รองอธิบดีป่าไม้สั่งสอบที่ดินสวนน้ำ 57 แปลง’ภูขี้ไก่’ ดูภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง

รองอธิบกรมป่าไม้สั่งตรวจสอบที่ดินโครงการสวนน้ำทั้ง 57 แปลง ภูขี้ไก่ ให้แปลภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง เพื่อใช้เป็นหลักฐานวิทยาศาสตร์ให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนด ชี้”พ.อ.พงษ์เพชร”คงน้อยใจหลังเห็นงานไม่คืบ

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้กล่าวถึงความคืบหน้าการเพิกถอนโฉนดที่ดิน 57 แปลง บริเวณภูขี้ไก่ ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ หลังจาก หน.ชป.กอ.รมน.ตัดพ้อถึงขั้นตอนมีความล่าช้าและวิงวอนให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาว่า ขณะทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามใกล้ชิดและสั่งการชัดเจน ให้ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่าสนับสนุนการทำงานของพันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน. ซึ่งพ.อ.พงษ์เพชรก็อยู่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่าอยู่แล้ว หมายถึงว่าหลังจากที่ไปตรวจแล้วคงไม่คืบหน้าก็เลยเกิดอาการน้อยใจ จึงดูเหมือนว่าหน่วยงานของรัฐเองก็ยังน้อยใจซึ่งความจริงคงไม่ใช่ แต่อาจจะเป็นเรื่องของความตั้งใจทำงาน ซึ่งพันเอกพงษ์เพชรที่มีความตั้งใจทำงาน และบางทีอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็เกิดความน้อยใจ ก็ไม่มีปัญหาเราได้ช่วยกันทำงาน และล่าสุดทางกรมที่ดินก็ประสานแล้วว่าจะเร่งรัดดำเนินการตามมาตรา 61 และหากพบมีหลักฐานชัดเจนก็นำไปสู่การเพิกถอน

“จริงๆเรื่องความน้อยใจของพันเอกพงษ์เพชร ก็เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงกลายเป็นว่าขณะนี้ทุกหน่วยงานได้เข้ามาช่วยกันอย่างเต็มที่ ทั้งกรมที่ดิน, กรมปกครอง,กรมป่าไม้และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ก็มาช่วยเหลือกัน เต็มที่ซึ่งผมคิดว่าน่าจะไปได้ไว”นายอรรถพลกล่าว

นายอรรถพลกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่าทางดีเอสไอต้องการเพิกถอน 57 แปลงแต่ว่าในส่วนของทางสำนักงานที่ดินจังหวัดพิจารณาตามมาตรา 61 เสนอเพิกถอนเพียง 49 แปลงนั้น ซึ่งขณะนี้จนได้สั่งให้ทางสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลก ตรวจสอบพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดเลย แล้วก็ให้มีการประสานไปยังกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้ยืนยันอีกครั้งว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นที่เขาและภูเขาหรือไม่ และให้มีการแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังไปในอดีตว่า มีร่องรอยการทำประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้อย่างไร ซึ่งเราต้องปิดประเด็นตรงนี้ให้ได้ก่อนว่าพื้นที่ดังกล่าว เคยเป็นป่าอยู่จริงหรือเปล่า ก็ต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์ และเมื่อเรามีหลักฐานการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ไม่มีการทำประโยชน์มาก่อน เป็นป่ามาก่อนเข้าหลักเกณฑ์พื้นที่เขาและภูเขา ซึ่งตรงนี้ก็ไม่สามารถที่จะออก เอกสารสิทธิ์ได้ และทางกรมที่ดินก็จะเอาหลักฐานเหล่านี้ไปดำเนินการตามมาตรา 61

รองอธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ทางอาจารย์ชาและทางเจ้าของที่ดินขู่อาจจะฟ้องร้องหากมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์นั้น ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของเขาและที่ดินบริเวณนี้ก็ยังถือว่าเป็นที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่มีการเพิกถอนก็ถือเป็นสิทธิ์ของเขาอยู่แล้ว ซึ่งเราต้องเคารพสิทธิ์เขาและให้ความยุติธรรมเขา แต่อย่าลืมว่าหากเข้าขบวนการ พิสูจน์การเพิกถอนแล้ว และถ้าพิสูจน์ได้ว่าออกโดยมิชอบก็ต้องไปไล่เบี้ยเอาว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครไปรู้เห็นเป็นใจใครทำให้เกิดการดำเนินการจนออกมาเป็นเอกสารสิทธิ์ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันนี้ก็ต้องไปเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนทางเจ้าของที่จะฟ้องร้องก็เป็นสิทธิ์ของเขา

นายอรรถพลกล่าวว่า ส่วนสภาพเขาหัวโล้นบริเวณนี้สมมุติหากยึดคืนมาได้ 100% การเพิกถอนมีการยืนยันกันชัดเจนแล้ว การฟื้นฟูคงไม่ได้ยากเพราะว่าไม่ใช่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยทำกินอยู่ ซึ่งอย่างนั้นเราต้องไปพูดคุยเจรจามีรูปแบบของการใช้ประโยชน์แบบผสมผสาน แต่สำหรับพื้นที่บริเวณนี้สามารถฟื้นฟูได้ ยัง100%ได้เลยและคงไม่ช้าด้วย แต่ทั้งนี้ต้องขอย้ำว่ายังไม่อยากฟันธงว่าเขาผิด ตราบใดที่ยังถือเอกสารสิทธิ์อยู่ ฉะนั้นจึงอยากให้รอการตรวจพิสูจน์ให้ชัดเจนก่อน ส่วนตอนนี้หากจะมีการโต้แย้งเรื่องความลาดชันเกินหรือไม่เกินก็ไม่เป็นไร เพราะตรงนี้ก็มีหลักฐานกันพอสมควร แต่ว่าต้องให้มีการยืนยันอีกครั้งหนึ่งและเรื่องนี้เท่าที่ทราบก็มีการเข้าคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ(กบร.)ไปแล้ว ก็คงจะไปต้องดูเรื่องเก่าตรงนี้ว่า ทางกบร.จังหวัด มีมติไว้อย่างไร

บทความก่อนหน้านี้เลือก ส.ว.กันไปทำไม ? โดย สมชัย ศรีสุทธิยากร
บทความถัดไปเพื่อไทย โต้ สุเทพ อย่าตีกินแบบโบราณ เลิกฟาดงวงฟาดงา หลังเจอคนไม่พอใจ