High-End Munich 2022 / เครื่องเสียง : พิพัฒน์ คคะนาท

เครื่องเสียง

พิพัฒน์ คคะนาท

[email protected]

 

High-End Munich 2022

 

หลังโรคระบาดซาลง งานโชว์เครื่องเสียงทั่วโลกก็เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง เดือนก่อนบ้านเรามี The Real Hi-End Show กันไปแล้ว ซึ่งช่วงใกล้ๆ กัน ที่ฝั่งยุโรปก็มีงานโชว์เครื่องเสียงที่ว่ากันว่าน่าสนใจที่สุดแห่งยุค เพราะเป็นการชุมนุมของผู้ผลิตจากทั่วโลกที่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากที่สุด มากชนิดที่หากผู้เข้าชมงานตั้งใจไปงานแบบ ‘เอาความ’ กันจริงๆ แล้ว รับรองได้ว่างานสี่วันเข้าไม่ครบห้องแน่

ส่วนใหญ่ที่ไปในงานนี้จึงต้องทำการบ้านก่อน ว่าจะเข้าไปห้องไหนบ้าง แล้วดูตามผังว่าห้องที่สนใจอยู่ตรงไหน จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่ตามเก็บให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากผู้มาออกงาน 450 ราย ซี่งเป็นผู้ผลิตจาก 40 ประเทศ ที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ มากถึง 800 แบรนด์

งานที่ว่าก็คือที่จ่าหัวเอาไว้นั่นแหละครับ จากงานเล็กๆ ที่เป็นงานแสดงสินค้าของผู้ผลิตในแวดวงอุตสาหกรรมเครื่องเสียงแถบยุโรปเมื่อสี่ทศวรรษก่อน มาถึงวันนี้เป็นงานที่ผู้ผลิตระดับ ‘ตัวจริงเสียงจริง’ ของวงการจากทั่วทุกมุมโลกบอกว่า – ไม่ไปโชว์ไม่ได้

กับงานที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อสามสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พบรายงานข่าวจากสื่อต่างๆ ที่ไปเที่ยวชมงานนี้แล้วนำมาเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเอาไว้ไม่น้อย เลยใคร่ขอรวบรวมมาเล่าสู่กันฟัง เนื่องเพราะอีกไม่นานก็คงเข้ามาในบ้านเราให้ได้สัมผัสจับต้องกันแบบตัวเป็นๆ อย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่ก็ล้วนมีชื่อ ชั้น ที่โดดเด่นอยู่ในวงการบ้านเราพอตัว ซึ่งมีอะไรบ้างก็ขอไล่เรียงไปเรื่อยๆ ตามนี้ครับ

 

เริ่มกันที่ค่าย Marantz ที่แม้ตลาดส่วนใหญ่ของแบรนด์จะมีฐานอยู่ที่กลุ่ม Mid-Fi แต่เครื่องเล่นอย่าง CD Player ของค่ายนี้เป็นที่ยอมรับกันว่าคุณภาพนั้นหาได้หนีกลุ่มตลาดบนพวก Hi-End สักกี่มากน้อย และในงานนี้หลายๆ เสียงให้ความชื่นชมเป็นอย่างมากกับ Model CD60

Marantz CD60 นอกจากจะมีโครงสร้างภาพลักษณ์ที่หรูหรา แปลกตาไปจากแบบเดิมๆ แล้ว ยังมาพร้อมคุณสมบัติเด่นอีกมาก โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยวงจร HDMA : Hyper-Dynamic Amplifier Module ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะและปรับปรุงเพิ่มเติมจากเวอร์ชั่นก่อน ทำให้นอกจากการทำงานจะสงัดเงียบยิ่งกว่าเดิมแล้ว ยังให้สัมผัสได้ถึงคุณภาพของเสียงดนตรีที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังสื่อให้ผู้ฟังรับรู้ถึงรายละเอียดใหม่ๆ ในซีดีแผ่นเก่าๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ ยังช่วยให้ได้เวทีเสียงที่มีความสมจริงและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากเล่นแผ่นซีดีแล้ว เครื่องเล่นรุ่นใหม่ตัวนี้ยังมีพอร์ตสำหรับอุปกรณ์ USB-A ที่รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง หรือให้การทำงานกับ Hi-Res Audio ไม่ว่าจะเป็น WAV, FLAC HD, ALAC, AIFF ได้ถึงระดับ 192-kHz/24-bit รวมทั้ง DSD ที่รองรับได้สูงถึง 5.6MHz

ทุกวันนี้แม้การฟังเพลงส่วนใหญ่จะเป็นแบบสตรีมมิ่งก็ตาม แต่เป็นที่น่ายินดีว่าแหล่งโปรแกรม Digital Source อย่างเครื่องเล่นแผ่นซีดีชั้นดี – เช่นเครื่องนี้, ยังคงถูกนำเสนอออกมาให้เป็นอีกทางเลือกอย่างต่อเนื่อง

ตามข่าวบอกว่าน่าจะวางตลาดในอเมริกาเหนือเร็วๆ นี้ ด้วยราคา US$ 999

 

ที่ได้รับความสนใจลำดับถัดมาเป็นผลิตภัณฑ์จากค่าย Mission ที่มาในแนวเรโทร (Retrospective) ทั้งลำโพงและแอมปลิไฟเออร์ ชนิดที่เห็นแล้วเป็นสะดุ้งเพราะมันพาย้อนอดีตแบบถวิลหลังไปได้ถึงยุค 70s เลยทีเดียว ด้วยมาพร้อมกับหน้าตาที่ใกล้เคียงแบบเดิมๆ เอามากๆ ลำโพงนั้นคือ Mission 770 ซึ่งเหมือนกับรุ่นพี่ที่เพิ่งออกตลาดมาในแนวย้อนยุคก่อนหน้านี้ และผลิตขึ้นที่โรงงานใหม่ในสหราชอาณาจักรเหมือนกัน คือ Model 700 (เคยนำมาเล่าสู่กันฟังไปแล้วเมื่อประมาณสองเดือนที่ผ่านมา)

เป็นลำโพงประกอบเข้าขาตั้ง แบบ 2 ทาง ทำงานในระบบ Bass Reflex วูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว ขึ้นรูปกรวยแบบ Cone ด้วยโพลีโพรไพย์ลีนเคลือบแข็งด้วยสารอนินทรีย์ธรรมชาติ ทวีตเตอร์ขนาด 1.25 นิ้ว แบบ Soft Dome วัดค่าความไวได้ 88dB/[email protected] ให้ระดับความดังเสียงสูงสุด 117dB/Peak SPL อิมพีแดนซ์ปกติ 8 โอห์ม ให้การทำงานตอบสนองความถี่ 42Hz – 20kHz(+/-3dB) โดยมีจุดตัดความถี่ที่ 2.9kHz กำหนดให้ใช้กับแอมป์กำลังขับ 25-200Wrms

ส่วนแอมปลิไฟเออร์ คือ Mission 778x ที่เห็นแล้วเป็นอดคิดถึงเครื่อง Cyrus 1 และ 2 ไม่ได้ ใครทันยุคนั้นคงนึกหน้าตาเครื่องสองรุ่นนี้ได้นะครับ เพราะในยุคสมัยของมันนั้นความนิยมหาได้เป็นรองใครเหมือนกัน

สำหรับเครื่องรุ่นใหม่นี้ผนวก DAC : Digital-to-Analog Converter ในตัว ให้กำลังขับ 45 วัตต์, 8 โอห์ม ภาค DAC ใช้ชิปคุณภาพสูง ESS Sabre32 ES9018K2M ให้ Resolution สูงถึง 32-bit มีดิจิตอล อินพุต ให้ครบครันทั้ง Coaxil, Optical, USB for PC ทั้งยังรองรับการสตรีมผ่าน Bluetooth aptX

ทางด้านอะนาล็อกนั้นมีอินพุตของเครื่องเล่นแผ่นเสียงสำหรับหัวเข็ม MM : Moving Magnet ให้ด้วย ทั้งยังมีภาค Pre-Out ให้พร้อมสรรพ

Pro-Ject Metallica Limited Edition

ลําดับถัดมาเป็น Analogue Source ยอดนิยม คือ Pro-Ject Metallica Limited Edition ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่างผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบและผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียงอย่าง Pro-Ject กับวงดนตรีอเมริกันที่โดดเด่นในแนวเฮฟวี่ มีทัล อย่าง Metallica ได้ร่วมกันรังสรรค์แหล่งโปรแกรมที่แลดูสะดุดตา ด้วยการขึ้นรูปโครงสร้างแท่นด้วยการนำสัญลักษณ์สายฟ้าของชื่อวงที่เป็นแผ่นโลหะมาประกอบเป็นดาวสี่แฉก ซึ่งแลเห็นได้ชัดเจนผ่านแป้นหมุนแผ่นกระจกใส ที่ใครเห็นแล้วไม่ก้มลงไปเขม้นมองแบบชิดใกล้ให้ถนัดตา, ก็เกินไปละ คือที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ

ทั้งยังโดดเด่นด้วยชุดก้านโทนอาร์มรูปตัว S และชุดปรับตั้งน้ำหนักแรงกดหัวเข็มที่ขึ้นรูปด้วยอะลูมิเนียมขัดด้านสีดำ ความยาว 8.6 นิ้ว ซึ่งออกแบบมาให้ปรับแต่งตั้งค่าต่างๆ ทั้ง Tracking-Force, มุม VTA และค่า Anti-Skating ได้อย่างละเอียดแบบ Fine-Tuned มาพร้อมชุด Headshell ที่ประกอบเข้าหัวเข็มไว้ให้เสร็จสรรพ แต่สามารถถอดเปลี่ยนได้ไม่ยาก ขับหมุนด้วยระบบสายพาน หรือ Belt Drive ควบคุมความเร็วรอบหมุนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

เปิดราคาที่ US$ 1,599 มีกำหนดลงตลาดฤดูร้อนนี้ (ที่ยุโรปอยู่ในช่วงมิถุนายนถึงกันยายน)

 

ถัดมาเป็นเครื่องที่จำลองความโดดเด่นรุ่นเรือธงของค่าย คือ Relentless Mono Amplifier เข้ามาไว้ในตัวเป็น Dan D’Agostino Relentless Epic 800 ได้อย่างน่าชื่นชม (ในงานมีชุดอัพเกรดของ Relentless ที่ชื่อ The Epic ซึ่งใช้เวลาถึงสี่ปีในการพัฒนาออกมาโชว์ด้วย) ให้จับคู่ทำงานร่วมกับลำโพง Wilson Audio Chronosonic XVX ที่ใครได้สัมผัสสุ้มเสียงเป็นต้องถึงกับตะลึงงันกันไปถ้วนหน้านั่นเทียว (ซึ่งต้องให้เครดิตกับลำโพงซิสเต็มนี้ด้วยแบบไม่น้อยหน้ากัน)

Dan D’Agostino Relentless Epic 800 โดดเด่นด้วยทรานสฟอร์เมอร์ที่ทรงพลังขนาด 4 กิโลวัตต์ พร้อมใช้ตัวเก็บประจุค่าสูงถึง 400,000 ไมโครฟารัด ทำให้สามารถเปล่งพลังออกมา 800 วัตต์, ที่ 8 โอห์ม ได้แบบสบายๆ และให้การทำงานไปได้ถึง 3,200 วัตต์, ที่ 2 โอห์ม

คาดว่าจะสามารถส่งมอบได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ด้วยสนนราคาคู่ละ US$ 194,500

เที่ยวหน้าว่ากันต่อครับ •