ครั้งหนึ่งในชีวิต คริสต์ศาสนิกชนกว่า 6,000 คน รอเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศคริสต์ศาสนิกชนชาวไทยและต่างประเทศ อาทิ เวียดนาม พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ฯลฯ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลทยอยเดินทางรอเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ก่อนเปิดจุดคัดกรองในเวลา 08.30 น.

ในส่วนของจุดคัดกรองมีทั้งหมด 2 จุดคือบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลข้างธนาคารทหารไทย และ บริเวณด้านข้างธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งประชาชนจะต้องผ่านการตรวจบัตรที่ได้ลงทะเบียนเข้างานและบัตรประชาชน หลังจากนั้นจะต้องผ่านจุดสแกนโลหะ เพื่อตรวจวัตถุต้องสงสัยก่อนเดินทางเข้ามาพักรอยังจุดที่ลงทะเบียน

ทั้งนี้ เมื่อผ่านจุดคัดกรองแล้วประชาชนจะได้รับของที่ระลึก อาทิ หนังสือที่ระลึกเส้นทางแห่งรัก “โป๊ปฟรังซิส” ธงชาติไทย ธงวาติกัน และสร้อยคอ

สำหรับพื้นที่เฝ้ารับเสด็จเจ้าหน้าที่ได้จำกัดพื้นที่ให้อยู่บริเวณรั้วในโรงพยาบาล โดยอนุญาตให้ประชาชนสามารถถ่ายรูปในช่วงการเสด็จของสมเด็จพระสันตะปาปาได้ แต่งดใช้ไม้เซลฟี่ ส่วนการรักษาความปลอดภัย มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล นำกำลังฝ่ายสืบสวน รวมทั้งตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 1 กองร้อย กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 จำนวน 1 กองร้อย และตำรวจจากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดประมาณ 10 นาย คอยรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบโดยโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ มีประชาชนลงทะเบียนร่วมรับเสด็จกว่า 6,000 คน

ซีสเตอร์ปราณี แสนต่างนา และซีสเตอร์เสาวนีย์ เสนศรีคำ จากคณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า คณะภคินีรักกางเขนฯ กว่า 50 คน เดินทางมาเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา ตั้งแต่ช่วงเช้า ส่วนตัวรู้สึกปลาบปลื้มใจที่พระองค์เสด็จมาประเทศไทย ถือเป็นบุญครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าและได้เห็นพระองค์จริง คิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสเช่นนี้อีกแล้ว โดยทางคณะภคินีรักกางเขนฯ ลงทะเบียนเฝ้ารับเสด็จทั้ง 3 ที่คือ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สนามศุภชลาศัย และวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร อ.สามพราน จ.นครปฐม

นางกันนิกา ศรีษาวรรณ และครอบครัว กล่าวว่า ตนและครอบครัวรวม 12 คน เดินทางมาจากจังหวัดสกลนคร มาพักที่บ้านย่านลาดพร้าว ออกมารอเฝ้ารับเสด็จตั้งแต่ 06.00 น. รู้สึกดีใจและปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่นึกว่าจะได้เห็นพระพักตร์ก็น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว เพราะสำหรับคริสต์ศาสนิกชนแล้ว พระองค์เปรียบเสมือนตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้า คิดว่าครั้งนี้คงเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้ใกล้ชิดพระองค์มากขนาดนี้

ขณะที่ นางวิไลวรรณ ปรีชาวุฒิ กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากวัดพระกุมารเยซู รู้สึกปลาบปลื้มใจ ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่มีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา ครั้งแรกเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ได้เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์นปอลที่ 2 และครั้งนี้ก็มารอเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส บรรยากาศที่สัมผัสได้ไม่แตกต่างกันมีประชาชน มารอเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก เพราะทุกคนก็อยากเห็นพระพักต์เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้มีโอกาสเช่นนี้

บทความก่อนหน้านี้ไทย-เยอรมนี ฟื้นคณะกรรมการร่วมเศรษฐกิจ หลังว่างเว้น7ปี ตั้งเป้าเพิ่มยอดค้า1.6หมื่นล.ดอลล์
บทความถัดไปประชาชนเห็นด้วยอย่างยิ่ง “อภิปรายไม่ไว้วางใจ”