ใส่บ่าแบกหาม : The Croods : A New Age / พรพิมล ลิ่มเจริญ

พรพิมล ลิ้มเจริญ

The Croods : A New Age

 

เธอจ๊ะ

The Croods : A New Age หรือ The Croods 2 นั่นเอง ตั้งชื่อเรียกให้ดูใหม่สดใสถอดด้าม จุดประกายสดใสเรืองรองความหวังให้ผู้ชม

แล้วมันดีไหม? ไม่ดีสิ

เพราะสิ่งที่ทำออกมามันไม่ได้มีอะไรใหม่มากมายตามชื่อเรื่อง

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่สนุกนะ ตั้งชื่อแบบนี้มันเลยแบ่งคนเป็นสองฝ่าย

ฝ่ายที่อยากดูสิ่งใหม่กับฝ่ายที่ไม่ได้คาดหวังอะไร ดูไปให้สนุกก็พอ

Nicolas Cage และ Catherine Keener ให้เสียงเป็นพ่อและแม่ Emma Stone และ Ryan Reynolds ให้เสียงเป็นนางเอกและพระเอก ได้ยินเสียงคุ้นๆ แล้วชื่นใจนะจะว่าไป คิดถึงวันวานที่เราไปโรงหนังนั่งดูสบายใจ ได้เห็นพวกเขาเหล่านั้นทั้งภาพและเสียงบนจอภาพยนตร์

และเพราะไวรัสร้าย ในข่าวกล่าวว่า การตัดต่อช่วงท้ายๆ เหล่าบรรดาทีมงานก็ต้องทำงานกันที่บ้าน พอหนังเสร็จ เข้าฉายในโรงได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องโดนปิดโรง บริษัทดรีมเวิร์กส์ผู้สร้างก็เลยต้องส่งหนังมาฉายแบบ video on demand

สรุปคือ ที่ลงทุนไปประมาณ 65 ล้านเหรียญ ก็ทำรายได้ไปประมาณ 135 ล้านเหรียญทั่วโลก เรียกว่าแก้ไขสถานการณ์ได้ดี

แต่ผู้สร้างเขาอาจจะคาดหวังรายได้มากกว่านี้หนาในตอนแรก ฉันขอเดา

เพราะในภาคแรก เขาลงทุนไป 135-175 ล้านเหรียญ แล้วหนังทำเงินประมาณ 587.2 ล้านเหรียญเจียวนะนั่น

The Croods เป็นชื่อครอบครัวมนุษย์ยุคหิน ภาคที่แล้วก็ผจญภัย หนีมหันตภัยต่างๆ เพื่อไปยังดินแดนแห่งวันพรุ่งนี้ ภาคนี้ก็เดินทางต่อแล้วก็ได้พบ

นางเอกของเราเป็นสาวถ้ำชื่อ Eep ก็ได้พบรักกับหนุ่ม Guy เป็นที่เรียบร้อย

พี่กายเป็นหนุ่มทันสมัย พ่อ-แม่ตายแล้วเพราะถูกน้ำมันดินสูบลงไป สั่งเสียลูกชายว่าให้หา Tomorrow ให้เจอ

กายก็คิดว่า “พรุ่งนี้” ที่ว่าน่าจะเป็นดินแดนใดดินแดนหนึ่ง

เปิดเรื่องมา น้องอีพก็มาแนะนำตัวกับผู้ชม ว่าฉันนี้หนาอยู่แต่ในถ้ำมาทั้งชีวิต

I didn’t really come across

other people very often,

let alone… a boy!

ฉันไม่ค่อยได้พบเจอผู้คนบ่อยนัก

นับประสาอะไรกับ…ผู้ชาย!

let alone เป็นสำนวน ใช้พูดเวลาที่สิ่งนั้นๆ มันเป็นไปไม่ได้ หมายความประมาณว่า อย่าว่าแต่… นับประสาอะไรกับ… จะไปเอานิยมนิยายอะไรกับ… ตัวอย่างประโยคจากออกซ์ฟอร์ดดิกชันนารีเห็นภาพชัด He was incapable of leading a bowling team, let alone a country. เขาไม่สามารถนำทีมโบว์ลิ่งได้ ประสาอะไรกับการจะไปนำประเทศ

อีพและกายรักกันจี๋จ๋า จนพ่อหมั่นไส้อยู่ไปมา

He gives me a funny feeling,

like I have butterflies in my stomach.

