‘นิชนันท์’ เสียใจ อนค.ไม่พิจารณา ‘อดีต ส.ส.เป้า-ทีมงาน’ ลงเลือกตั้ง อบจ. ฝากผู้บริหารพรรคทบทวนการทำงาน

สืบเนื่องกรณีนายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง หรืออดีต ส.ส.เป้า หัวหน้ากลุ่มอนาคตใหม่ชลบุรี เปิดเผยถึงการที่กลุ่มของตนเองไม่ได้รับการพิจารณาจากพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (อบจ.ชลบุรี) สร้างข้อกังขาให้กับลูกทีมกลุ่มอนาคตใหม่ชลบุรี เนื่องมาจากช่วงที่ผ่านมา หลังจากพรรคอนาคตใหม่ประกาศหาผู้ที่ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งนายก และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตนได้ทำตามกติกามาตลอด ทำให้บรรดาเหล่าสมาชิก หรือคนร่วมแนวทางอุดมการณ์เดียวกัน ส่งทั้งไลน์และเฟซบุ๊กมาให้กำลังใจ ขอให้ต่อสู้ทางการเมืองต่อไป

ขณะที่ น.ส.นิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี เขต 8 พรรคไทยรักษาชาติ ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา แสดงความเสียใจกับนายจิรวุฒิและทีมอนาคตใหม่ชลบุรีที่ไม่ได้รับเลือกจากคณะกรรมการพรรคอนาคตใหม่ให้ลงสมัคร อบจ.ในนามของพรรค ในสนามเลือกตั้ง จ.ชลบุรี ดังนี้ แพ้แบบไม่สมศักดิ์ศรี เพราะถือว่ายังไม่ได้มีการแข่งขันการต่อสู้เลย แค่ยื่นเอกสารเท่านั้น ขอให้อ่านให้จบ ถ้าอยากรู้ที่ไปที่มาด้วยเหตุและผล

ขอแสดงความเสียใจ กับ ทีมอนาคตใหม่ ชลบุรี Change เพื่อคนชลบุรี นำทีมโดย คุณจิรวุฒิ สิงห์โตทอง หรือที่คุ้นหูชื่อเรียกกันว่า ส.ส.เป้า ที่ไม่ได้รับเลือกจากคณะกรรมการพรรคอนาคตใหม่ ให้ลงสมัคร อบจ. ในนามของพรรคอนาคตใหม่ ในสนามเลือกตั้ง จ.ชลบุรี

ส่วนตัวก็ยอมรับมติพรรคและเห็นใจหัวหน้าทีม อดีต ส.ส.เป้า ที่แต่แรกเริ่ม ส.ส.เป้าไม่ใช่เป็นคนริเริ่มอยากไปขอลงสมัครในนามพรรคอนาคตใหม่เลย ส.ส.เป้าอยู่ที่บ้านดีๆ และเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยมาตลอดในเส้นทางการเมือง แล้วอยู่ๆ ก็มี

1) อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต อ.บ้านบึง เขตเดียวกันกับ ส.ส.เป้า และรู้จักคุ้นเคยกันดีเพราะมีหัวใจรักฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกัน และสมาชิกทีมงานพรรคอนาคตใหม่ชลบุรี มาทาบทาม ส.ส.เป้าถึงบ้านว่าทางพรรคอนาคตใหม่สนใจมองเห็นคุณสมบัติ ส.ส.เป้าว่าเหมาะสมที่สุด ฝ่ายประชาธิปไตยอยากให้มาลงสมัครเป็นนายก อบจ. ในนามพรรคอนาคตใหม่ แข่งกับทีม นายก อบจ.ทีมปัจจุบัน ซึ่ง ส.ส.เป้าก็รู้สึกยินดีที่พรรคอนาคตใหม่ให้เกรียติและให้ความไว้วางใจ ก็รับฟังและบอกว่าขอพิจารณาดูก่อน

2) หลังจากนั้นไม่นานก็มีทีมใหม่ที่เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ทีมผู้ช่วย ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ชลบุรี ก็มาติดต่ออีกพูดเหมือนกันกับทีมแรกเลย ส.ส.เป้า ก็ขอบคุณและรับไว้พิจารณาเช่นกัน

