‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ สวมเสื้อคนขับแท็กซี่ รำลึก 13 ปี ‘ลุงนวมทอง’

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ บริเวณสะพานลอย หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนทยอยเดินทางมานั่งรอที่ศาลารถประจำทาง หน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพื่อร่วมพิธีวางดอกไม้รำลึกถึงนายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ที่ปลิดชีพด้วยการแขวนคอใต้สะพานลอย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 หลังขับแท็กซี่ชนรถถังของคณะรัฐประหาร บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2549 เพื่อประท้วงการทำรัฐประหารในประเทศไทย

ทั้งนี้ ประชาชนได้สวมใส่เสื้อสีแดงและดำ มาพร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดง ส่วนหนึ่งนำดอกกุหลาบมาวางที่หน้าสดมอนุสรณ์แล้ว บางส่วนรอตัวแทนกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมาร่วมรำลึกถึงนายนวมทองในเวลา 11.00 น. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างปกติ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าที่ตำรวจเกือบ 10 นาย จากสถานีตำรวจบางซื่อ

จากนั้นในเวลา 11.00 น. แกนนำกลุ่ม นปช. นำโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. นพ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. เดินทางมาร่วมพิธีวางดอกไม้เพื่อรำลึกถึงนายนวมทอง โดยนางบุญชู ไพรวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง พร้อมลูกสาว ญาติ และประชาชน ได้เดินทางมาร่วมวางดอกไม้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปีนี้นายณัฐวุฒิได้สวมเสื้อคนขับแท็กซี่ พร้อมปักชื่อ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ด้วยตัวอักษรสีแดงที่อกด้านซ้าย และนั่งรถแท็กซี่มาร่วมงาน ก่อนจะเดินไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมนำดอกกุหลาบไปวางที่หน้าสดมภ์อนุสรณ์ และยืนรำลึก จากนั้นภรรยา บุตรสาว และญาติของนายนวมทองเข้าวางดอกไม้ ต่อด้วยประชาชนตามลำดับ ทั้งนี้ ระหว่างที่แกนนำ นปช.ทำพิธี มีประชาชนบางส่วนไลฟ์สด โดยมีชายคนหนึ่งไลฟ์สดพร้อมร้องเพลงรำลึกถึงนายนวมทอง ในฐานะนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า วันนี้พวกเราในฐานะผู้ร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตยกับลุงนวมทอง ไพรวัลย์ รวมทั้งภรรยาและบุตรธิดาของลุงนวมทอง มารวมตัวกันเพื่อแสดงความคารวะอาลัย และสดุดีต่อความองอาจกล้าหาญของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ สามัญชนคนขับแท็กซี่ที่ยืนยันหลักการประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการอย่างถึงที่สุด สละชีวิตของตัวเองเพื่อรักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของประชาชน ปีนี้เป็นปีที่ 13 ซึ่งก็คงเป็นความเจ็บปวดอีกคำรบหนึ่ง ที่เราต้องมารำลึกถึงวีรชนผู้ต่อต้านเผด็จการในยุคที่บ้านเมืองยังปกครองด้วยรัฐบาลสืบทอดอำนาจเผด็จการ ประวัติศาสตร์ของคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ อธิบายกับเราว่า ประชาชนคนธรรมดา คนหาเช้ากินค่ำ ถ้ายึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย หยิ่งทนงในเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งความเป็นประชาชน ก็ไม่พร้อมที่จะค้อมหัวยอมรับการกดขี่หรืออำนาจอันไม่ชอบธรรมใดๆ

“การต่อสู้ของคุณลุงนวมทองจะไม่สูญเปล่า แม้ว่าวันเวลานี้ ระบอบประชาธิปไตยจะประสบภาวะบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นใกล้ตายก็ตาม แต่เราเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งวิถีแห่งประชาธิปไตยก็จะกลับคืนมาสู่สังคมไทยในที่สุด บ้านเมืองเวลานี้ ผมนึกถึงลุง 2 คน ลุงคนหนึ่งชื่อนวมทอง ขับแท็กซี่เพียงคันเดียวพุ่งเข้าชนรถถังเพื่อต่อต้านคณะรัฐประหาร เพื่อปฏิเสธอำนาจเผด็จการ ในขณะที่มีลุงอีกคนซึ่งเป็นคนที่คุณก็รู้ว่าใคร สั่งการรถถังขับมาบนท้องถนนวิ่งชนอำนาจอธิปไตยของประชาชน ยึดเอาเป็นของตัวเองมาตลอดเวลากว่า 5 ปี แล้วใช้อำนาจ เล่ห์กลทุกอย่างสืบทอดอำนาจของตนและพวกจนปัจจุบันนี้” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนตัวเคารพ ศรัทธา และชื่นชมลุงนวมทอง และอยากจะบอกลุงอีกคนว่า คนอย่างลุงนวมทองไม่ได้มีเพียงคนเดียว ตนแน่ใจว่าคนที่คิดแบบนี้ รู้สึกแบบนี้ เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ อยากให้ลุงคนนั้นรับฟังความรู้สึกของประชาชนบ้าง

