อดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทยวอนหน่วยงานรัฐทบทวนหลังเสนอยุบสหกรณ์โรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตผู้สมัคร สส. เขต 1 พรรคเพื่อไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการติดตามความคืบหน้าในการบริหารและฟื้นฟูสหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย จำกัด ต.อ่าวน้อย อ.เมือง ฯหลังจากพบว่าที่ผ่านมามีปัญหาการดำเนินกิจการขาดทุนต่อเนื่องนานหลายปี ล่าสุดที่ทีมปรึกษาสหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานฯ แจ้งว่าได้นำคณะกรรมการสหกรณ์เข้าพบเข้าพบกับผู้บริหารระดับสูงของการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) เพื่อขอคำปรึกษาแผนการพัฒนาฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์ฯให้สามารถดำเนินการกิจการต่อไปได้โดยผู้บริหารของ กฟผ. ได้ให้ความสนใจสนับสนุนฟื้นฟูโรงสีข้าวพระราชทานร่วมกับคณะกรรมการสหกรณ์เพื่อให้ประกอบกิจการได้อย่างยั่งยืนเป็นไปตามพระราชประสงค์

“ขณะที่ก่อนหน้านี้ผู้บริหารระดับจังหวัดบางรายให้ความเห็นในที่ประชุม สอดคล้องกับสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ประจวบคีรีขันธ์เสนอเป็นลายลักษณ์อักษรถึงอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรร์เพื่อให้ยกเลิกกิจการสหกรณ์ฯ เนื่องจากขาดทุน จึงขอให้ทบทวนโดยด่วน เพราะประชาชนในพื้นที่หลายภาคส่วนเห็นว่าเป็นเรื่องไม่บังควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโรงสีข้าวพระราชทานถือเป็นส่วนหนึ่งของสหกรณ์ฯสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสิริมงคลกับประชาชนชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ควรได้รับการใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรแก้ปัญหาด้วยวิธีการจัดการที่ดี มีการระดมทุน เพื่อให้สามารถบริหารได้ โดยมีข้อเสนอเพื่อการแก้ปัญหา 3 ประเด็นประกอบด้วย ผลประกอบการและปัญหาในอดีตของสหกรณ์ การจัดทำแผนการปรับปรุงการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาสหกรณ์ และ การกำหนดแผนงานเพื่อผลักดันให้โรงสีกลับมาเดินเครื่องสีข้าวได้ตามปกติ” นายวิชิต กล่าว

นายวิชิต กล่าวว่า หลังจากนี้คณะทำงานจะเร่งผลักดันเพื่อให้โรงสีข้าวพะระราชทานกลับมาเดินเครื่องสีข้าวเปลือกได้อีกครั้ง โดยขอให้คณะกรรมการสหกรณ์ จัดหาข้าวเปลือกทั้งที่จะปลูกในพื้นที่ ต.อ่าวน้อย หรือซื้อจากชาวนาในพื้นที่ใกล้เคียง มีแผนการจัดสร้างยุ้งฉางเพื่อเก็บสำรองข้าวเปลือกตามปริมาณที่เหมาะสม การตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์ส่วนประกอบของเครื่องยนต์ต้นกำลังและเครื่องสีข้าวให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เมื่อทำแผนโครงการและสรุปงบประมาณที่ต้องใช้จ่ายเสร็จแล้ว จะทำหนังสือรายงานไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเพื่อรับทราบ และส่งให้เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( กปร.)

สำหรับโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย ปรากฏข้อมูลในเอกสารโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานเครื่องสีข้าวที่ขนาด 45 แรงม้า อัตราการสีข้าว 16 เกวียนต่อ24 ชั่วโมง มูลค่า 750,000 บาท โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนิน ในพิธีเปิดโรงสี เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2524 จากนั้นสมาชิกนิคมสร้างตนเอง ได้ร่วมกันบริจาคเงินจัดสร้างโรงคลุมและลานเก็บข้าว สามารถเก็บข้าวเปลือกได้ประมาณ 300 เกวียน มูลค่ารวม 800,000 บาท บนที่ดินเนื้อที่ 3 ไร่

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2541 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จแปรพระราชฐาน ณ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน นายประสงค์ พิฑูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในขณะนั้น ได้ถวายรายงานการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับโรงสีข้าวพระราชทานว่า “ขณะนี้ได้มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง” ผู้ว่าราชการจังหวัดกราบบังคมทูลว่า “ปัจจุบันนี้สมาชิกนิคมและราษฎรซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด มีสภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องจากมีความเจริญก้าวหน้า ด้านสาธารณูปโภค การคมนาคมสะดวกสบาย เกษตรกรจึงหันมาซื้อข้าวบริโภคกอปรกับสภาพภูมิประเทศไม่เหมาะสมกับการทำนา”

บทความก่อนหน้านี้ความพ่ายแพ้อนาคตใหม่ จากบทเรียนพลังธรรม ถึงเวลาที่ต้องทำมากกว่าพูด
บทความถัดไปศรีสุวรรณจ่อร้อง ป.ป.ช.สอบ “เต้ มงคลกิตติ์” สถาปนาตัวเองเป็นผู้นำฝ่ายค้านอิสระส่อขัดจริยธรรมร้ายแรง