3) ต่อมา ก็มีหัวหน้าทีมทำงานของพรรคอนาคตใหม่และเป็นผู้ช่วย ส.ส.มาหาดิฉัน และบอกว่าสนิทกับ ส.ส.เป้าไหม เห็นเคยอยู่พรรคเพื่อไทยด้วยกันมาก่อนอยากให้ดิฉันช่วยทาบทามให้ ส.ส.เป้า มาเป็นหัวทีมมาลงสมัคร นายก อบจ. ในนามพรรคอนาคตใหม่ ตัวดิฉันเองก็เลยพาไปพบ ส.ส.เป้าที่บ้าน ส.ส.เป้า ก็คิดว่าผู้ใหญ่ทางคณะกรรมบริหารพรรคส่วนกลางของพรรคอนาคตใหม่น่าจะมีมติเห็นพ้องต้องกันว่าเลือก ส.ส.เป้า เป็นหัวหน้าทีม ลงสมัคร อบจ. ในนามพรรคอนาคตใหม่และเป็นตัวแทนพรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วย เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งนักการเมืองลงการเมืองท้องถิ่นที่ชลบุรี ในนามพรรคเพื่อไทย

ส.ส.เป้าได้ถามทีมงานพรรคอนาคตใหม่ว่า ผู้ใหญ่ในพรรคอนาคตใหม่เห็นพ้องต้องกันแน่นะ ว่าเลือกผมลง ว่าผมเหมาะสม ผมจะได้ไปลาออกจากพรรคเพื่อไทย หัวหน้าทีมบริหารศูนย์ประสานงานพรรคและผู้ช่วย ส.ส .พรรคอนาคตใหม่ที่มาด้วยกันก็ตอบว่า แน่นอน ทางพรรคส่วนกลางให้อำนาจหน้าที่ทีมภายในชลบุรีเลือกกันเองแล้วเสนอชื่อเขาไปที่พรรคส่วนกลางไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดหรอก ส.ส.เป้าเลยตอบตกลง และไปขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพราะ ส.ส.เป้า เคยเป็น อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทย และเคยเป็นอดีตเลขารัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เคยเป็น สจ.ชลบุรี 2 สมัย เป็นนักธุรกิจกว้างขวางในชลบุรี

และ ส.ส.เป้า ก็ไปทาบทามนักการเมืองในชลบุรีพรรคการเมืองต่างๆ ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในชลบุรีมาร่วมทีมงานทั้ง อดีตผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย, อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ในชลบุรีมาร่วมเป็นทีมทำงานด้วยกันหลายคนรวมทีมงานของพรรคอนาคตใหม่ด้วย

4) พอสื่อรู้ก็เอาข่าว ส.ส.เป้าไปลงข่าว หลังจากนั้นไม่นาน ทางพรรคอนาคตใหม่ก็มีการแจ้งมาใหม่ว่า ทางพรรคส่วนกลางแจ้งว่ามีเงื่อนไขกฎกติกาใหม่ คือ ต้องมีการสมัครเป็นสมาชิกพรรคทุกคนที่จะลง สจ.ในนามพรรคอนาคตใหม่ 42 คน และต้องมีการส่งเข้าแข่งขันดีเบตกันเพื่อเลือกทีมที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งตอนที่ทุกคนทุกทีมมาทาบทาม ส.ส.เป้านั้นไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน และไม่มีทีมอื่นที่จะลงแข่งขันกับ ส.ส.เป้าเลย ถ้ารู้แต่แรก ส.ส.เป้า ไม่เอาอยู่แล้วเพราะถือว่าเป็นผู้ใหญ่มากๆ แล้ว เล่นการเมืองมา 30 กว่าปีแล้ว มีตำแหน่ง เลขารัฐมนตรี ตำแหน่ง ส.ส. และ เคยเป็น สจ. 2 สมัย มาแล้วก็ไม่ได้อยากลงเล่นการเมืองท้องถิ่นขนาดถึงตอนมาแข่งขันภายในขนาดนั้น

แต่จะถอยกลับหรือยกเลิกก็ไม่ได้แล้ว เพราะออกสื่อไปเยอะแล้ว ก็จะเหมือนว่าไม่เป็นผู้ใหญ่พอ ดูจะเหมือนไม่มีสปิริต ก็เลยทำตามเงื่อนไขพรรคทุกอย่างแต่ ส.ส.เป้า ก็เสียความรู้สึกอย่างมากๆ ที่มารู้ว่า ทีหลังว่า ทีมที่จะลงแข่งก็คือทีมที่จัดตั้งมาจากทีมงานอนาคตใหม่ที่ไปติดต่อทาบทาม ส.ส.เป้าแต่แรก พวกน้องๆ ที่ ส.ส.เป้า ก็รู้จักแต่แรก กับมีทีมอื่นอีก 1 ทีมเข้ามาด้วย ส.ส.เป้าจะถอนตัวสื่อก็ลงไปหมดแล้ว ก็ตัดสินใจเดินหน้าสู้แข่งขันภายในทำตามกฎกติกาพรรคทุกอย่าง และยื่นเอกสารทั้งหมดก็เตรียมตัวรอทางพรรคเรียกไปแสดงวิสัยทัศน์ พรีเซนต์งาน เตรียมทีมงานฝ่ายบริหารไปตอบข้อซักถามสัมภาษณ์เหมือนการแข่งขันทั่วๆ ไป

แต่สุดท้ายพรรคอนาคตใหม่จากส่วนกลางก็เงียบไม่มีการเรียกคุย พูดคุยหรือสัมภาษณ์อะไรเลย มีเพียง ส.ส.เขต 7 ของพรรคอนาคตใหม่ติดต่อ ส.ส.เป้ามาว่าได้รับมอบหมายจากส่วนกลางให้มาติดต่อ ส.ส.เป้า แต่พูดคุยว่าอยากเลือก ส.ส.มานิตย์ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นหัวลงแทน ส.ส.เป้า ทั้งๆ ที่ ส.ส.มานิตย์ บอกว่าเชียร์ทีม ส.ส.เป้า และไม่ได้ยื่นเอกสารแสดงความจำนงว่าจะลง สมัคร นายก อบจ. ตามเงื่อนไขพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่แรก

สุดท้ายผลมติที่พรรคอนาคตใหม่เลือกเข้าไปผ่านรอบที่ 2 คือ ทีมอนาคตชล อนาคตใหม่ และ ทีม ชลบุรี พัฒนา ที่พรรคอนาคตใหม่ได้ผ่านเข้ารอบ 2 ที่จะเป็นตัวแทนลงสมัคร อบจ.ชลบุรี ในนามพรรคอนาคตใหม่

ก็ขอแสดงความยินดีกับทั้ง 2 ทีมด้วย ที่ผ่านได้เข้ารอบ 2

ที่พูดมาทั้งหมดแค่อยากให้คนที่เชียร์ ทีม ส.ส.เป้า ได้เข้าใจรายละเอียดที่มาที่ไปทั้งหมด และอยากบอกว่า งานนี้เห็นใจ ส.ส.เป้า สุดๆ ที่อยู่ดีๆ ก็เหมือนถูกเด็กๆ รุ่นน้องรุ่นลูกหลอก อาจจะไม่ได้มีเจตนาหลอก แต่เหตุการณ์มันพาไปเหมือนหลอกให้มาลงสมัคร แต่สุดท้ายไปตั้งทีมมาแข่งขันภายในกันอีก

ที่พวกเราทีมงานฝ่ายพรรคเพื่อไทยเก่าทุกคนตัดสินใจมาร่วมงานพรรคอนาคตใหม่เพราะอยากช่วยสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยตามที่คุณธนาธรประกาศจุดยืนไว้ และอยากสนับสนุนเป็นแรงเสริมให้คุณธนาธร เดินหน้าทวงคืนประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ รวมทั้งมาทำการเมืองท้องถิ่นควบคู่การเมืองสนามใหญ่ไปด้วย และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงพัฒนาชลบุรีเพื่อคนชลบุรีให้ดีขึ้น

ขอฝากถึงผู้บริหารพรรคอนาคตใหม่ ขอให้ทบทวนแนวทางการบริหารภายในองค์กรของพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งทีมงานสมาชิกพรรคด้วยที่ยังมีหลายๆ อย่างที่รู้สึกว่ายังไม่ลงตัว ยังไม่ค่อยอยากต้อนรับสมาชิกใหม่ที่จะมาร่วมทีมทำงานกับพรรคควรปรับปรุงระบบภายในให้ดีขึ้น และพรรคควรมีความชัดเจนในเงื่อนไขแต่แรก ถ้าจะสรรหาทาบทามภายในก็ไม่ควรประกาศว่าจะมีการดีเบตตามธรรมชาติจริงๆ

ถ้าพรรคมีทีมงานของพรรคในใจอยู่แล้วก็ไม่ควรให้เปิดรับสมัครให้ทีมอื่นๆเข้ามามีการแข่งขันภายใน มันจะทำให้เสียความรู้สึกของสมาชิกทุกคนที่มีความรู้สึกดีๆ ต่อพรรคตั้งแต่แรก ถ้าการแข่งขันนั้นมันไม่เด่นชัดและดูอึมครึม

ขอแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอะแนะด้วยความหวังดีจากใจที่เชียร์ฝั่งประชาธิปไตยด้วยกันมาจริงๆ และขอให้นึกถึงความรู้สึกดีๆ ของสมาชิกหรือแนวร่วมที่เชียร์คุณธนาธรอยู่ข้างนอกอยากให้ไปถึงฝั่งฝัน และเป็นพรรคการเมืองมืออาชีพเพื่อมวลชน เพื่อความยุติธรรมและ เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้“เลขาฯชวน” เชื่อ “ชวน” จัดการได้ “เต้”ขอเวลา ฝ่ายค้านอิสระ ถกงบ 63
บทความถัดไปเมื่อ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เยือนเมืองเวนิส