เสธ.แมว เย้ย บิ๊กตู่ ใครจะฝากความหวังไว้ได้ งบ’63 ก็ติดขัด พิษฝุ่นก็ไร้ทางแก้ แถมอันดับความโปร่งใสร่วง!

พล.ท.ภราดร เย้ย บิ๊กตู่ ใครจะฝากความหวังไว้ได้ งบ’63 ก็ติดขัด พิษฝุ่นก็ไร้ทางแก้ ไหนจะอายโลก อับดับความโปร่งใสร่วง 3 ปีติดอีก

เมื่อวันที่ 24 มกราคม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุอาเพศที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้ ไม่ว่า จะเป็นกรณีของการรับมือภัยแล้ง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ล่าสุดการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นก็ถูกองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทยต่ำกว่ามาตรฐานต่อเนื่องมา 3 ปีติด แม้กระทั่งเรื่องใหญ่ของความเป็นความตายของประเทศ ในเรื่องงบประมาณแผ่นดินปี 2563 ก็ทำให้เกิดการติดขัด หรืออาจมีเหตุตกไปจากกรณีที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกันในการโหวตผ่านกฎหมาย และอาจจะกลายเป็นอุบัติเหตุทางการเมืองว่า กฎหมายงบประมาณไม่ผ่าน นายกรัฐมนตรีต้องลาออกหรือไม่ ซีกรัฐบาลเลยออกมาแก้ตัวกันพัลวัน จึงไม่ต้องแปลกใจที่พี่น้องประชาชนถึงหมดความอดทนกับต้องออกมาจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เพราะฝากความหวังไว้ไม่ได้ นอกจากคุยโตโอ้อวดว่า มีวาระแห่งชาติ มีมาตรการรับมือไว้พร้อมแล้ว แต่เมื่อย้อนมาดูความจริง กลับเป็นมาตรการที่เป็นเพียงลมปากพูดส่งเดชปัดให้พ้นตัวไปวันๆ รอเวลาให้มันแก้ไขเหตุการณ์ของมันเอง โดยไม่มีรูปธรรมในการแก้ไขได้ซักเรื่อง ดังนั้น เมื่อถึงวันที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจผู้นำสืบทอดอำนาจและพวกพ้องเมื่อใด รับรองว่า ดูไม่จืด และมั่นใจว่า จะจบลงและต้องลุกออกจากตำแหน่งไป

“นี่อาจเป็นเหตุให้สถานการณ์อาจพลิกผันให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แทน และเมื่อนั้นรับรองว่างบด้านความมั่นคงบางส่วนต้องถูกชะลอไว้ก่อน เพราะถือว่า ยังไม่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อผันมาใช้ในการส่งเสริมเศรษฐกิจ ใช้ในเรื่องหลักประกันสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาแทน เมื่อสถานการณ์ของประเทศกลับสู่ความแข็งแกร่ง รัฐบาลก็จะพิจารณางบประมาณด้านความมั่นคงให้อย่างเหมาะสมต่อไป สังคมก็จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ร่วมกันเดินหน้านำพาประเทศไปด้วยกัน”พล.ท.ภราดร กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ผบ.ตร.รับ เผยคำสั่งเด้ง “รอง ผบ.ตร.”ไปสำนักนายกฯ เพื่อเอกภาพตรวจสอบ ปมคลิปเสียงสนทนาหลุด
บทความถัดไป“ณฐพร” จบไม่ลง! ยื่น กกต. ชงยุบพรรคอนาคตใหม่ ตาม ม. 92 อ้างคำวินิจฉัย ศาล รธน.