เปิดปมสาว 17 ชิงทอง ถูกโกงแชร์สูญเงินเก็บ ตร.เต้น-สั่งลุยปราบ แก๊งต้มตุ๋นออนไลน์/อาชญา ข่าวสด

อาชญา ข่าวสด

 

เปิดปมสาว 17 ชิงทอง

ถูกโกงแชร์สูญเงินเก็บ

ตร.เต้น-สั่งลุยปราบ

แก๊งต้มตุ๋นออนไลน์

 

เป็นคดีอาชญากรรมที่สะท้อนปัญหาสังคมอย่างรุนแรง สำหรับกรณีนักเรียนสาววัย 17 ปี ตัดสินใจก่อเหตุใช้มีดทำครัว บุกชิงทองที่ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า

แม้คดีถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว เพราะนักเรียนสาววัย 17 หนีไปยังไม่ทันพ้นประตูห้าง ก็ถูกรวบตัวได้พร้อมของกลาง

แต่ที่น่าสนใจก็คือแรงจูงใจในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้ ที่มาจากการอับจนหนทางเนื่องจากถูกบ้านเท้าแชร์ออนไลน์หลอกลวง จนเงินเก็บ 5 หมื่นบาทที่มาจากประกันชีวิตของพ่อผู้วายชนม์ ถูกโกงหมดสิ้น

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากความต้องการได้รับผลประโยชน์จำนวนมากที่มิจฉาชีพนำมาล่อลวง แต่อีกมุมหนึ่งก็คือทำไมแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงนี้ถึงยังอาละวาดในสังคมอยู่ได้ และมีเหยื่อหลงเชื่อ เกิดความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งที่ประเทศไทยมีหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมามากมายเพื่อดูแลภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ทั้งตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง และถึงขั้นระดับกระทรวง

สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชนอย่างรุนแรง ยิ่งในภาวะโรคระบาดโควิด ยิ่งเป็นปัญหาซ้ำเติมความทุกข์ยากให้กับประชาชน

กลายเป็นคำถามว่า ถึงเวลาหรือยังที่ต้องเอาจริงเอาจังกับแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์เหล่านี้ ไม่ให้อาละวาดทำลายอนาคตผู้คนอีก

มองเห็นความสำคัญกันบ้างหรือยัง!??

สลดสาว 17 บุกชิงทอง

เหตุการณ์เด็กนักเรียนบุกชิงทองครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยเมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างบิ๊กซี สาขารัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยคนร้ายถูกพลเมืองดี และสายตรวจจับกุมไว้ได้ทันควัน ก่อนที่จะหลบหนีออกจากห้างได้

ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ 2 ตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าห้างด้านลานจอดรถด้านหลังของห้าง พบคนร้ายเป็นหญิงสาวอายุ 17 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ผู้ต้องหา พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง 43 เส้น สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 สลึง 5 เส้น และแหวนครึ่งสลึง 2 วง รวมมูลค่าประมาณ 4 แสนบาท

โดยพบอาวุธมีดทำครัว ยาวประมาณ 7 นิ้ว พร้อมกระดาษที่เขียนข้อความข่มขู่พนักงานร้านขายทอง ห้ามขัดขืน

สอบสวนเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กสาวเดินทางเข้ามาในห้าง ก่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในห้องน้ำ สวมเสื้อคลุมสีเหลือง สวมหมวกสีชมพู ใส่ถุงมือสีฟ้า กระเป๋าสีขาว ก่อนเดินวนเวียนอยู่ภายในห้าง แล้วตัดสินใจไปที่ห้างทองดังกล่าว

จากนั้นยื่นกระดาษที่เขียนข้อความข่มขู่ให้หยิบทองรูปพรรณที่ตั้งโชว์อยู่ด้านหลังใส่ถุงผ้าสีดำที่ยื่นให้ ขณะที่ยังมีลูกค้าอีกสองคนกำลังยืนเลือกซื้อทองรูปพรรณอยู่ เห็นเหตุการณ์จึงรีบถอยออกจากร้านดังกล่าวไป

ด้านพนักงานขายสาวตกใจกับเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น จึงรีบกระซิบบอกพนักงานขายชายอีกคนหน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะออกอุบายถ่วงเวลากดปุ่มแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยการหยิบทองรูปพรรณน้ำหนักน้อยใส่ถุงผ้าสีดำให้กับคนร้ายไป จนกระทั่งคนร้ายพอใจจึงนำถุงผ้าที่มีทองใส่กระเป๋าสะพายแล้ววิ่งหลบหนีไปทันที โดยใช้เวลาในการก่อเหตุประมาณ 2 นาที

เมื่อก่อเหตุเสร็จก็วิ่งหนีไป แต่ยังไม่ทันออกจากห้างได้ ก็เจอพลเมืองดีขัดขาชนหกล้ม และช่วยกันจับกุมได้สำเร็จ

สอบสวนเบื้องต้น เด็กสาววัย 17 ปี ให้การว่าเป็นเพราะนำเงินไปลงทุนในออนไลน์ จนถูกโกงเงินไป 5 หมื่นบาท เลยต้องการนำเงินไปคืนในบัญชี และหาทางออกไม่ได้ จึงตัดสินใจมาจี้ทอง โดยเคยมาที่ห้างดังกล่าวอยู่บ้าง จึงคิดว่ารู้ทางหนีทีไล่ดี แต่สุดท้ายก็ไม่รอด

เป็นคดีความที่ต้องต่อสู้ต่อไป

ร้านเกิดเหตุ

ปมถูกโกงเงินออนไลน์

อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำโดยละเอียด พ.ต.อ.เมษนนท์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาเยาวชนหญิงให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าสาเหตุการก่อเหตุ เริ่มต้นจากพ่อของเด็กสาวรายนี้เสียชีวิตได้รับเงินสินไหมทดแทนมาประมาณ 5 หมื่นบาท ต่อมาแม่ให้เยาวชนหญิงเป็นคนเก็บเงินจำนวนดังกล่าวไว้ในบัญชี

แต่หลงเชื่อคำชักจูงนำทั้งหมดลงทุนในกลุ่มบ้านแชร์ในโลกโซเซียล เพราะเชื่อว่าลงทุนไป 5 หมื่นบาท จะได้รับเงินตอบแทนเพิ่มอีก 6 พันบาท เป็นเงิน 5.6 หมื่นบาท แต่ปรากฏว่าถูกโกงเงินไปจนหมด

ต่อมาแม่ของเยาวชนหญิงที่ทำงานอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตกงาน แถมป่วยเป็นโควิด เลยมาสอบถามเรื่องเงินประกันชีวิตของพ่อ 5 หมื่นบาท เพื่อจะเอาไปใช้จ่ายในช่วงตกงาน ทำให้เยาวชนหญิงเกิดความเครียดไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาเข้าบัญชีเพื่อแสดงให้แม่ดูจึงตัดสินใจก่อเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ส่งฟ้องเยาวชนหญิงต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ ก่อนจะนัดกับทางสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำพร้อมกันต่อไป

ขณะที่นายเผด็จ อุทุมสกุลรัตน์ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ พร้อม น.ส.ฉัตราพร อรุณบุตร พนักงานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กจังหวัดนนทบุรี นำหมายปล่อยตัวจากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี แสดงต่อพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ รับตัวเยาวชนหญิงอายุ 17 ปีกลับ หลังศาลอนุญาตให้ใช้ตำแหน่งและหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1.5 หมื่นบาท ยื่นประกันตัว

นายเผด็จกล่าวว่า โรงเรียนต้องขออภัยด้วยที่ดูแลลูกๆ ของโรงเรียนได้ไม่ดีเท่าไร ปกตินักเรียนหญิงคนนี้เป็นเด็กเรียนดีได้เกรดเฉลี่ย 3 กว่ามาตลอด ไม่เคยติด 0 ร หรือ มผ ใดๆ แต่ไม่ค่อยพูดจาสุงสิงกับใครมากนัก ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาจึงไม่รู้จะไปปรึกษาใคร

