‘ศรีสุวรรณ’ ลุยเขาค้อ จี้รัฐจัดการโรงแรม-รีสอร์ทรุกป่า ตาม ‘ปารีณาโมเดล’

“ศรีสุวรรณ” ลุยเขาค้อ จี้รัฐจัดการโรงแรม-รีสอร์ตรุกป่า ตาม “ปารีณาโมเดล”

วันที่ 11 ธ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ลงพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อติดตามกรณีเจ้าของรีสอร์ตเมาเทนสวิสเซอร์แลนด์เขาค้อ ตั้งป้ายยักษ์แซะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย (มท.) และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ปล่อยให้โรงแรมรีสอร์ตเถื่อนและบุกรุกป่าเขาค้อผุดเต็มเขาค้อเกือบ 1,000 แห่ง

พร้อมจี้ให้เร่งบังคับใช้กฎหมาย โดยยกกรณี นส.ปารีณา ไกรคุปต์ ซึ่งตกเป็นข่าวไม่ถึง 30 วัน แต่ถูกกรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีแล้วขึ้นเทียบเคียง โดยนายประสม ประคุณสุขใจ กรรมการผู้จัดการบริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟแอนด์รีสอร์ทจำกัด ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสมาคมฯ พร้อมมอบสำเนาหนังสือเอกสารหลักฐานที่ได้ยื่นร้องเรียนไปยังส่วนราชการต่างๆ แต่ไม่มีการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใดให้กับนายศรีสุวรรณด้วย

ทั้งนี้นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หลังจากได้รับเอกสารจากผู้ประกอบการโรงแรมที่ถูกกฎหมายบนเขาค้อแล้ว ก็คงต้องเร่งรีบนำเรื่องนี้ไปดำเนินการยื่นให้หน่วยงานในส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น รมว.ทส., รมว.มท.,อธิบดีกรมป่าไม้, อธิบดีกรมปกครอง ดำเนินการเรื่องนี้เป็นการด่วน เพราะมีประเด็นปารีณาโมเดลเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องไม่เป็นสองมาตรฐาน การเอาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติไปเอื้อให้กลุ่มทุนสร้างรีสอร์ต ณ วันนี้มี 600 กว่ารีสอร์ต นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การกระทำลักษณะนี้นอกจากจะผิดพ.ร.บป่าสงวนฯแล้วยังผิดพ.ร.บ.โรงแรมฯ ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดเพชรบูรณ์รับรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด เพียงแต่ว่าหลับตาซึ่งไม่ใช่แค่ข้างเดียวแต่หลับตาทั้งสองข้างทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ซึ่งเรื่องนี้คงปล่อยให้เป็นเรื่องคาราคาซังแบบนี้ต่อไปไม่ได้ สมาคมฯต้องทำหน้าที่ไปจี้และกระตุ้นให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงตามกฎหมายให้เร่งรีบดำเนินการตามปรีณาโมเดลให้เร็วที่สุด หากหน่วยงานเหล่านี้ไม่ดำเนินการอะไรก็จะนำเรื่องขึ้นฟ้องศาล เพื่อเล่นงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ทางสมาคมฯและผู้ประกอบการร้องเรียนไป

นายประสมกล่าวเสริมว่า ทางจังหวัดมักจะอ้างคำสั่ง คสช.ที่ 6/2562 ซึ่งไม่มีผลกับโรงแรมที่สร้างอยู่ในป่า มีการนำมาเป็นข้ออ้าง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถ ดำเนินธุรกิจอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ โดยไม่มีการเสียภาษี ไม่มีความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากยี้ยังเป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมายแล้ว ยังเป็นการปล้นที่ดินหรือพื้นที่ป่าของคนไทยทั้งประเทศ โดยมีข้าราชการบางคนบางกลุ่มอยู่เบื้องหลัง ในขณะนายศรีสุวรรณยังยันด้วยว่า คำสั่ง คสช.ที่ 6/2562 ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาค้อซึ่งเป็นที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ คำสั่ง คสช.ฉบับนี้เว้นเฉพาะที่ดินที่มีเอกสารสิทธิและไปก่อสร้างอาคาร ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.โรงแรม ฉะนั้นหากมีการไปบิดเบือนคำสั่งถือเป็นการทำผิดเจตนารมณ์ เรื่องแบบนี้จึงไม่ควรเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

ข่าวแจ้งว่า ระหว่างนายประสมให้ข้อมูลกับนายศรีสุวรรณนั้น ยังมีอดีต รอส.เขาค้อบางรายให้ข้อมูลเรื่องการฮุบพื้นที่ปลูกป่าตามพระราชเสาวณีย์เมื่อปี 2554 ที่ ต.หนองแม่นา โดยทางกรมสืบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษแต่ปัจจุบันเงียบหายไปเฉยๆ และการสำรวจอดีต รอส.และทายาทจำนวน 559 ราย เพื่อเตรียมชง คทช.ให้สิทธิทำกินในพื้นที่ป่าเขาค้อ ซึ่งมีทั้งนอมินีและกลุ่มทุนถือครอง

นอกจากนี้ยังมีการแฉว่ามีเจ้าหน้าที่และผู้ใหญ่บ้านบางรายไปเตี๊ยมกับชาวบ้าน เพื่อให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่าถือครองที่ดินมาก่อนปี 2557 นอกจากนี้แหล่งข่าวอดีต รอส.รายนี้ยังยืนยันว่า การซื้อขายที่ดินใน 4 ตำบลของ อ.เขาค้อ นอกจากยังไม่ลดลงแล้ว ในทางตรงกันข้ามเวลานี้ยังกลับมาบูมอีก เพราะการท่องเที่ยวบูมมากเวลามีการปล่อยข่าวในทำนองว่ามีโอกาสและความเป็นไปได้ที่โรงแรมรีสอร์ตบนเขาค้อ จะได้รับการผ่อนปรนให้ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าบนเขาค้อเพื่อทำธุรกิจต่อไป ขณะเดียวกันการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศและสิ่งปลูกสร้างอื่นยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

บทความก่อนหน้านี้ก.อุตขอครม.10,000ล้านช่วยชาวไร่อ้อย รับเงินทันปิดหีบมี.ค.63
บทความถัดไปสุดยอดเทศกาลช้อปแห่งปี OTOP City 2019 มท.จัดเต็ม ยกขบวนสินค้า OTOP ร่วมฉลองปีใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจไทย