คนมองหนัง : รู้จัก ‘One For The Road’ ผลงานโกอินเตอร์เรื่องใหม่ของ ‘ผู้กำกับฯ ฉลาดเกมส์โกง’

คนมองหนัง

รู้จัก ‘One For The Road’

ผลงานโกอินเตอร์เรื่องใหม่

ของ ‘ผู้กำกับฯ ฉลาดเกมส์โกง’

“นัฐวุฒิ พูนพิริยะ” เจ้าของผลงานโด่งดังอย่าง “ฉลาดเกมส์โกง” เพิ่งจะมีหนังเรื่องใหม่เข้าฉายในสายการประกวด “เวิลด์ ซิเนมา ดรามาติก” ของเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปลายเดือนมกราคม

ผลงานเรื่องล่าสุดของนัฐวุฒิมีชื่อว่า “One For The Road” ซึ่งเล่าเรื่องราวของคนไทยเจ้าของบาร์ในนิวยอร์ก ที่เดินทางกลับประเทศบ้านเกิด และร่วมเดินทางไปกับเพื่อนที่กำลังป่วยหนักในระยะสุดท้าย เพื่อจะยุติอดีตอันค้างคาอยู่ในใจพวกเขา

                                  นัฐวุฒิ พูนพิริยะ

นัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ “ซิลเวีย หว่อง” แห่งเว็บไซต์สกรีนเดลี ว่า หลังจากทำภาพยนตร์กระแสหลักมาแล้วสองเรื่อง คือ “ฉลาดเกมส์โกง” และ “เคาท์ดาวน์” หนังยาวลำดับที่สามนี้อาจถือเป็น “หนังส่วนตัว” ของเขามากที่สุด

“นี่คือการตีความใหม่ให้แก่ประสบการณ์ชีวิตของผมและสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจนถึงตอนนี้ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เรื่องราวจะถูกนำเสนอผ่านตัวละครสองคน ซึ่งเป็นเหมือนภาพแทนสองแง่มุมของตัวตนแท้จริงของผม”

ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยรุ่นใหม่กล่าว และว่า “ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตตัวเองจะน่าสนใจพอ (จนนำมาสร้างเป็นหนังได้) ผมเลยรู้สึกเคารพผู้กำกับฯ ที่ยอดเยี่ยมหลายคน ซึ่งสามารถสร้างสรรค์เรื่องเล่าขึ้นจากเรื่องราวในชีวิตของตนเอง เพราะมาตอนนี้ ผมได้รับรู้แล้วว่าการต้องเปิดเผยตัวตนของตัวเองในลักษณะนี้มันเป็นเรื่องยากลำบากเพียงใด”

แต่การได้ย้อนกลับไปมองชีวิตตัวเองผ่านแง่มุมอื่นๆ ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน

“เมื่อคุณมองตัวเองเป็นหนึ่งในตัวละครของภาพยนตร์ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะพิพากษาตัดสินและสามารถเรียกเขาว่า ‘ไอ้โง่’ ได้ โดยไม่ต้องรู้สึกโหดร้ายกับตนเองมากเกินไป”

นัฐวุฒิอธิบายแล้วกล่าวเสริมว่า “เสรีภาพและความเป็นไปได้แบบอื่นๆ ในการสำรวจตรวจสอบตัวเองด้วยมุมมองของบุคคลที่สาม ทำให้ผมมองเห็นตัวตนจริงๆ ของตนเองได้แจ่มชัดขึ้น”

เป็นที่รับรู้กันว่าบริษัท “เจ็ตโทนฟิล์มส์” แห่งฮ่องกง คือ ผู้ลงทุนหลักของหนังเรื่องนี้ ซึ่งมีผู้กำกับฯ และนักแสดงนำเป็นคนไทย (ธนภพ ลีรัตนขจร, ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์, พลอย หอวัง, วิโอเลต วอเทียร์, ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง)

ขณะที่โปรดิวเซอร์ของหนังคือผู้กำกับฯ ชื่อดัง “หว่องกาไว” ซึ่งเคยฝากให้นัฐวุฒิไปค้นหาคำตอบต่อคำถามสำคัญสองข้อ เมื่อครั้งโปรเจ็กต์ “One For The Road” เพิ่งเริ่มตั้งไข่

นั่นคือ “ฉันคือใคร?” และ “ฉันต้องการจะทำอะไรถ้าตนเองเหลือเวลาบนโลกนี้อีกไม่มากนัก?”

