‘สมพงษ์’ อัดร่างงบ 63 ไม่ตรงเป้า ใช้แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ ไล่เอากลับไปร่างใหม่

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฏรวาระ การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผล การเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จากนั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในฐานะ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบ โดยระบุว่า ฝ่ายค้านขอให้รัฐบาล พ.ร.บ.งบนำกลับไปร่างมาใหม่ เพราะงบฉบับนี้ไม่มีความเหมาะสม ไม่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย หากนำไปพิจารณาในภาพใหญ่ มี 4 ด้าน 1.การลงทุนภาคเอกชน 2.ลงทุนในประเทศ 3.ส่งอออก 4.การลงทุนภาครัฐ

ทั้งนี้ การส่งออกมีความสำคัญมากทำรายได้ให้ประชาชนมีงานทำ “หากนำไปพิจารณาในภาพใหญ่ มีฟันเฟือง 4 ด้าน คือ 1.การลงทุนภาคเอกชน 2.ลงทุนในประเทศ 3.ส่งอออก 4.การลงทุนภาครัฐ ทั้งนี้ การส่งออกมีความสำคัญมากทำรายได้ให้ประชาชนมีงานทำ ฟันเฟืองตัวนี้มีความสำคัญ ฟันเฟืองตัวที่ 2 คือการลงทุนภาคเอกชน หากนำข้อเท็จจริงมาดูหนังศึกษากว่า 3 แสนคนยังตกงาน ปีหน้คาดว่าอาจตกงานถึง 5 แสน ที่จะประสบปัญหาการลงทุน การอุปโภคบริโภคของคนในประเทศ จะทำให้ผู้ประกอบการขายสินค้าของตนเองได้ ดังนั้นหากมองกำลังซื้อระดับกลางระดับล่าง กำลังซื้อหดตัวรุนแรง

นอกจากนี้ การใช้จ่ายของภาครัฐที่นำไปจ่ายจริงอย่างมีประสิทธิภาพย่อมสร้างทำให้ระบบขับเคลื่อน แต่ในทางกลับกันหากไม่ได้การขับเคลื่อนย่อมทำให้ฟันเฟืองนั้นไม่เดิน ทอย่างไรก็ตาม การทำงบของ 5 ปีที่ผ่านมามียอดเพิ่มขึ้นทุกปี พยายามเพิ่มรายได้ไม่เพียงพอจึงได้กู้ทุกปีจนยอดเพิ่มสูงขึ้น” นายสมพงษ์กล่าว “เราใส่เม็ดเงินมหาศาลตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แต่ย้อนกลับไปดูก็จะรู้ว่าเป็นอย่างไร รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่สามารถทำให้ประเทศพัฒนาไปได้ ผมขอวิงวอนให้ประชาชนโปรดเข้าใจ ว่าฝ่ายค้านไม่ได้กลั่นแกล้ง ทำให้งบล่าช้า แต่ตนอ่านและศึกษาแล้ว

ขอแนะนำให้รัฐบาลนำกลับไปปรับปรุง เพราะมีปัญหาหลายปัญหา เช่นการนำงบไปใช้ในภาพส่วนที่ไม่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ เช่นงบประมาณกลาโหม ที่เพิ่มกว่า 6 พันล้าน ไม่ได้สร้างความกินดีอยู่ดีให้ประเทศเลย ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนเหมือนกับปัญหาประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่” นายสมพงษ์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้มาดามหลูหลี / EXIT : ไต่-วิ่ง-หนีหมอกพิษ
บทความถัดไป‘ไทย-อียู’ เตรียมลงนามหุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้าน-ฟื้นคุยเอฟทีเอ