Not just the ones I had

for lunch, but other butterflies.

ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง

ไม่ใช่ตัวที่ฉันกินเป็นอาหารกลางวัน

แต่ผีเสื้อตัวอื่นๆ แหละ

have butterflies in (my) stomach เป็นสำนวน บอกความรู้สึกวิตกกังวลก็ได้ กลัวๆ กล้าๆ ก็ได้ ให้ไม่ปกติไว้เป็นอันใช้ได้ แบบนักร้องนักดนตรีจะตื่นเต้นเวลาขึ้นไปแสดงบนเวที แบบเวลาจะไปให้คนเขาสัมภาษณ์เพื่อรับเข้าทำงาน หรือจะเป็นแบบหนุ่ม-สาวรักกันปิ๊งปั๊ง เวลาเจอหน้ากันก็จะตื่นเต้นมวนท้อง แต่ไม่ได้ป่วยไข้อะไรแค่ตื่นเต้น เขาจึงเปรียบกับผีเสื้อหลายตัวบินอยู่ในท้อง, have a butterfly in (my) stomach ก็เห็นมีใช้ แบบนั้นคงไม่ตื่นเต้นหรือตื่นเต้นนิดหน่อย

แต่สำหรับอีพ ต้องดูดีๆ ว่าเปรียบเทียบ เพราะบางทีผีเสื้อตกถึงท้องจริงๆ แปลว่าจับมากินเป็นอาหารจริงๆ

แบบตอนหนึ่ง ครอบครัวครูดส์ต้องร่วมมือร่วมใจต่อสู้กับผู้รุกราน พ่อก็สังเกตเห็นได้ว่าอีพและกายไม่ตั้งใจสู้เลย สู้ไปจีบกันไป ส่งสายตาใส่กันไป ประเดี๋ยวจะแพ้พ่ายเอาง่ายๆ พ่อเลยตะโกน

Head in the game!

ตั้งใจหน่อย!

Head in the game หรือ get (your) head in the game เป็นสแลง หมายถึง จงตั้งใจและจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ สำนวนนี้ก็มาจากการเล่นกีฬาแหละ เวลาเล่นเกมกีฬาอย่างบาสเกตบอลหรือวอลเลย์บอล เวลาเล่นหรือลงแข่งก็อย่าเผลอไผลไปคิดเรื่องอื่น อย่าคิดว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี หรือการบ้านพรุ่งนี้จะทำส่งมันไหม อะไรทำนองนั้น สรุปคืออย่าใจลอย

ในหนังเขาทำตลกคือ ทันทีที่อีพได้ยินพ่อตะโกนมา นางก็ดีดตัวเอาหัวโหม่งฝ่ายตรงข้ามกระดอนกระเด็นโด่งไปไกลลับหูลับตาเลย ทำตามที่สำนวนแปลตรงตัวเป๊ะ

ระหว่างทาง กายก็ได้คิดว่า อีพและตนควรจะแยกไปมีครอบครัวของตนเองได้แล้ว อยู่ด้วยกันมันแออัด แยกจากกันมันจะได้มี privacy

อีพไม่รู้จัก “ความเป็นส่วนตัว” ก็อยู่กับครอบครัวครูดส์มาชั่วชีวิต

อีพรู้จักแต่ “sleep-pile” คือทุกคนมานอนกองรวมกันเป็นก้อนเดียว อบอุ่น ใกล้ชิดสนิทสนม และปลอดภัย

“ความเป็นส่วนตัว” คืออะไร? อีพถาม

It means you only smell the feet

you wanna smell.

แปลว่าเราจะดมเท้าใครก็ได้

ก็ต่อเมื่อเราอยากดม

นอนรวมกันเป็นกองมันเลือกไม่ได้นิ

แล้วไม่ช้าไม่นาน ครอบครัวครูดส์ก็เดินทางมาจนถึงดินแดนของ The Betterman

ครอบครัวเบทเทอร์แมนอันประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก เป็นเพื่อนกับครอบครัวของกาย สองฝ่ายเลยดีใจเป็นนักเป็นหนาที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

จากจุดนี้ในหนังเป็นต้นไป หนังทำฉันคิดถึงหนังการ์ตูนเรื่อง “มนุษย์หินฟลินท์สโตน” ขึ้นมาติดหมัด เพราะเขาใช้วิธีการเดียวกัน คือนำเทคโนโลยีปัจจุบันไปใช้เป็นเนื้อหาในหนัง อย่างเฟรด ฟลินท์สโตน ฉันจำได้แม่น เฟรดชอบกลับบ้าน ตกเย็นก็จะรีบไปตอกบัตรออกงาน เครื่องตอกบัตรเขาก็จะมีแผ่นหินและมีจระเข้อ้าปากรอ ไว้ตอกบัตรออกให้ หรือเวลาอาบน้ำ ข้างห้องน้ำจะมีช้างแมมมอธยื่นงวงผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องน้ำ พอเฟรดอยู่ในห้องน้ำ งวงช้างจะทำหน้าที่เป็นเหมือนฝักบัวพ่นน้ำให้อาบ

เรื่องนี้ก็จะมีเนื้อหาแบบนั้น คนทำเขาก็ขยันคิดหามาใส่ ดูสนุก

กายดูจะชอบมากๆ ที่ได้กลับสู่ชีวิตแบบที่เคยมี มีห้องส่วนตัวให้ใช้นอน มีน้ำให้อาบ มีช้อนส้อมให้ใช้

Hands down, the best night’s sleep I’ve gotten.

สุดยอด คืนนี้หลับดีที่สุดเท่าที่เคยมา

Hands down เป็นสำนวน ใช้พูดเวลาพบว่าสิ่งนั้นๆ ดีที่สุด ยอดเยี่ยมที่สุด หรือสำคัญที่สุดก็ได้ สามารถยอมรับได้โดยง่ายดาย ไม่มีลังเล ไม่มีข้อกังขา

ตำราหนึ่งบอกว่า สำนวนนี้มาจากวงการแข่งม้า เขามีสำนวน to win hands down ใช้เวลาม้าวิ่งเข้าเส้นชัยชนะแหงๆ แน่ๆ เหมือนแช่แป้ง จนจ๊อกกี้ที่ขี่ม้าไม่ต้องบังคับม้าให้เมื่อย เพียงขี่ต่อไปให้สบายๆ

วางมือจากบังเหียนได้ ม้าจะพาโลดลิ่วเข้าเส้นชัยเอง

ที่บ้านของครอบครัวเบทเทอร์แมน มีอาหารเหลือเฟือ มีที่อยู่เพียงพอกับทุกๆ คน แต่สองผัว-เมียเบทเทอร์แมนไม่ค่อยพึงใจกับครอบครัวครูดส์สักเท่าใด เพราะอีกฝ่ายดูจะไร้อารยะ กินข้าวมูมมาม ทำบ้านช่องพังเสียหาย เพราะหยิบจับอะไรก็ไม่กะล่อยกะหลิบเอาเสียเลย ทำอะไรโครมคราม ทำของใช้ทุกอย่างแตกหักพังพินาศเสียหายไปเสียหมด

ครอบครัวเบทเทอร์แมนก็ทนเอา เพราะคิดว่าครอบครัวครูดส์จะอยู่ด้วยไม่นาน และสองผัว-เมียเบทเทอร์แมนก็คิดไว้แล้วว่าจะให้ลูกสาวตนตกล่องปล่องชิ้นกับพี่กาย แล้วผลักไสให้ครอบครัวครูดส์ออกเดินทางไปผจญภัยต่อไปตามยถากรรม

แต่ก็เกิดเรื่องยุ่งขิงทิงนองนอยมากมาย สองครอบครัวจึงต้องหันหน้ามาสามัคคีกันสู้กับผู้รุกราน และนำพาให้เข้าใจกัน จะได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งไง

สนุกดีหนา แม้ว่าจะไม่ได้มีเนื้อหาสาระมากมาย ดูเพลินเกินห้ามใจก็พอแล้วไหมบางที ฉันคิดว่าพอ ขอแนะนำ (แต่เขาตั้งชื่อเรื่องเกินเนื้อหาไปมากจริงๆ แหละ ไม่เห็นจะ a new age ตรงไหนเลย)

ฉันเอง