ไทม์ไลน์วุฒิสมาชิกชุดใหม่ | ลึกแต่ไม่ลับ

จรัญ พงษ์จีน

หายใจเข้า หายใจออกอีกไม่กี่อึดใจ “สมาชิกวุฒิสภา” ชุดปัจจุบัน จำนวน 250 คน จะมีอายุราชการครบเทอม 5 ปีเต็มในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 เก็บฉากพับจอกลับไปอยู่บ้านเลี้ยงหลาน ดูแลเหลน

ตามบทบัญญัติ มาตรา 112 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ระบุว่า “บุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้วยังไม่เกินสองปี จะเป็นรัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมิได้ เว้นแต่เป็นสมาชิกท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น”

“วุฒิสมาชิก” ชุดปัจจุบัน ไม่ได้คลอดมาจากกระบอกไม้ไผ่ แต่มาจากช่องทาง “บทเฉพาะกาล” แห่งมาตรา 269 ที่ล็อกสเป๊กเอาไว้ว่า “ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยห้าสิบคน พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคำแนะนำ โดยการสรรหาและแต่งตั้ง”

อายุของ ส.ว.มีกำหนด 5 ปีนับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ถ้ามีตำแหน่งว่างลงให้เลื่อนบุคคลตามลำดับในบัญชีสำรองขึ้นมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทน โดยให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

สำหรับวุฒิสภาโดยตำแหน่ง เมื่อพ้นตำแหน่งที่ดำรงอยู่ขณะได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็ให้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาด้วย และให้ดำเนินการเพื่อแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งแทน ให้สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ว่าง อยู่ในตำแหน่งเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่

“วุฒิสภา” ที่กำลังจะเอ็กซ์ปาย กลายเป็น “นมบูด” ในไม่กี่วันข้างหน้า เกือบครึ่งหนึ่งมาจาก “แม่น้ำ 5 สาย” ของ คสช. มีการแยกย่อยซอยยิกล็อตแรก อาชีพเก่าส่วนใหญ่เป็นนายทหาร และตำรวจ หรือคนในเครื่องแบบ ที่ใกล้ชิดกับศูนย์อำนาจในขณะนั้น ราว 104 คน จากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 71 คน สมาชิกขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ 24 คน สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 5 คน

มาจากห้องเครื่อง 3 สายด้วยกัน 1.จากการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพก่อนเสนอให้ คสช.เคาะ 50 คน 2.จากการสรรหา หรือเลือกของ คสช.เอง จำนวน 194 คน และ 3.จากตำแหน่ง คือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 6 ที่นั่ง

ตามโปรแกรม เมื่อ ส.ว.ชุดนี้หมดวาระลง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต้องเร่งคีย์ตีจังหวะตามไฟต์บังคับ เปิดรับสมัครไม่เกิน 15 วัน นับตั้งแต่พระราชกำหนดเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ และกำหนดวันเลือกตั้งระดับอำเภอไม่เกิน 20 วัน นับตั้งแต่สิ้นสุดวันสมัคร วันเลือกตั้งระดับจังหวัดไม่เกิน 7 วันนับตั้งแต่เลือกตั้งระดับอำเภอ วันเลือกระดับประเทศไม่เกิน 10 วันนับตั้งแต่เลือกระดับจังหวัด

ไล่ไทม์ไลน์ไปทีละขั้นตอนน่าจะลงเอยดังต่อไปนี้ ส.ว.ชุดปัจจุบัน ครบเทอม 11 พฤษภาคม ตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.ชุดใหม่ภายในวันที่ 17 พฤษภาคม เปิดรับสมัครปลายเดือน-ต้นเดือนมิถุนายน ปลายเดือนมิถุนายน เลือกระดับอำเภอ ต้นกรกฎาคมเลือกระดับจังหวัด ปลายกรกฎาคมเลือกระดับประเทศ

 

สําหรับวุฒิสมาชิกชุดใหม่ ตามช่องทางมาตรา 107 ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งลักษณะที่ทำให้ประชาชนซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้

การแบ่งกลุ่ม จำนวนกลุ่ม และคุณสมบัติของบุคคลในต่ละกลุ่ม การสมัครและรับสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกันเอง การได้รับเลือก จำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมีจากแต่ละกลุ่ม การขึ้นบัญชีสำรอง การเลื่อนบุคคลจากบัญชีสำรองขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และมาตราการอื่นใดที่จำเป็น เพื่อให้การเลือกกันเองเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จะกำหนดมิให้ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน หรือกำหนดให้มีการคัดกรองผู้สมัครรับเลือกด้วยวิธีการอื่นใดที่ผู้สมัครรับเลือกมีส่วนร่วมในการคัดกรองมิได้

สำหรับการแบ่งกลุ่มที่สมัครรับเลือกวุฒิสภา มีทั้งหมด 20 กลุ่ม ตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ประกอบด้วย

1.กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง 2.กลุ่มการศึกษา 3.กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 4.กลุ่มการสาธารณสุข 5.กลุ่มอาชีพทำนา 6.กลุ่มอาชีพทำสวน-ป่าไม้-ปศุสัตว์-ประมง 7.กลุ่มพนักงานลูกจ้างที่ไม่ใช่ราชการหรือหน่วยงานรัฐ ผู้ใช้แรงงาน 8.กลุ่มประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม 9.กลุ่มผู้ประกอบการกิจการขนาดการและขยายย่อยตามกฎหมาย 10.กลุ่มผู้ประกอบการกิจการนอกจาก กลุ่มที่ 9

11.กลุ่มผู้ประกอบการธุรกริจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว 12.กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรืออื่นๆ ทำนองเดียวกัน 13.กลุ่มผู้ประกอบการอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ 14.กลุ่มสตรี 15.กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ หรือทุพพลภาพ 16.กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง 17.กลุ่มประชาสังคม หรือองค์กรสาธารณประโยชน์ 18.กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วัฒนธรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 19.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ทำนองเดียวกัน และ 20.กลุ่มอื่นๆ

เมื่อผู้สมัครผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการเลือกกันเอง เมื่อได้ตัวแทนระดับอำเภอ ก็ต้องไปตัดเชือกกันเองในระดับจังหวัดเช่นเดียวกับในระดับประเทศ

โดยผู้ได้คะแนนสูงสุด 10 อันดับแรกของกลุ่มที่ตัวเองสมัคร จะได้ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก จำนวน 200 คนจาก 20 กลุ่มอาชีพ