วงค์ ตาวัน : เจ้ากรมข่าวลือ-เจ้ากรมปทุมวัน

วงค์ ตาวัน

 

การปรับ ครม. หนนี้ คนที่กลายเป็นตัวเต็งรัฐมนตรีเป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุดคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยที่เจ้าตัวไม่เคยคิด และผู้มีอำนาจหน้าที่ปรับ ครม. คือนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยคิดเช่นกัน แต่คนที่คิดและดำเนินการคือ “เจ้ากรมข่าวลือ”

อันที่จริงจุดเริ่มต้นของการปรับ ครม. เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากความน้อยอกน้อยใจหลายประการ ทำให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ยื่นใบลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เก็บข้าวของออกจากสำนักงานพร้อมทีมงานทันที

“เป็นที่รู้กันตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนแล้วว่า ต้องมีการปรับ ครม.ประยุทธ์ 5 แน่ๆ”

เพราะนอกจากเก้าอี้รัฐมนตรีแรงงานที่ว่างลงแล้ว ยังมีกรณีรัฐมนตรีจำนวนหนึ่งถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบคุณสมบัติการถือหุ้นในบริษัทเอกชนเกิน 5% ซึ่งพบว่ามีมูลจริงจำนวนหนึ่ง

รวมไปถึงความเคลื่อนไหวภายในรัฐบาลเอง ที่ต้องการให้ปรับโฉมทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อเรียกแต้มจากชาวบ้านในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งให้ได้

รวมๆ แล้ว ต้องปรับ ครม. แบบใหญ่ หรืออย่างน้อยก็ปานกลาง

“ในทันทีทันใด เจ้ากรมข่าวลือก็ปล่อยชื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกมาทันที!”

พูดง่ายๆ ว่าจะดันให้พ้นจากเก้าอี้ ผบ.ตร.

แต่ถ้าคนที่รู้จักตรวจสอบข้อมูลจะสังเกตได้ว่า ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ เริ่มออกเดินสายเยี่ยมเยียนโรงพักในต่างจังหวัด โดยเฉพาะทางภาคใต้

“อันผิดวิสัยคนจะลุกจาก ผบ.ตร. เพื่อไปเป็นรัฐมนตรี”

แต่เจ้ากรมข่าวลือก็ยังเดินหน้าปั่นข่าวนี้

จนสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน กระบวนการปรับ ครม. กำลังจะเสร็จสิ้น ใกล้ปิดโผ เพื่อเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ

ปรากฏว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยกคณะบินไปประชุมที่เอฟบีไอสหรัฐ

“ประเด็นนี้ยิ่งเห็นได้ชัดว่า ผบ.ตร. ไม่มีชื่อไปติดโผเป็นรัฐมนตรีแน่นอน!”

เพราะไม่เช่นนั้น จะต้องได้รับการทาบทามจากหัวหน้ารัฐบาล แล้วถ้าหากตกลงปลงใจว่าจะไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ก็จะต้องลาออกจาก ผบ.ตร. รวมไปถึงขั้นตอนการเตรียมตัวเป็นรัฐมนตรีอีกมากมาย

ต้องออกจากทุกตำแหน่งที่จะมีปัญหาขัดแย้งตามข้อกฎหมาย ตรวจสอบเรื่องการถือหุ้นในเอกชน

เตรียมประวัติ เตรียมนั่นเตรียมนี่

แต่ในสัปดาห์ที่โผ ครม. กำลังจะเสร็จสิ้นนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไปอยู่ที่วอชิงตันใช้เวลานับสัปดาห์เช่นกัน

ไม่ได้มีวี่แววของการเตรียมตัวเป็นรัฐมนตรีในประยุทธ์ 5 แต่อย่างใด

ตาม พ.ร.บ.ตำรวจนั้น ได้ให้ความคุ้มครองตำแหน่ง ผบ.ตร. เอาไว้พอสมควร นั่นคือ การจะปลดพ้นจากตำแหน่งนี้ได้ ต้องมีกระบวนการสอบสวนความผิดร้ายแรง จนต้องพบว่ามีมูลชัดเจน แล้วจึงมีมติให้พ้นจากเก้าอี้ จากนั้นต้องนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้โปรดเกล้าฯ พ้นจากตำแหน่ง

ถ้าหากรัฐบาลต้องการให้พ้นจากเก้าอี้ แต่ยังไม่มีกระบวนการสอบสวนความผิดที่ชัดเจน จะทำได้แค่ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ตำแหน่ง ผบ.ตร. ก็ยังไม่ได้ว่างลง คนที่จะมานั่งแทนก็เป็นได้แค่รักษาราชการแทนเท่านั้น

“หรือถ้าจะบีบให้ลาออก ก็ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ เจ้าตัวจะต้องยินยอมเขียนใบลาออกอย่างเป็นทางการ”

อย่างกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ หากต้องการดันให้พ้นจาก ผบ.ตร. จะต้องมีการพูดคุยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ยินยอมพร้อมใจเสียก่อน แล้วจึงลาออกเพื่อไปเป็นรัฐมนตรี

แต่เอาเข้าจริงๆ ตั้งแต่เริ่มต้นเตรียมปรับ ครม. ในต้นเดือนพฤศจิกายน ยังไม่เคยมีการพูดคุยระหว่างนายกฯ หรือรองนายกฯ ที่คุมงานตำรวจ เพื่อเจรจาให้ ผบ.ตร. ยอมลาออกไปเป็นรัฐมนตรีเลย

พล.ต.อ.จักรทิพย์เองก็เดินสายทำหน้าที่ ผบ.ตร. ตามปกติ ไปตรวจโรงพักในต่างจังหวัด และพื้นที่ห่างไกล กระทั่งบินไปประชุมที่สหรัฐอเมริกา

“ดังนั้น กระแสข่าวไปเป็นรัฐมนตรี จึงมาจากเจ้ากรมข่าวลือล้วนๆ”

แต่ด้วยความที่เก้าอี้ ผบ.ตร. นั้นมักมีอาถรรพ์ คือ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้มีวาระเกิน 1 ปีขึ้นไป มักจะอยู่ครบเทอมได้ยาก

ดังนั้น เมื่อปั่นข่าวลือเรื่องย้าย ผบ.ตร. เมื่อไร จะมีคนเชื่อทันที

ยิ่งกองเชียร์หรือลูกน้องใกล้ชิดนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. ที่มีสิทธิ์จะขึ้นแทน ยิ่งช่วยโหมข่าวให้กระพือไปไกล ก็เลยยิ่งไปกันใหญ่

แถมมีข่าวว่า กระบวนการปั่นข่าวลือคราวนี้ มีกลเม็ดสำคัญอีกอย่างคือ การตั้งวงเดิมพันว่า ผบ.ตร. จะอยู่ต่อ หรือไปเป็นรัฐมนตรี มีราคาต่อรองที่จูงใจหน่อย เท่านั้นแหละก็มีคนแห่กันมาเล่นเดิมพันนี้

แล้วพวกที่แทงว่า ผบ.ตร. ต้องไปเป็นรัฐมนตรี พวกนี้ก็ยิ่งพูดจาช่วยโหมข่าวอีกทาง เพราะมีลุ้นมีหวังในเงินเดิมพัน

“เลยทำให้ข่าวลือยิ่งขยายวงอย่างรวดเร็ว”

เทคนิคแบบนี้ มักใช้กันในตอนเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านๆ มา คือ ตั้งวงพนันว่าผู้สมัครดาวรุ่งกับเจ้าของแชมป์เก้าอี้ ส.ส.เก่า ใครจะได้รับเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่มักจะเล่นฝ่ายดาวรุ่ง เสร็จแล้วก็ไปช่วยกันพูดต่อเสียจนกลายเป็นกระแสใหญ่ในพื้นที่ ลงเอยเกิดเป็นเสียงโน้มน้าวคนให้ไปเลือกดาวรุ่ง ทำให้ ส.ส.ดาวรุ่งโค่นแชมป์เก่าได้อยู่เหมือนกัน ด้วยเทคนิคตั้งวงพนันเดิมพันกันแบบนี้เอง

ข่าวลือ ผบ.ตร. ลุกจากเก้าอี้ไปเป็นรัฐมนตรีงวดนี้ ก็อาศัยเทคนิคตั้งวงเดิมพันได้-เสียเช่นนี้ด้วย

ความที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 เท่ากับว่า เมื่อ 1 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา คือการนั่งเก้าอี้ผู้นำสีกากีครบ 2 ปี กำลังขึ้นสู่ปีที่ 3 แล้ว ถือว่าท้าทายอาถรรพ์เก้าอี้ตัวนี้อย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น อายุราชการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยาวนานไปถึง 30 กันยายน 2563 หากนั่งครบจนเกษียณ เท่ากับจะอยู่ยาวนานถึง 5 ปี

จะเป็นไปได้หรือ

“ท้าทายอาถรรพ์ ท้าทายนักเลื่อยเก้าอี้ และท้าทายเจ้ากรมข่าวลืออย่างยิ่ง!?!”

โดยปกติที่ผ่านมา ผบ.ตร. ที่มีวาระ 1 ปี ไม่ค่อยมีปัญหาข่าวลือ เพราะแค่ปีเดียวไม่ยาวนาน

แต่คนที่มีวาระหลายปี อายุราชการยาวนาน ส่วนใหญ่นั่งได้สัก 2 ปีก็ถือว่าเก่งแล้ว

“ขณะที่บิ๊กแป๊ะกำลังจะขึ้นสู่ปีที่ 3”

ถ้าประคับประคองตัวเองให้ดี จะต่อถึงปีที่ 4 ปีที่ 5 ก็ยังไม่มีใครรู้ได้

ขนาดเจ้าตัวเอง ก็มักเปรยกับคนใกล้ชิดว่า คงเป็นเรื่องยากที่จะอยู่ได้ยาวจนเกษียณอายุ ถ้าถึงเวลาเหมาะสม จังหวะดีๆ ก็พร้อมจะลุกจากตำแหน่งนี้

กระนั้นก็ตาม เมื่อยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม คาดว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็จะยังคงนั่งเก้าอี้ตัวนี้ต่อไป โดยมีโอกาสสูงที่จะทำลายสถิตินั่งครบ 3 ปีในเดือนตุลาคมปีหน้า

“ส่วนจะต่อปีที่ 4 ปีที่ 5 หรือไม่ ยังต้องติดตามกันต่อไป!?”

เพียงแต่น่าคิดว่า การที่ผ่านมาแล้ว 2 ปีเศษ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ฝีไม้ลายมือของ ผบ.ตร. คนนี้ไม่ธรรมดา

ทั้งในเรื่องการงาน ที่โชว์ฝีมือในฐานะตำรวจที่โตมาจากสายสืบสวนปราบปรามได้สมราคา ส่วนในด้านการบริหาร จะเห็นได้ว่าการออกเดินสายเยี่ยมโรงพักห่างไกล หรือก่อนหน้านี้ก็แอบไปตรวจโรงพักในภาคกลางแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อดูความพร้อมในการทำงานของตำรวจ ก็น่าจะเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของการบริหารงาน

ส่วนในด้านการประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับฝ่ายการเมือง ประเด็นนี้ถือว่าสำคัญยิ่ง และจะพบว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผ่านการทำงานกับรัฐบาลทหารชุดนี้มาได้อย่างดี

“เกิดข่าวลือโดนปลดกี่หน ก็จะมีทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่กำกับงานตำรวจ ออกมาโต้ข่าวให้ทุกครั้ง”

อย่างน้อยในกระแสการปรับ ครม.ประยุทธ์ 5 ก็ชัดเจนว่า จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากผู้มีอำนาจปรับ ครม. เลย

แต่มาจากเจ้ากรมข่าวลือล้วนๆ ดังนั้น ลงเอยจึงเป็นแค่ข่าวลือ ที่ไม่ได้มีผลอะไร

ความที่เจ้ากรมข่าวลือ มักจะคู่กับเจ้ากรมปทุมวัน จากนี้ไปคงต้องคอยดูลีลาการฝ่ามรสุมข่าวลือของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ในหนต่อๆ ไปว่าจะเป็นเช่นไร

จะเป็น ผบ.ตร. ที่ทำลายอาถรรพ์ ทำลายสถิติได้หรือไม่ น่าสนใจจริงๆ!

บทความก่อนหน้านี้เครือข่ายสลัม 4 ภาคสนับสนุนการเคลื่อนไหวของม็อบต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ โพสต์เสียใจหลังเผลอตวาดชาวประมง