‘ปิยบุตร’ เปิดแนวทางสู้คดีหุ้นสื่อ ขอถอนคำสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่-สวนวิษณุมั่วปมประยุทธ์

“ปิยบุตร” เปิดแนวทางสู้คดีหุ้นสื่อ ขอศาลไต่สวนพยานเพิ่ม-นั่งพิจารณาเปิดเผย-ถอนคำสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ ยัน “ธนาธร” ไร้กังวล เป็นมนุษย์แห่งการทลายข้อจำกัด พร้อมรวมเล่มหลังคดีจบ ย้อน “วิษณุ” มั่ว ปม “ประยุทธ์” ไม่ต้องยุติปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงข่าวถึงการต่อสู้คดีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ตามมาตรา 98(3) ของรัฐธรรมนูญ กรณีถือหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ที่ครบกำหนดยื่นเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ว่าช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทีมกฎหมายได้ยื่นเอกสารชี้แจงกว่า 70 หน้า เอกสารประกอบการชี้แจง 50 รายการ 200 หน้า ต่อศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมขอให้ศาลนัดไต่สวนพยานบุคคลเพิ่มเติม ตัวละครที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นมี 5 คน ถ้าศาลให้ไต่สวนจะยื่นเพิ่มอีก ทั้งยังขอออกนั่งพิจารณาโดยเปิดเผย และเมื่อเห็นคำวินิจฉัยกรณี 32 ส.ส.ไม่ต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ จึงคิดว่าเป็นแนวบรรทัดฐาน จึงขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นการชั่วคราวด้วย

นายปิยบุตรกล่าวว่า หากลองเทียบเคียงกับคดีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ยื่นเอกสารชี้แจงครั้งสุดท้ายในวันที่ 7 สิงหาคม 2561 หลังจากนั้น 23 วัน ศาลกำหนดวันนัดไต่สวนพยานวันที่ 25 กันยายน 2561 และอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ดังนั้น หากศาลอนุญาตให้ไต่สวนพยานบุคคลในคดีของนายธนาธรประมาณสิ้นเดือนกรกฎาคม ศาลจะเริ่มไต่สวนสิ้นเดือนสิงหาคม และอ่านคำวินิจฉัยสิ้นเดือนกันยายนนี้ เมื่อเทียบเคียงกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่คดีจะจบภายในวันสองวัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าทีมกฎหมายของพรรคต่อสู้ครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว แม้ที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่ศาลวินิจฉัยทันที เช่น การยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แต่กรณีนายดอนได้เปิดให้ไต่สวนพยานบุคคล อย่างน้อยที่สุดจึงต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน ต้องเปิดให้คู่ความโต้แย้งอย่างเต็มที่ เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเดินตามแนวทางที่ผ่านมาในอดีต

เมื่อถามถึงความรู้สึกของนายธนาธร นายปิยบุตรกล่าวว่า นายธนาธรไม่ได้กังวลใจอะไร ตนรู้จักเขาดี เขาเป็นมนุษย์แห่งการทลายข้อจำกัด ไม่มีอะไรเป็นข้อจำกัดของนายธนาธรได้ ถ้าว่ากันตรงไปตรงมา ข้อกฎหมายก็ชัดเจน และถ้าคดีนี้ต่อสู้เสร็จแล้ว ตนก็หวังจะรวมเล่มเป็นหนังสือทางนิติศาสตร์ให้ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม หากยอมงดใช้มาตรา 1129 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็เท่ากับยอมจับหนูตัวเดียว แล้วทำลายระบบการโอนหุ้นทางธุรกิจของประเทศนี้ทั้งหมดเลย

เมื่อถามถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าไม่ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว นายปิยบุตรกล่าวว่า ความเห็นของนายวิษณุนั้นผิด เพราะท่านบอกว่าเป็นคนละมาตรากัน แต่จริงๆ แล้วการส่งคำร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนายกฯ ของ 110 ส.ส.จาก 7 พรรคการเมืองนั้น ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 ที่กำหนดให้นำรัฐธรรมนูญมาตรา 82 มาใช้โดยอนุโลมด้วย โดยมาตรา 82 มีบทบัญญัติถ้อยคำหนึ่งที่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะร้องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ส.ส. ส.ว. นายกฯ หรือ ครม. เกณฑ์การพิจารณาก็ต้องเหมือนกันหมด อย่างไรก็ตาม ต้องอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะเห็นเป็นอย่างไร

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้ธ.ก.ส.คาดสินค้าเกษตรราคาพุ่ง’ข้าวเปลือก ข้าวโพด น้ำตาล ยาง มัน ปาล์ม หมู กุ้ง’
บทความถัดไป‘ฟลุค-พชร’ อัดเซเลป โพสต์ดักตบช่อ โคตรเชย ชี้ใช้ความรุนแรง-คำเหยียดไม่ควรทำ น่าจะคิดได้