ทางรอดอยู่ในครัว : ไม่เน้นเส้น / ครัวอยู่ที่ใจ : อุรุดา โควินท์

อุรุดา โควินท์

ครัวอยู่ที่ใจ

อุรุดา โควินท์

 

ทางรอดอยู่ในครัว

: ไม่เน้นเส้น

 

เมื่อบอกว่าเราจะลุย หมายถึงตื่นเช้าขึ้น ทำงานเต็มกำลัง และยังทำอาหารกินเอง

ฉันพบว่า ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ทำงานเต็มศักยภาพทุกวัน พักผ่อนให้เพียงพอ และกินอาหารดี

ถ้ามีเทวดานางฟ้าบอกว่าฉันสามารถขอพรได้หนึ่งข้อ ฉันจะขอให้ฉันสามารถทำงานที่ฉันรักไปนานแสนนาน

งานจะดูแลฉัน และถ้าฉันยังทำงานได้ ย่อมหมายถึงฉันมีสุขภาพดี ทั้งกายและใจ

“เราจะทำแยมเบคอน 10 วันนะ” ฉันบอกเขา

“โห…”

“เราไม่ได้ทำนาน คนที่อยากกินควรได้กิน” ฉันยิ้ม “ยังมีอีก แต่คิดว่าทำแค่สิบวันก่อน”

“ทำห้าวัน หยุดวันหนึ่ง ค่อยทำต่อเหรอ”

ฉันส่ายหัว “ทำรวดเดียวไปเลยสิบวัน”

แยมเบคอนไม่ใช่งานหนัก แต่เป็นงานละเอียดที่เรียกร้องความใส่ใจและเวลา ทำแยมเบคอนสิบวันน่ะ ฉันยังเหลือแรงทำงานอื่นได้ด้วยซ้ำ

“ก็ดี เพราะเราช้าไปมากกับเบคอน” เขาเห็นด้วย

 

เราสั่งเบคอนมาจากกรุงเทพฯ สองกล่องใหญ่ ห้าวันยังไม่ถึงเรา บ.ขนส่งบอกว่าหาของไม่เจอ และวันต่อมาก็บอกว่าจะเอาของมาส่ง สรุปว่าของไม่ได้หาย แต่รถไม่พอ จึงแช่ของไว้ที่เชียงใหม่ รอการขนส่งมาเชียงราย

ฉันโทร.บอก บ.เบคอนว่า ฉันไม่สะดวกใจที่จะรับสินค้าที่ส่งล่าช้าไปเกือบสัปดาห์ เพราะเป็นอาหาร ต่อให้รถเย็น แช่ในห้องเย็น มันก็นานเกินไป ฉันไม่มั่นใจในคุณภาพ

ฉันยังย้ำกลับว่า เบคอนเหล่านี้สำหรับคนเกือบเก้าสิบคน ฉันต้องการวัตถุดิบคุณภาพดีเท่านั้น ในฐานะแม่ครัว ฉันต้องรับผิดชอบอาหารของฉัน (ฉันหวังว่าเขาจะรับผิดชอบสินค้าของเขาเช่นกัน)

เบคอนล็อตใหม่มา สวยงามดั่งใจหมาย เราจึงลุย

ทำแยมเบคอน ถ้าเบคอนไม่งามเราก็ไม่ทำ (ไม่เห็นเรื่องมากตรงไหน)

ก่อนเริ่มทำ ฉันทำกับข้าวแช่ตู้เย็นไว้บ้าง แต่เป็นไปไม่ได้ ที่เราจะมีอาหารเตรียมไว้สำหรับสิบวัน เราซื้อกินเป็นบางมื้อ กรณีที่ล้าจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ฉันทำเอง เพราะถ้าสั่งอาหารมากินทุกมื้อ ทุกวัน หลังทำแยมเบคอนเสร็จ เราคงเหลือค่าเหนื่อยไม่มากนัก

เราได้สันในวัวมาจากเขียงในตลาดครึ่งกิโล แบ่งทำผัดกะเพราเนื้อไปหนึ่งมื้อ ส่วนที่เหลือ ฉันจับแช่แข็งไว้ หมายใจว่าจะทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ แต่ก็นั่นล่ะ หนักไปมั้ย ถ้าจะกินเป็นมื้อเช้า

“เราไม่ค่อยกินก๋วยเตี๋ยวมื้อเช้า” ฉันลังเล

“ถึงต้องลองไง” เขาว่า

โอเค เขาชอบเนื้อ และชอบอาหารเส้น ยังไงมื้อนี้ก็ถูกใจเขา

เรามีมะเขือเทศเนื้อที่สวยมาก ฉันจัดการหั่นเป็นเต๋าเล็กๆ หนึ่งลูกใหญ่ก็พอ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ฉันเน้นเนื้อกับหอมหัวใหญ่มากกว่ามะเขือเทศ

หอมหัวใหญ่ใช้สองลูกเต็ม หั่นเต๋าเล็ก

พริกชี้ฟ้าซอยบางๆ สักสองเม็ด

สุดท้ายคือสับเนื้อ สับหยาบๆ ก็ใช้ได้ แต่ควรซื้อมาสับเอง เพราะอร่อยกว่ามากมาย

ก๋วยเตี๋ยวใช้เส้นใหญ่เหมือนเส้นราดหน้า แต่ไม่ใส่ซีอิ๊วดำ ผัดด้วยน้ำมันน้อย ไฟแรง ให้เกือบๆ จะเกรียม

ตั้งอีกกระทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย ผัดหอมใหญ่กับเนื้อให้สุกก่อน ค่อยใส่มะเขือเทศ ผัดต่อให้สุก แล้วค่อยใส่พริก ตามด้วยผงกะหรี่ น้ำมันหอย เกลือ และน้ำตาล

ผัดต่อสักครู่ แล้วเติมน้ำไม่มาก ฉันอยากได้แบบเข้มข้น ชิมให้ได้รสที่ชอบ รสของเนื้อควรนำหน้า มีเค็มนิดหน่อย หอมผงกะหรี่ และหวานจางๆ จากหอมใหญ่และน้ำตาล ได้รสที่ชอบแล้ว เติมน้ำละลายแป้งสาลีสักหน่อย รอให้เดือด แล้วปิดเตา

เพราะเป็นมื้อเช้า ฉันจึงตักเส้นแต่น้อย ตักหน้าเนื้อให้มาก

มีแตงกวา ผักใบเขียว และต้นหอมเป็นจานเคียง

“ไม่ต้องบีบมะนาวเลย อร่อยแล้ว” เขาบอก

มะนาวไม่ต้อง แต่ฉันแอบเติมพริกป่น เพื่อความแซบ

 

เรากินมื้อเช้าด้วยกันในครัว ระหว่างที่ฉันล้างจาน ล้างกระทะ เขาก็ลุกไปชงกาแฟ

ฉันชั่งหอมหัวใหญ่ไว้รอ จากนั้นก็เตรียมอุปกรณ์ทำแยม

ขณะที่เขาปอกหอมหัวใหญ่ ฉันจะจิบกาแฟร้อน และลับมีดให้คม มีดคมๆ ช่วยทุ่นแรงเราได้มาก

เล่มหนึ่งให้เขาใช้ซอยเบคอน

อีกเล่มสำหรับการซอยหอมหัวใหญ่ของฉัน ซึ่งต้องคมเป็นพิเศษ มีดคมมากเท่าไร ฉันจะเสียน้ำตาน้อยเท่านั้น

วันที่ดีของเรา เริ่มต้นขึ้นแล้ว •