FCCT ยืนยัน ตร.ลุมพินี กดดันห้ามให้พื้นที่ผู้จัด “วิ่งไล่ลุง” แถลงข่าว ขู่ถึงขั้นสั่งปิดสมาคม

วันที่ 9 ธันวาคม 2562 จากที่มีรายงานข่าวจากเฟซบุ๊กแฟนเพจของผู้จัดงาน “วิ่งไล่ลุง” ได้ประกาศเปลี่ยนสถานที่จัดแถลงข่าว ซึ่งตามกำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม นี้ ที่ห้องสโมสรของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) แต่ได้รับทราบจากสมาคมฯว่า ตร.สน.ลุมพินีได้เข้ามากดดันอย่างหนัก จนทำให้ FCCT ไม่สามารถให้สถานที่ในการจัดงานแถลงข่าว ด้วยข้อเสนอบางประการ ซึ่งทาง FCCT ไม่สามารถปฏิเสธได้ จนกระทั่งข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปไม่นาน ผกก.สน.ลุมพินีได้ออกมาชี้แจงว่า ยังไม่ได้สั่งห้ามเพราะยังไม่ได้รับการประสานงาน พร้อมถามกลับไปยังผู้จัดไปสอบถามกลับไปยังสมาคมฯถึงแหล่งข้อมูลดังกล่าว ทำให้สมาคมฯได้ออกแถลงการณ์ในเชิงตอบโต้ โดยยืนยันว่าถูกตำรวจขอให้ยกเลิกการจัดงานดังกล่าวจริง

แถลงการณ์ระบุโดยลงนาม คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของสมาคมฯ มีเนื้อหาว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของสมาคมฯ มีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันจากตำรวจไทยให้ยกเลิกกำหนดการจัดงานแถลงข่าวกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” (ภาษาอังกฤษใช้ Run Against Dictatorship – วิ่งต่อต้านเผด็จการ) ของคณะผู้จัดงาน โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายจัดการของสมาคมฯได้ถูกร้องขอจากสน.ลุมพินีให้ยกเลิกการจองของกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่กำหนดจะจัดงานขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งกลุ่มดังกล่าวยอมรับที่จะชำระเงินเป็นค่าเช่่าสถานที่จัดงานแถลงข่าว

ตำรวจได้อธิบายว่า หัวข้อการจัดงานไม่เหมาะสม และมีความเห็นว่างานดังกล่าวมีลักษณะเข้าข่ายเป็นการก่อม็อบ

พวกเขายังกล่าวอีกว่า หากสมาคมฯไม่ยอมปฏิบัติตามคำร้องขอ ก็จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อสมาคมฯอาจถึงขั้นปิดตัวสมาคมฯลงด้วย 

หลังจากการปรึกษากับกลุ่มผู้จัด ผู้จัดงานเห็นด้วยที่หาสถานที่อื่นในการจัดงาน

ทั้งนี้ มีหลายวาระในช่วงการปกครองภายใต้ระบอบทหารเมื่อ 5 ปีก่อน สมาคมฯถูกบังคับให้ยกเลิกการจัดงาน ทั้งงานที่จัดโดยสมาคมฯเองและงานที่ลูกค้าภายนอกจองขอใช้สถานที่ กรณีทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตำรวจอธิบายว่า พวกเขาถูกทำตามคำสั่งรัฐบาลทหาร ไม่มีทางเลือกอื่นใดให้กับพวกเขาหรือสมาคม

แม้ประเทศไทยจะอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งควรทำให้บรรดาคำสั่งหรือแม้แต่ข้อเสนอแนะในการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความเห็น เป็นสิ่งผ่านไปแล้ว แต่การเรียกร้องให้ยกเลิกงานสัปดาห์นี้ ตำรวจก็ไม่รู้จะใช้กฎหมายอะไรมาตัดสิน แม้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาทำตามคำสั่งจากเบื้องบน

สำหรับสมาคมฯ ยังคงเป็นเจ้าบ้านให้กับกิจกรรมที่หลากหลาย รวมถึงหลายเรื่องที่มุ่งเน้นในการแสดงออกอย่างเสรีและความเห็นทางการเมืองอันแตกต่าง และความเชื่อว่างานต่างๆจะเป็นคุณูปการที่ดีในการถกเถียงอย่างเปิดกว้างต่ออนาคตของประเทศไทย เราหวังอย่างยิ่งที่จะได้รับอนุญาตในการดำเนินบทบาทนี้ในอนาคตต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 
ทั้งนี้ การใช้อำนาจรัฐในการเข้าแทรกแซงกิจกรรมของสมาคมฯ ในช่วงรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ทั้งเกี่ยวกับประเด็นการเมืองไทยและการเมืองระหว่างประเทศ เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ทหาร 20 นาย บุกจับตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง กลางงานแถลงข่าวแสดงจุดยืนคัดค้านการรัฐประหาร หลังการรัฐประหาร 2557 ไม่นาน การห้ามจัดเสวนาเรื่องกฎหมายมาตรา 112 หรือสั่งห้ามไม่ให้จัดงานเปิดตัวรายงานละเมิดสิทธิมนุษยชนในเวียตนาม หรือเสวนาอนาคตนายพลพม่ากรณีฆ่าล้างโรฮิงญา โดยอ้างเรื่องกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