ขณะนี้โรงเรียนได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ พม.ให้เข้าช่วยดูแลสภาพจิตใจและความเป็นอยู่แล้วหลังได้รับจากปล่อยตัวชั่วคราวตามที่ตนได้ใช้ตำแหน่ง และเงินสดยื่นขอประกันตัวนักเรียนหญิงกับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี

ด้าน น.ส.ฉัตราพรกล่าวว่า หลังน้องได้ประกันตัว จะเดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านพักกับยายย่านดอนเมือง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ พม.เข้าไปดูแลเยี่ยมบ้านเป็นระยะๆ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจซึ่งมีความเครียดอยู่พอสมควร

เป็นการช่วยเหลือเมื่อเยาวชนก้าวพลาด

จับทันควัน

เร่งติดตามจับบ้านแชร์

ขณะที่เรื่องของเหตุจูงใจที่ก่อเหตุจี้ทอง ที่เกิดจากการถูกหลอกลวงจากแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ ถูกนำมาเป็นประเด็นกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง และเห็นว่าหากตำรวจกวาดล้างเรื่องนี้อย่างจริงจังก็ไม่ทำให้อนาคตของเยาวชนต้องเกิดปัญหา

โดย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เหล่ามิจฉาชีพได้อาศัยช่องว่างดังกล่าวในการหาผลประโยชน์โดยทุจริต โฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะชักชวนให้มาลงทุนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมักจะมีข้อเสนอในลักษณะที่ให้ผลตอบแทนสูง ง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อ

ทั้งนี้ การฉ้อโกงออนไลน์นั้น เข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ถึงแนวทางการหลีกเลี่ยงป้องกันการถูกหลอกให้ลงทุนและฉ้อโกงออนไลน์ โดยให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบให้ดี ว่าการลงทุนดังกล่าวนั้นน่าเชื่อถือเพียงใด

ด้าน พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ระบุว่า ตรวจสอบแล้วแก๊งโกงแชร์นี้เป็นบ้านแชร์ชื่อสุชาดา เปิดวงแชร์เงินออมผ่านอินสตาแกรม โดยเด็กเอาเงิน 5 หมื่นบาทไปลงทุน ได้ผลตอบแทน 14,000 บาท จากนั้นจึงไปลงทุนที่บ้านแชร์ที่ชื่อบ้านออมเงินบายออมสิน โดยถูกโกงไปอีก 7 พันบาท เลยตัดสินใจไปชิงทอง

ทั้งนี้ ตำรวจตรวจสอบพบทั้ง 2 รายปิดอินสตาแกรมไปแล้ว และไม่มีความเชื่อมโยงกัน แต่ก็ทราบบุคคลต้องสงสัยแล้วอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง 1 คน เป็นบุคคลเฝ้าระวังมีคดีฉ้อโกงจำนวนมาก อีก 2 คนอยู่ภาคเหนือ และภาคใต้ มีความเชื่อมโยงในวงแชร์ฉ้อโกง

และขอเตือนประชาชนว่าการหลอกลวงลงทุนได้ผลตอบแทนสูงเกินจริงเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง และมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นการต้มตุ๋น

ได้แต่หวังว่าตำรวจจะทำหน้าที่กวาดล้างแก๊งอาชญากรรมเหล่านี้ ให้สมกับคำว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ให้เป็นภัยคุกคามประชาชนอีกต่อไป!!

บทความก่อนหน้านี้แซ็งเต็กซูเปรีรำลึก (จบ)/บทความพิเศษ วัลยา วิวัฒน์ศร
บทความถัดไปชาวแฟลตดินแดงเกือบ 8,000 ครัวเรือน ปลื้ม รมว.เฮ้ง ห่วงใย มอบข้าวสารบรรเทาความเดือดร้อน