โดยหว่องกาไวและนัฐวุฒิได้เริ่มทำความรู้จักกันช่วงปลายปี 2017 หลังจากฝ่ายแรกได้ดูภาพยนตร์เรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” ซึ่งสร้างสถิติเป็นหนังสัญชาติไทยที่ทำรายได้สูงสุดในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่

ก่อนที่การร่วมงานซึ่งกินระยะเวลายาวนาน 3 ปี จะก่อตัวขึ้น โดยงานส่วนที่หว่องกาไวและนัฐวุฒิให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ การเขียนบทภาพยนตร์

ส่งผลให้นัฐวุฒิพร้อมผู้เขียนบทร่วม ได้แก่ “ณฐพล บุญประกอบ” และ “พวงสร้อย อักษรสว่าง” ที่เคยมีผลงานหนังยาวหมวดสารคดีและเรื่องแต่งกึ่งสารคดีมาแล้วทั้งคู่ ต้องบินไปประชุมบทกับหว่องที่ฮ่องกงทุกเดือน

เมื่อนัฐวุฒิและทีมงานบินกลับมาถึงเมืองไทย พวกเขาก็จะรีไรต์บทภาพยนตร์ฉบับใหม่ตามคอมเมนต์ของหว่อง และส่งร่างบทฉบับแก้ไขไปให้โปรดิวเซอร์ชาวฮ่องกงครั้งแล้วครั้งเล่า

กระบวนการทำงานเช่นนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี โดยในช่วง 9 เดือนแรก ทีมเขียนบทได้สร้างเรื่องราวด้วยแนวคิดตั้งต้นแบบหนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจรื้อมันทิ้ง แล้วหันมาทำงานด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ ดังปรากฏในภาพยนตร์

นอกจากจะสร้างผลกระทบวงกว้างต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โควิด-19 ยังส่งผลให้กองถ่ายหนังเรื่อง “One For The Road” ไม่สามารถเดินทางกลับไปนิวยอร์ก เพื่อถ่ายฉากฤดูหนาวเพิ่มเติมตามแผนการที่วางเอาไว้ได้

ดังนั้น ขณะที่นัฐวุฒิเริ่มทำงานในขั้นตอนของการลำดับภาพระหว่างมาตรการล็อกดาวน์ ทีมงานของเขาจึงต้องลงมือสร้างฉาก “นิวยอร์กจำลอง” ขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมการสำหรับการถ่ายทำหนังส่วนที่เหลือในเดือนสิงหาคมปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นของการถ่ายทำ นัฐวุฒิซึ่งจบการศึกษาด้านกราฟฟิกดีไซน์จาก “แพรตต์ อินสติติวต์” ได้เคยพากองถ่ายของเขาบินไปทำงานที่นิวยอร์กมาแล้วหนึ่งรอบ เนื่องจากเนื้อหาราว 40 เปอร์เซ็นต์ของหนังจะเกิดขึ้น ณ มหานครแห่งนั้น

หลังจากเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกที่สหรัฐ แฟนหนังชาวไทยคงจะมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ “นัฐวุฒิ พูนพิริยะ” เร็วๆ นี้ เมื่อสถานการณ์โรคระบาดสร่างซาลงไป

ข้อมูลจาก https://www.screendaily.com/features/sundance-director-baz-poonpiriya-on-getting-personal-in-one-for-the-road/5156596.article

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ : ภาษาและวรรณกรรม ไทย-จีน 2,500 ปีมาแล้ว
บทความถัดไปทุกภาคส่วนเตรียมทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุกราดยิงโคราช