ที่มา | มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 21 - 27 ตุลาคม 2565 |
---|---|
คอลัมน์ | คุยกับทูต |
เผยแพร่ |
คุยกับทูต | อิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี
จากดินแดนโอเอซิสแห่งตะวันออกกลาง รัฐสุลต่านโอมาน (จบ)
“ความท้าทายที่สำคัญที่สุดเมื่อผมได้มาอยู่ที่ประเทศไทยในปี 2020 เพื่อมารับตำแหน่ง ตรงกับช่วงเวลาที่เป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา”
“ซึ่งแน่นอนว่า ส่งผลให้มีข้อจำกัดในบางแง่มุม ที่กระทบต่อการปฏิบัติงานในฐานะเอกอัครราชทูต โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการประชุมและกำหนดการต่างๆ ที่ถูกเลื่อนหรือยกเลิก ซึ่งสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ ก่อนที่จะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ทำให้การใช้ชีวิตปกติก็ค่อยๆ เริ่มกลับมา”
นายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี (H.E. Mr. Issa Abdullah Jaber Al Alawi) เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำราชอาณาจักรไทย เล่าถึงการเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งวิกฤตสุขภาพกับโรคโควิด-19 ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ
“แต่หากพูดถึงความคล้ายคลึงกันของโอมานและไทย เราก็มีความคล้ายคลึงกัน เช่น ความหลากหลายของสภาพแวดล้อมด้านการท่องเที่ยว และการปฏิบัติตนที่ดีของพลเมืองทั้งสองประเทศ”
กิจกรรมเวลาพักผ่อน
“เวลาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการงานในภาระหน้าที่ของเอกอัครราชทูต แต่ผมเลือกผ่อนคลายด้วยการอ่านหนังสือ ฟังเพลง พบปะสังสรรค์กับเพื่อนนักการทูตและเพื่อนกลุ่มอื่นๆ”
“เมื่อโอกาสอำนวยหรือมีวันหยุดยาว ก็อาจจะออกไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด เช่น หัวหิน ภูเก็ต เชียงราย เชียงใหม่ หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งทุกแห่งในประเทศไทยล้วนคุ้มค่าแก่การไปเยือน”
ในโอกาสวันชาติของรัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งตรงกับวันที่ 18 พฤศจิกายนของทุกปี และโดยเฉพาะปีนี้ครบรอบ 42 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-โอมาน
“โดยปกติ สถานเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานทั่วโลก จะจัดงานเฉลิมฉลองวันชาติเป็นประจำทุกปี แต่เมื่อเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงไม่สามารถจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสนี้ได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามนโยบายที่แต่ละประเทศกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค”
“ในส่วนของสถานเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย ในช่วง 2 ปีก่อน เราจำกัดการเฉลิมฉลอง เป็นเพียงการเผยแพร่บทความทางหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ”
“และเนื่องจากสถานการณ์ด้านสุขภาพยังคงคาดเดาได้ยาก จึงเร็วเกินไปที่จะกำหนดแผนสำหรับการเฉลิมฉลองวันชาติที่จะมาถึงในปีนี้”
“ในส่วนของการรำลึกถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างโอมานและไทยนั้น เมื่อสองปีก่อนได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยส่วนหนึ่งของกิจกรรม เป็นชุดสารคดีที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ ซึ่งจัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสองประเทศ โดยในสารคดีดังกล่าว ผมได้รับเกียรติให้กล่าวถ้อยคำเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศด้วย”
เรื่องที่อยู่ในความสนใจมากที่สุดเกี่ยวกับชีวิต
“เพราะชีวิต คือการเดินทางสั้นๆ ทุกคนต้องเผชิญกับเหตุการณ์ทั้งดีและไม่ดีผสมปนเปกันไป ทุกวันที่ผ่านไปในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่นั้น มีบทเรียนสำคัญมากมายที่เราควรเรียนรู้และเก็บเกี่ยวไว้เป็นประสบการณ์ซึ่งมีประโยชน์ อันเป็นพลังที่ผลักดันให้เราเดินไปสู่จุดมุ่งหมายคือความสำเร็จ ทำให้ชีวิตสวยงามและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น”
“สำคัญที่สุดคือ การอดทนต่อปัญหา ยึดมั่นในศีลธรรมจรรยา และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง”
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อต้องอยู่ต่างแดน ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน
“แน่นอนว่า บ้านเกิดย่อมเป็นสถานที่ที่อยู่ในใจของทุกคน ซึ่งทุกคนมักคิดถึงและมีความปรารถนาที่จะกลับไปหาอยู่เป็นนิจ โดยเฉพาะในจิตวิญญาณของชาวอาหรับ เช่นเดียวกับครอบครัวของผมซึ่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเกิด เพราะผมมาอยู่ที่นี่แต่เพียงลำพัง ก็ห่างไกลจากพวกเขาซึ่งอยู่ในประเทศโอมาน”
“ถามถึงงานอดิเรก โดยส่วนตัว ผมมักชอบสะสมของเก่า และของมีค่าทางวรรณกรรม”
การมาประจำทำงานที่ประเทศไทยแตกต่างจากการทำงานที่อื่นมากน้อยเพียงใด
“ผมคิดว่า ชีวิตการเป็นเอกอัครราชทูตในประเทศไทย ก็ไม่ได้แตกต่างจากงานอื่นๆ มากนัก ยกเว้นในด้านพิธีการ ระเบียบการ และแง่มุมทางการทูตที่ละเอียดอ่อน”
ประเทศไทย ในมุมมองของนักการทูต
“ไทยเป็นประเทศที่สวยงามทั้งโดยอุปนิสัยของผู้คนและธรรมชาติ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในโลก การใช้ชีวิตที่นี่ เรียบง่ายและปลอดภัย ทั้งนี้ มีองค์ประกอบและปัจจัยสำคัญมากมายที่ทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นจุดดึงดูดความสนใจของนักลงทุนต่างชาติอยู่เสมอ”
“อย่างไรก็ตาม ผมมีความยินดีและมีความสุขที่ได้มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยท่ามกลางผู้คนที่เป็นมิตร ผมขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่อำนวยความสะดวกทุกๆ ด้านแก่ผู้พำนักและผู้มาเยือน”
“ในฐานะเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมาน ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศในทุกมิติ ผมจึงขออวยพรให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองตลอดไป”
“สุดท้าย ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสได้คุยกับผู้อ่านที่เคารพ ผ่านทางนิตยสารฉบับนี้ และขอขอบคุณจากใจที่ให้โอกาสที่ดีนี้แก่ผม” •
ประวัติ
นายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี
(Mr. Issa Abdullah Jaber Al Alawi)
เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำราชอาณาจักรไทย
เกิด : 14 กันยายน 1968
ภาษา : อาหรับ และอังกฤษ
สถานภาพ : สมรส บุตร 5 คน
ตำแหน่งปัจจุบัน : เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำราชอาณาจักรไทย
การศึกษา
1989 : ประกาศนียบัตรเลขานุการผู้บริหารประเทศอังกฤษ
2005 : ปริญญาตรีพาณิชยศาสตร์ (องค์กรและการจัดการ) จาก Ain Shams University ประเทศอียิปต์
ประสบการณ์
1989 : ประจำสำนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
1993 : หัวหน้าสำนักรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
2020-ปัจจุบัน : เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำราชอาณาจักรไทย
การฝึกอบรม
1997 : หลักสูตรการวางแผนเชิงกลยุทธ์
2002 : หลักสูตรการพัฒนาความเป็นผู้นำ การกำกับดูแล และการทำงานเป็นทีม
2004 : หลักสูตรนวัตกรรมความเป็นผู้นำ
2006 : การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องภาวะผู้นำ การจัดการ และการเสริมสร้างศักยภาพ
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน (CHANADDA JINAYODHIN)
คุยกับทูต | อิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี รัฐสุลต่านโอมาน (2)
คุยกับทูต | อิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี รัฐสุลต่านโอมาน (2)
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022