ครม.เศรษฐกิจเคาะแจกเงินผ่านบัตรคนจนสูงสุด 2 พันบาท ให้เที่ยวไทย 1 พันบาท แถมใจดีคืนเงิน 15%

ครม.เศรษฐกิจนัดแรกแจกเงินสะพัด 1 แสนล.ให้เงินไปท่องเที่ยวคนละ 1,000 บาท แถมคืนเงินให้อีก 15% ของเงินที่ใช้จ่ายเพิ่มแต่คืนเงินไม่เกิน 4,500 บาท แจกเงินคนจน 14.6 ล้านราย 1,000 บาท คนแก่ 2,000 บาท แม่มีลูกอายุไม่เกิน 6 ปี 1,600 บาท ดึงแบงก์รัฐช่วยปล่อยกู้ดูแลภัยแล้ง ดูแลเกษตรกร ช่วยเอสเอ็มอี อีก 2.07 แสนล. คาดวงเงิน 3.1 แสนล.ช่วยผยุงจีดีพีปีนี้โตกว่า 3%

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจนัดแรกว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการกระตุ้นและดูแลเศรษฐกิจวงเงินรวม 3.1 แสนล้านบาท คลอบคลุม  3 ด้าน คือช่วยภัยแล้ง บรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และดูแลค่าครองชีพกลุ่มประชาชนรายได้น้อย โดยเงินนำมาใช้มาจากงบประมาณ 1 แสนล้านบาท มาจากงบกลางไม่ถึง 50% ที่เหลือเป็นเงินที่มีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นเงินสินเชื่อจากแบงก์รัฐ 2.07 แสนล้านบาท

“ขณะนี้ไทยกำลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ดังนั้นควรต้องมีมาตรการดูแลแล ซึ่งคาดว่ามาตรการทั้งหมดทำให้เศรษฐกิจเติบโตกว่า 3% อย่างไรก็ตามตรงนี้เป็นเพียงข้อเสนอผ่านที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ จะมีผลหลังเสนอเข้าที่ประชุมครม. 20 สิงหาคมนี้”นายอุตตม กล่าว

นายอุตตม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน เน้นเรื่องท่องเที่ยวด้วยการแจกเงิน 1,000 บาทให้กับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปไม่เกิน 10 ล้านคน เพื่อนำไปท่องเที่ยวทั้งเมืองหลัก เมืองรอง แต่ต้องไม่เป็นจังหวัดที่มีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ตามบัตรประชาชน เป็นการให้วงเงินผ่าน จี-วอลเลท(กระเป๋าเงินภาครัฐ) เพื่อให้นำไปใช้จ่าย ไม่สามารถกดเป็นเงินสดมาใช้ได้ คาดว่ามาตาการนี้ทำให้ประชาชนควักเงินจ่ายเพิ่มเติมจากที่รัฐให้ ซึ่งรัฐจะคืนเงินให้อีก 15% ของวงเงินที่ใช้จ่ายเพิ่ม แต่กำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือจะคืนเงินให้ไม่เกิน 4,500 บาท เท่ากับคนที่จะได้รับเงินจากมาตรการนี้ต้องไม่เกิน 5,500 บาท โดยเป็นการดำเนินการผ่านโครงการ ชิม ช้อป ใช้ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะมีมาตรการมาเสริมเพิ่มเติมออกมาด้วย

นายอุตตม กล่าวว่า ในเรื่องท่องเที่ยวมีเสนอให้ฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว จีนและอินเดีย ระยะเวลาฟรีวีซ่าให้คงต้องหารือกับฝ่ายความมั่นคงกระทรวงมหาดไทย และชัดเจนหลังประชมครม. เพื่อสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น สำหรับเรื่องการลงทุนเสนอให้หักค่าใช้จ่ายการลงทุนเครื่องจักรได้ 1.5 เท่า

นายอุตตม กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการเติมให้กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการ แบ่งเป็น ผู้ถือบัตรสวัสดิการ 14.6 ล้านรายรับเงินเพิ่มคนละ 500 บาทต่อเดือนจากเดิมที่ได้รับคนละ 200 บาทและ300 บาทแล้วแต่ฐานรายได้ เป็นเวลา 2 เดือนคือเดือนสิงหาคม และกันยายน รวม 1,000 บาท  ให้เงินคนชราถือบัตรสวัสดิการเพิ่มอีก 500 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน และเมื่อรวมกับเงินที่ผู้ถือบัตรทุกคนแล้ว คนชราจะได้เงินเพิ่มทั้งหมด 1,000 บาท/เดือน  หรือรับเพิ่มรวม 2,000 บาท   นอกจากนี้แม่ที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูบุตรอายุไม่เกิน 6 ปี  จะได้รับเพิ่มอีก 300 บาทต่อเดือน ทำให้แม่รับเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดู รวมเงินที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการได้รับเพิ่มอีก 800 บาทต่อเดือน หรือเพิ่ม 2 เดือน 1,600 บาท โดยการเติมเงินให้กับผู้ถือบัตรใช้เงินทั้งหมด 2 หมื่นล้านบาท

นายอุตตมกล่าวต่อว่า นอกจากมีมาตรการมาช่วยดูแลกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง เอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากแบงก์รัฐ  เช่น สินเชื่อช่วยพิเศษช่วยเอสเอ็มอีจากธนาคารออมสิน กรุงไทย วงเงิน 1 แสนล้านบาท  บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อ นอกจากนี้มีสินเชื่อบ้านจากธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)วงเงิน 2.7 หมื่นล้านบาท ธนาคารออมสินวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท

นายอุตตม กล่าวว่า นอกจากนี้พักชำระเงินต้นองกองทุนหมู่บ้าน 5 หมื่นแห่งที่กู้เงินจากธ.ก.ส.และธนาคารออมสินกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านมีเงินเหลือไปปล่อยกู้ให้ประชาชน

นายอุตตม กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการภัยแล้งช่วยภัยแล้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) มีสินเชื่อใหม่เรียกว่าสินเชื่อฉุกเฉินวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ฟรีดอกเบี้ยปีแรก นอกจากนี้มีสินเชื่อฟื้นฟูวงเงิน 5 พันบาท  ขยายเวลาชำระเงินต้น เริ่มทำได้ทันที่ผ่านครม.วันอังคาร 20 สิงหาคม นอกจากนี้ยังมาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี2562/2563 ล่าสุดมีเกษตรมาขึ้นทะเบียน 3 ล้านราย

 

บทความก่อนหน้านี้“ธีระชัย” เย้ย “สมคิด” อย่าเพ้อทำเหมือนเวียตนาม หลังเสนออ้าแขนรับนักลงทุนย้ายฐานจากจีน
บทความถัดไปครม.ศก.ผุด 7 แนวทางรับมือเศรษฐกิจโลก หวั่นกระทบจีดีพีไทยส่อเค้าปีนี้หลุด 3%