แฉนายทุน ‘จีน-อินเดีย’ เล็งซื้อ 10 ร.ร.เอกชน ‘ครูตั้น-กนกวรรณ’ สั่ง ‘สช.’เฝ้าระวัง-ตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รับทราบปัญหาของโรงเรียนเอกชน ที่มีนายทุนชาวต่างชาติเข้ามาติดต่อขอซื้อกิจการ จนทำให้เกิดข้อกังวลว่าถ้าโรงเรียนของนายทุนเหล่านี้ เข้ามารับเงินอุดหนุนจากรัฐ จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากขึ้น มองว่าเรื่องนี้ ศธ.ต้องมาดูรายละเอียดของปัญหาว่าผู้ที่รับใบอนุญาติจัดตั้งโรงเรียนเอกชน แล้วขอรับการสนับสนุนจากกระทรวง มีเบื้องหลัง หรือมีสัดส่วนของหุ้นส่วนจำนวนเท่าใด ซึ่งเรื่องเหล่านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตรวจสอบได้ และเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าหากมีใครทำผิดกฎหมาย ใครดำเนินการไม่ถูกต้อง ศธ.จะเข้าไปบริหารจัดการ ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้ยังคงมีอยู่ในประเทศ

นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงเรียนเอกชนประสบปัญหาวิกฤต อาทิ การรับนักเรียนในปีการศึกษา 2563 ที่รอหลักเกณฑ์การรับนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2563 ว่าการรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ขวบ จะยึดหลักการเดิมหรือไม่ ที่หากในพื้นที่มีโรงเรียนสังกัด สช.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่ โรงเรียนสังกัด สพฐ.ไม่ควรเปิดรับ ยกเว้นพื้นที่ใดไม่มีโรงเรียนสังกัด สช.และ อปท.อยู่ อีกทั้ง ขณะนี้มีโรงเรียนเอกชนกว่า 90% ที่มีผู้ปกครองค้างจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียนของนักเรียน บางคนค้างจ่ายต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 ถึงปีการศึกษา 2562 และมีแนวโน้มค้างจ่ายเพิ่มขึ้นทุกโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนเอกชนยังหาทางออกของปัญหานี้ไม่ได้

นายศุภเสฏฐ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พบข้อมูลเพิ่มเติมจากโรงเรียนเอกชนในภาคต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดใหญ่ๆ ถูกนายทุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายทุนจากสาธารณรัฐอินเดีย เข้ามาติดต่อขอซื้อเพื่อที่จะดำเนินกิจการแทน โดยไม่สนว่าโรงเรียนแห่งนั้นกำลังขาดทุน ใกล้ปิดกิจการ หรือสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

“พบโรงเรียนเอกชนเกือบ 10 แห่ง ที่แจ้งมาว่ามีนายทุนต่างชาติสนใจเข้ามาซื้อกิจการ ซึ่ง ส.ปส.กช.และ สช.เฝ้าระวังอยู่ เพราะโรงเรียนเอกชนต่างกังวลว่า ถ้านายทุนชาวต่างชาติเข้ามา คนไทยจะเสียเปรียบ เพราะถูกเรียกเก็บค่าเทอมที่แพงมากขึ้น หรือถ้าโรงเรียนเหล่านี้ไปขอรับเงินอุดหนุน อาจจะเป็นการดึงทรัพยากรของรัฐไปใช้ได้ จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งหากทำเพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบให้ละเอียดด้วย ขณะนี้นางกนกวรรณ วิลาลัวย์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับทราบปัญหานี้แล้ว และสั่งการให้ สช.และ ส.ปส.กช.เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด” นายศุภเสฏฐ์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้สาธารณสุข ชวนคนไทย ล้างมือตามหลักสุขอนามัยเพื่อความสะอาด
บทความถัดไปนายกฯ นิ่ง ไม่ตอบ กระแสโต้กลับ​ “บิ๊กแดง”เดือด วิพากษ์การเมือง