, 2016) และ Migration for love?: Love and intimacy in marriage migration processes (Emotion, Space, and Society, 2019) เปิดเผยว่า ในยุคที่สื่อออนไลน์เข้ามามีผลต่อการสร้างความสัมพันธ์ ทุกอย่างจึงเคลื่อนเข้าสู่โลกออนไลน์แม้กระทั่งเรื่องของความรัก เราจึงเห็น application ที่เกี่ยวข้องกับการหาคู่เดทเกิดขึ้นมากมาย

สำหรับ application เหล่านั้น ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คนทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ เพราะสามารถระบุและเลือกได้ว่าคุณต้องการรู้จักและสร้างความสัมพันธ์กับคนแบบไหน อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้และทำความรู้จักในโลกออนไลน์ก่อนออกมาสู่โลกออฟไลน์ได้ด้วย

“ถ้าถามว่าความสัมพันธ์ที่มีจุดเริ่มในออนไลน์ต่างจากความสัมพันธ์ที่เริ่มในโลกกายภาพหรือออฟไลน์หรือไม่ คำตอบคือแม้จุดเริ่มมันอาจจะต่างกัน แต่ขั้นตอนของการพัฒนาความสัมพันธ์ไม่ได้มีความต่างกันมากนัก และความสัมพันธ์ที่มันจะไปต่อได้ มันต้องออกมาโลกออฟไลน์ที่มองเห็นตัวตนทางกายภาพของกันและกัน” ผศ.ดร.วิลาสินี กล่าว

จากการทำงานวิจัยพบว่า หากต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นในออนไลน์ไปสู่ความสัมพันธ์ที่แท้จริงในระยะยาว ตัวตนที่นำเสนอในโลกออนไลน์ต้องไม่แยกขาดจากโลกออฟไลน์ แต่ปัจจุบันเรากลับพบพฤติกรรมการหลอกลวงโดยใช้ความรัก เรื่องนี้ต้องระวังเพราะมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

“ถ้าเราพิจารณาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจะเห็นว่าเขาไม่ได้พูดคุยออนไลน์เพียงแค่วันสองวัน แต่การพูดคุย หรือ Chat ในออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ ยาวนานพอสมควรจะทำให้เขาตกหลุมรักได้ หลายกรณีที่เราพบว่าการพูดคุยในออนไลน์สามารถสร้างความผูกพันขึ้นมาได้จริงๆ” ผศ.ดร.วิลาสินี กล่าว

ผศ.ดร.วิลาสินี กล่าวอีกว่า ความเป็นนิรนามของโลกออนไลน์บวกกับการสื่อสารผ่านตัวอักษรมีผลทำให้คนเล่าเรื่องของตนเองกับคนแปลกหน้าได้ง่ายขึ้น เพราะคิดว่าอาจจะไม่ได้เจอหรือรู้จักกันจริงในชีวิตประจำวัน เรื่องราวที่เราไม่เล่าให้คนอื่นที่เรารู้จักในชีวิตประจำวัน บางครั้งก็ถูกนำไปถ่ายทอดให้คนแปลกหน้าในออนไลน์ และท้ายที่สุดเกิดความไว้วางใจและผูกพันได้ บางกรณีก็อาจพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์จริงจังได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการหลอกลวงได้ง่ายขึ้น

อาจารย์สาขาสังคมวิทยารายนี้ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ความสัมพันธ์ของคู่รักมีความหลากหลายและก้าวข้ามเรื่องเพศภาวะไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจึงมีมากไปกว่าหญิง-ชาย และการแต่งงาน ตัวอย่างเช่น การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นพาร์ทเนอร์โดยไม่จำเป็นต้องแต่งงาน ไปจนถึงความสัมพันธ์ที่มีมากกว่าแค่สองคน

อย่างไรก็ดี แม้นิยามความรักในปัจจุบันจะไม่คงที่ แต่ทุกความสัมพันธ์ก็ยังมีกรอบความรักในอุดมคติอยู่ นั่นคือการมองว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ดังนั้นแม้เราจะเห็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่มีหลากหลาย แต่ท้ายที่สุดก็มักจะอยู่ภายใต้วาทกรรมของความรักทั้งสิ้น เราจึงมักได้ยินคนพูดอยู่เสมอว่าอยู่ด้วยกันเพราะรัก หรือแม้แต่เป็นโสดเพราะฉันรักตัวเอง

“ไม่ว่าคุณจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบใด อยู่กันโดยไม่แต่งงาน รักเพศเดียวกัน หรืออยู่เป็นโสด คำอธิบายของความสัมพันธ์เหล่านี้ก็จะถูกวกกลับมาอยู่ใต้กรอบของความรัก และถูกปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของแต่ละคน” ผศ.ดร.วิลาสินี กล่าวทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้“อนาคตใหม่” เปิดเวทีถก “จากโคราชสู่ปฏิรูปกองทัพ” 15 ก.พ.นี้ ปลุกสังคมทลายแดนสนธยา
บทความถัดไป“พิชัย” ห่วงศก.ทรุดรุนแรง ชี้วิกฤตพิสูจน์ผู้นำรัฐบาลสอบตก หมดทั้งความเชื่อมั่น-น่าเชื่อถือ