“ประชาชนไม่ได้มองตัวท่านเป็นศัตรู แต่มองว่าอำนาจเผด็จการเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะต่อต้าน ดังนั้น ขอท่านอย่าได้มองประชาชนเป็นศัตรู ขอได้เพียงรับรู้ว่าหากสิ่งที่เกิดขึ้นขาดความชอบธรรม ไม่ถูกต้องตามหลักการ เราจะยืนยันปฏิเสธอำนาจและวิถีทางของเผด็จการต่อไป วันนี้พวกเราไม่ได้มาปลุกระดม สร้างเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นการมาทำหน้าที่ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เรามีหน้าที่ของเราที่จะต้องยกย่องเชิดชู และปกป้องการเสียสละของประชาชนคนธรรมดา เฉกเช่นคุณลุงนวมทอง และเรายังมีหน้าที่ของเราที่จะต้องชี้ให้พี่น้องประชาชนคนร่วมประเทศได้ประจักษ์และเข้าใจว่า อำนาจเผด็จการไม่เคยนำพาความเจริญไปสู่ชาติบ้านเมืองได้ อำนาจเผด็จการไม่เคยนำพาสู่การปฏิรูปประเทศให้กลับคืนสู่ประชาธิปไตยได้” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ภาพรถแท็กซี่ของลุงนวมทองที่พุ่งชนรถถังของคณะเผด็จการในเวลานั้น เป็นภาพสัญลักษณ์ซึ่งสะท้อนความจริงในสังคมไทยว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการใช้กำลังเผด็จการเข้ายึดอำนาจก็จะมีประชาชนคนเล็กๆ เช่น แท็กซี่คันหนึ่ง ที่กล้าหาญออกมาต่อต้าน กระทั่งพุ่งเข้าชนอำนาจเผด็จการนั้น แล้วก็เป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะทุกครั้งที่ประชาชนต่อต้านและพุ่งเข้าชนอำนาจเผด็จการ ผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสียก็คือประชาชน เหมือนแท็กซี่ของคุณลุงนวมทองที่พุ่งชนรถถัง และรถถังแทบจะไม่บุบสลาย แต่ความเสียหายกับเกิดขึ้นกับรถแท็กซี่คันดังกล่าว

“เชื่อว่าหากรถถังยังไม่หยุดวิ่งออกมาบนท้องถนน ก็จะมีแท็กซี่ ซึ่งเปรียบเป็นประชาชน จะไม่หยุดลุกขึ้นยืนออกมาต่อต้านเช่นเดียวกัน ถึงที่สุดเชื่อว่ารถถังต้องมีวันกลับเข้ากรมกอง แท็กซี่เท่านั้นที่จะวิ่งอยู่บนถนนไปตลอดกาล อำนาจเผด็จการวันหนึ่งก็ต้องล้มพังลง ขอคารวะสดุดี ลุงนวมทอง ไพรวัลย์อีกครั้ง ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของคุณลุง ซึ่งสำหรับประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เราผูกพันกันเสมือนญาติ แม้ไม่ได้พบหน้าเจอตากันบ่อยครั้งนักในช่วงหลัง แต่ทุกครั้งที่พบกัน ก็ยังรู้สึกห่วงใยใกล้ชิดกันอยู่เช่นเดิม” นายณัฐวุฒิกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางกลับ นายณัฐวุฒิได้สอบถามภรรยาของลุงนวมทองว่าเดินทางมาอย่างไร ก่อนจะอาสาพาส่งขึ้นรถแท็กซี่ที่มาส่งตน

“ผมว่าจะขับแท็กซี่มาเอง แต่ว่ารถเยอะ กว่าจะหาที่จอดรถได้เดี๋ยวลำบากเจ้าหน้าที่ที่ดูแล เลยเป็นผู้โดยสารมา แต่วันนี้มาในเครื่องแบบลุงนี่แหละ” นายณัฐวุฒิกล่าว ก่อนจะพาเดินไปส่งขึ้นรถแท็กซี่ ปิดประตูให้ และเดินไปขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารักษาความปลอดภัย

บทความก่อนหน้านี้หน.ไทรักธรรม แจง รับโอน1ล้าน จาก”พิเชษฐ”จริง แค่ยืมทำธุรกิจ ปัดมัดจำร่วมรัฐบาล
บทความถัดไปพิศณุ นิลกลัด : มนตร์ดำในวงการฟุตบอล