ป.ป.ส.ส่งมอบกัญชาของกลางต่อยอดการแพทย์ ย้ำยังผิดกฎหมาย เพื่อการแพทย์เท่านั้น

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ถนนดินแดง

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ส่งมอบของกลางกัญชาที่ได้รับอนุญาตครอบครองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)จำนวน 632 กิโลกรัม ให้กับ น.ส.จันทิมา สุวรรณ แพทย์แผนไทยปฎิบัติการ ผู้แทนจาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และการศึกษาวิจัย โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และ น.ส.ณัชชา เต็งเติมวงศ์ ผู้แทนจาก รพ.พระเจ้าอภัยภูเบศร ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายนิยม กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และวิจัย ซึ่งการดำเนินการจะขอใช้ประโยชน์จากของกลางกัญชาสามารถทำได้ตามเหตุผลและวัตถุประสงค์ที่หน่วยงานยื่นขอรับ ซึ่งแต่ละหน่วยงานอาจใช้ในแต่ละวัตถุประสงค์แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ ขอให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้ ขณะนี้มี 10 หน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุนกัญชา แต่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ 3 หน่วยงาน คือ 1. รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ผ่านมารับกัญชาไปแล้ว 30 กิโลกรัมมเพื่อนำไปสกัดและตรวจวิเคราะห์ ซึ่งไม่พบว่ามีสารปนเปื้อนจึงมาขอรับส่วนที่เหลืออีก 632 กิโลกรัมในวันนี้นำไปสกัดน้ำมันกัญชา โดยจะได้น้ำมันกัญชาที่มีค่าTHC ร้อยละ 5 บรรจุขวดละ 5 กรัมได้จำนวน 127,104 ขวด ซึ่งสามารถนำไปรักษาผู้ป่วยได้จำนวนมาก

นายนิยม กล่าวอีกว่า 2. รพ.พระอาจารย์ฝั้นอาจาโร ขอสนับสนุนกัญชาของกลาง 7 กิโลกรัม ส่งตรวจแล้วไม่พบสารปนเปื้อนจึงได้นำกัญชาไปใช้ในการผลิต 16 ตำรับยา เป็นยาสมุนไพร สำหรับผู้ป่วย 1,600 ราย เพื่อให้ทันต่อความต้องการในสถานบริการของรัฐและเอกชนตลอดจนผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าวในการรักษาโรค และ 3.คณะทันตแพทย์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ขอรับการสนับสนุนกัญชาของกลาง จำนวน 10 กิโลกรัม นำไปดำเนินการในโครงการวิจัยพัฒนายาต้นแบบใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคทันตกรรม และโรคพาร์กินสัน

นายนิยม กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีกัญชาของกลางที่ยึดไว้อีก 3 ตัน จากส่วนแรก 22 ตัน ซึ่งกัญชาทุกกิโลกรัมจะต้องมีการตรวจพิสูจน์ว่าปนเปื้อนสารโลหะหนัก หรือยากำจัดศัตรูพืชหรือไม่ ต่อจากนี้ ป.ป.ส จะทยอยส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจพิสูจน์เพิ่มเติมในส่วนที่เหลือ รวมทั้งของกลางที่จะมีการจับเพิ่มขึ้นอีก ขอย้ำว่ากัญชายังเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายและไม่อนุญาตให้ประชาชนปลูก ยกเว้นหน่วยงานที่เคยขออนุญาตไว้แล้ว ประชาชนทั่วไปไม่ควรปลูกและสกัดเองเพราะไม่สามารถตรวจสอบสารปนเปื้อนได้แล้วยังมีอันตรายหากนำไปใช้

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้“คุณหญิงกัลยา”ยินดีร่วมงาน“ณัฏฐพล”ยก เป็นคนมีวิสัยทัศน์ จ่อผลักดันเรียนภาษาคอมพ์
บทความถัดไป“เสี่ยหนู”ดันกัญชาเสรีเข้านโยบายรบ.เรียบร้อย รับ แฟนคลับอยากพี้หนัก แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมาย