‘ที่ใด’

ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ
หมาไน - เมื่อได้กลิ่นเหยื่อ ส่วนล่วงหน้าจะวิ่งไล่ตามเหยื่ออย่างรวดเร็ว สมาชิกตัวอื่นจะตามมา โอกาสของเหยื่อที่จะรอดพ้นการล่าของหมาไน มีไม่มากนัก

วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหมาไน

นักล่าที่นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล เขียนถึง เรียกนักล่าตัวเล็กๆ ซึ่งมีประสิทธิภาพมากนี้ว่า จอมวายร้าย และบอกไว้ว่า เมื่อพวกมันรวมตัวเป็นฝูงใหญ่แล้วจะไม่กลัวอะไรทั้งนั้น กล้าถึงขนาดเข้าไปแย่งเหยื่อที่เสือฆ่าไว้เลยทีเดียว

ผมไม่เคยพบหมาไนอย่างใกล้ชิดมาก่อน วันนั้น ผมจำได้ดีว่า ชื่อเสียงของพวกมันทำให้มือที่จับกล้องเปียกชื้นด้วยเหงื่อ

หมาไนร่วมยี่สิบตัว เข้ารุมซากกระทิงที่เสือโคร่งล่าได้ รุมกินอย่างไม่ระวังนักว่า เจ้าของซากจะกลับมา เพราะมีหมาไนสองตัวทำหน้าที่เป็นยามคอยดูรอบๆ

สองตัวนั่น นอนหมอบอยู่คนละทิศ หันหน้าดูรอบๆ

สักพัก กลิ่นซากซึ่งโชยเข้ามาถึงข้างในซุ้มบังไพรหายไป นั่นหมายความว่า กระแสลมเปลี่ยนทิศ ผมเป็นฝ่ายอยู่เหนือลม

เจ้าสองตัวที่ทำหน้าที่ยาม รับรู้ถึงความผิดปกติ ลุกขึ้นเขม้นมองมาทางซุ้มบังไพร ตัวหนึ่งเดินช้าๆ ตรงมาทางซุ้ม อีกตัวตามมาติดๆ

ผมกดซัตเตอร์ไว้บ้างขณะมันเดินเข้ามาใกล้ กระทั่งเลนส์ 400 มิลลิเมตร ปรับระยะชัดไม่ได้

ตัวอยู่ใกล้สุด ส่งเสียงเห่าเบาๆ เป็นเสียงอันทำให้หมาไนทั้งฝูงที่กำลังรุมทึ้งซากอย่างเพลิดเพลินหยุด และหันมามอง

ทั้งฝูงรู้แล้วว่า บริเวณนี้มีสิ่งผิดปกติ

 

โดยประสบการณ์ หากเป็นสัตว์อื่น เมื่อได้กลิ่นคน ทั้งฝูงจะแตกฮือไปอย่างรวดเร็ว เสือดาวกระโจนหนีทันทีที่หันมาพบ เสือโคร่งคำรามขู่ แต่ก็เดินหนีไป ไม่แสดงอาการคุกคาม

สัตว์กินพืชทั้งหลาย ล่าถอยอย่างรวดเร็วเมื่อได้กลิ่นคน

แต่หมาไนไม่ทำเช่นนั้น พวกมันเดินตรงเข้ามา ตัวอยู่ใกล้เงยหน้าสูดกลิ่น สลับก้มหัว ด้วยอาการสงสัย ขยับตัวเดินหน้า ถอยหลัง หลายตัวอ้อมไปทางด้านหลัง นั่น ทำให้คล้ายตกอยู่ในวงล้อม

อยู่ใกล้กระทั่งผมแทบหยุดหายใจ

ผมนึกถึงคำว่า จอมวายร้าย ที่นายแพทย์บุญส่งให้สมญา

“หมาไนฉลาด บางครั้งมันวิ่งไล่ต้อนเหยื่อให้ไปใกล้ๆ ตำแหน่งที่ลูกๆ อยู่ แล้วจึงลงมือฆ่า เพื่อให้ลูกมาร่วมวงกินได้” นายแพทย์บุญส่งเขียนไว้

มีเพียงผ้าบางๆ ของซุ้มบังไพรขวางระหว่างเรา จากช่องมองเล็กๆ ผมมองและสบสายตาหมาไนตัวที่อยู่ใกล้

 

มันเริ่มมีท่าทีลังเล บางตัวถอยห่างออกไป อาการเดินหน้า ถอยหลัง ทำให้ผมคลายความกังวล

เป็นช่วงเวลาตึงเครียด ทั้งหมาไน และผม แต่สักพัก มีหมาไนตัวหนึ่งเงยหน้า จมูกเชิดสูดกลิ่น และวิ่ง ไปตามด่านด้านซ้ายมือ

หมาไนทั้งหมดออกวิ่งตามไป ผมถอนใจยาว เช็ดความชื้นในอุ้งมือกับขากางเกง

ไม่ถึง 5 นาที ผมแว่วเสียงกวางร้องแบบเจ็บปวด

พวกมันคงได้กลิ่นเหยื่อ เลยเลิกสนใจผม ออกไล่ล่าไปตามหน้าที่

หมาไน – เมื่อได้กลิ่นเหยื่อ ส่วนล่วงหน้าจะวิ่งไล่ตามเหยื่ออย่างรวดเร็ว สมาชิกตัวอื่นจะตามมา โอกาสของเหยื่อที่จะรอดพ้นการล่าของหมาไน มีไม่มากนัก

หลังจากที่หมาไนจากไปแล้ว ผมเริ่มทบทวน ที่จริง ทั้งฝูงแสดงแค่ท่าทางสงสัย ไม่ได้มีท่วงท่าดุร้ายอะไร

หากผมแสดงตัวให้รู้ว่าสิ่งที่พวกมันสงสัยนั้นเป็นคน เราอาจไม่ต้องมีช่วงเวลาตึงเครียด พวกมันคงผละไปอย่างรวดเร็ว

เพราะความไม่รู้จัก รวมทั้งชื่อเสียงที่ได้รับรู้

ผมจึงเห็นเพียงท่าทีคุกคาม

 

พลบค่ำ ผมออกจากซุ้มบังไพร เดินกลับแคมป์ ไปตามด่านที่หมาไนวิ่งไปก่อนหน้า

จากซุ้มบังไพรมาราว 300 เมตร กวางรุ่นๆ ตัวหนึ่งนอนคอพับ ช่วงท้องกลวงเหลือเพียงซี่โครง ลูกนัยน์ตาไม่มี

พวกมันผละจากผม มาจัดการกับกวางตัวนี้

นี่คือประสิทธิภาพของหมาไนตัวขนาดเล็ก เมื่อมีวิธีการล่าแบบช่วยกันทั้งฝูง จึงทำให้พวกมันคล้ายเป็นนักล่าขนาดใหญ่

กวางตัวนี้ ถูกกินเนื้อตั้งแต่ยังไม่ล้ม เสียงร้องยังไม่ขาดหาย

 

ผมยืนมองซากกวางไร้ชีวิต วันนี้ผมได้รับบทเรียนที่ดี หมาไนบอกให้รู้ว่า ผมเป็นแค่คนที่กำลังพยายามทำความรู้จักกับสัตว์ป่า อุ้งมือเปียกชื้น หวาดหวั่น เพราะเราไม่รู้จักกันอย่างแท้จริง

และซากกวางไร้ชีวิต ไม่เพียงทำให้เห็นถึงความมีประสิทธิภาพของนักล่า จอมวายร้ายให้บทเรียนว่า ผมคือใคร กำลังทำอะไร ที่สำคัญ ซากทำให้รู้ว่า “ที่ใด” เป็นที่ผมกำลังมุ่งหน้าไป และสักวันย่อมถึงจุดหมาย

ระยะเวลายาวนานของการทำงานในป่า ใช้กล้องเป็นเครื่องมือ

ภาพสัตว์ป่า เป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น •

 

หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