จาตุรนต์ ซัด กอ.รมน. แจ้ง ม.116 ไม่ต่างยุค คสช. เป็นภัยต่อเสรีภาพปชช.-ประเทศ

เมื่อวานนี้ (5 ตุลาคม 2562) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีกับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านและนักวิชาการ ที่ร่วมเสวนาที่ จ.ปัตตานี ด้วยความผิดมาตรา 116 ว่า การแจ้งความลักษณะนี้ คล้ายกับการที่ คสช.เคยสั่งให้เจ้าหน้าที่ของ คสช. แจ้งความผู้ที่เห็นต่างกับ คสช. และรัฐบาลคสช.ในช่วงที่ผ่านมา โดยไม่ต้องมีหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจน แต่ใช้อำนาจ คสช.สั่งให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความ และบีบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมักจะรับแจ้งความและตั้งข้อหาที่ร้ายแรง สร้างภาระให้กับผู้ดำเนินคดี

ถ้าอัยการจำเป็นต้องเอาด้วยก็ต้องไปสู่ในชั้นศาล ผู้ถูกแจ้งความต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายไม่เป็นอันทำอะไร และเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู คนเห็นต่างรายอื่นๆ จะได้ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น แต่ครั้งนี้พิเศษมากขึ้น เพราะดำเนินการในช่วงที่เป็นรัฐบาลเลือกตั้ง และไม่มี คสช.อยู่แล้ว แต่ยังกล้าดำเนินการในลักษณะเดิม อาศัยอำนาจของ กอ.รมน. ซึ่งเป็นโครงสร้างระบบทางความมั่นคงที่ออกแบบล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ก่อนคสช.จะพ้นไปให้มีอำนาจทางการเมืองสูงมาก เพื่อกดประชาชนไว้ภายใต้อำนาจเผด็จการ เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการสืบทอดอำนาจ คสช. ซึ่งอันตรายมากต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและภาพพจน์ของประเทศ

นายจาตุรนต์ ระบุอีกว่า ถ้าดูการเสวนาวันที่ 28 ก.ย. จะเห็นว่าเป็นการเสวนาที่พูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญของ ส.ส. และเขาจะดำเนินการตามกระบวนการรัฐสภา ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ การแก้ต้องเป็นตามกติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หากขัดหลักการพื้นฐาน หรือตรงกับมาตราที่ห้ามแก้ ที่สุดก็แก้ไม่ได้อยู่ดี ทั้งหมดไม่ใช่การปลุกปั่นให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องต่อรัฐ แต่เป็นการใช้วิธีการสันติวิธีเสนอความคิดเห็นโดยระบบรัฐสภาปกติ การแจ้งความลักษณะนี้นอกจากเกิดภาระของผู้ถูกดำเนินคดีแล้ว ยังเป็นการบอกว่าประชาชน และส.ส.ไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือดำเนินการทางการเมืองใดๆ

“ต่างประเทศมองว่าเมืองไทยเป็นประเทศน่ากลัว และมองว่าการปกครองลักษณะนี้ไม่น่ายั่งยืน รัฐบาลและการเมืองไทยไม่น่ามีเสถียรภาพ เขาอาจไม่อยากเข้ามาลงทุน ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ และต่อไปหากปล่อยให้มีการแจ้งความดำเนินคดีลักษณะนี้ต่อเนื่องไปอีก อาจลามปามไปถึงการแสดงความเห็นวิจารณ์รัฐบาล เหมือนที่พวกตนถูกดำเนินคดี หากเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นมาอีก จะยิ่งกลายเป็นทำให้สังคมไทยอยู่ในสภาที่เป็นเผด็จการเต็มขั้น การตรวจสอบรัฐบาลและร้องเรียนให้แก้ปัญหาประเทศในเรื่องต่างๆ ก็จะทำให้ได้น้อยลง ผลเสียจะตกกับประชาชนนั่นเอง” นายจาตุรนต์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ไทยวันนี้ยังเจอฝนหนัก 54 จังหวัด กทม.ไม่รอด-ตกร้อยละ60
บทความถัดไปศ.ยุติธรรมแจงปมผู้พิพากษายิงตัวเอง ยัน “ใหญ่แค่ไหน ก็สั่งศาลไม่ได้”