ยานยนต์ สุดสัปดาห์ / สันติ จิรพรพนิต/โคโรลล่า ‘1.8 SPORT’ ใหม่ ‘โตโยต้า’ เสริมทัพ ‘ซี-เซ็กเมนต์’

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

โคโรลล่า ‘1.8 SPORT’ ใหม่ (เปิดในแท็บใหม่)

‘โตโยต้า’ เสริมทัพ ‘ซี-เซ็กเมนต์’

 

หลังจากอวดโฉมในเมืองไทยมาช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2562 “โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส” เจเนอเรชั่นที่ 12 ก็กวาดยอดขายไปได้ตามคาด ด้วยรูปร่างหน้าตา การออกแบบตกแต่งภายใน รวมถึงชื่อชั้นที่โด่งดังไปทั่วโลก

ประเทศไทยเองก็ถือว่ามีแฟนานุแฟนอยู่หนาแน่นพอสมควร แม้ในช่วงหลายปีหลังคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “ฮอนด้า ซีวิค” จะมาแรงก็ตาม

กระนั้น ยอดขายของโคโรลล่า อัลติส ก็ยังพุ่งแรงในทุกเจเนอเรชั่นที่เปิดตัว

โดยเฉพาะจุดเด่นที่เป็นขวัญใจแท็กซี่ ที่ถึงขนาดต้องออกรุ่นพิเศษ “LIMO” ไม่ได้เน้นออปชั่นมากนัก เพื่อให้เถ้าแก่อู่แท็กซี่ตัดสินใจง่ายขึ้นกับราคาที่ถูกกว่าโคโรลล่า อัลติส รุ่นอื่นๆ

การเป็นรถขวัญใจแท็กซี่ แม้อาจมีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งตะขิดตะขวงใจ แต่อีกทางผู้บริโภคจำนวนมากก็ยังนิยม เนื่องจากโคโรลล่ากลายเป็นรถที่มีอะไหล่หมุนเวียนยืนยาวมากๆ รุ่นหนึ่ง

โคโรลล่ารุ่นเมื่อ 20-30 ปีที่แล้วยังหาอะไหล่ได้สบายๆ

ยิ่งกับเรื่องความเชี่ยวชาญของช่างไม่ต้องพูดถึง แทบจะหลับตาซ่อมได้เลย

 

ล่าสุด โตโยต้าที่ปล่อย “โคโรลล่า อัลติส” เจเนอเรชั่นที่ 12 ออกมาได้ปีเศษๆ ได้ฤกษ์เขย่าตลาดซี-เซ็กเมนต์อีกคราด้วยการเปิดตัวรุ่นแทรกออกมาเพื่อเป็นทางเลือก นั่นคือรุ่น “1.8 SPORT”

พร้อมๆ กับเติมออปชั่นให้รุ่น 1.8 GR- SPORT และรุ่น Hybrid Premium

โคโรลล่า อัลติส รุ่น 1.8 SPORT ใหม่ ภายนอกเส้นสายหนักแน่น เด่นชัด ทันสมัย กระจังหน้าดีไซน์โฉบเฉี่ยว

ชุดไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights

ไฟท้าย LED Rear Lamps

ภายในมาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว

หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay

แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย รองรับระบบการชาร์จไฟแบบ Qi ชาร์จไฟสะดวก เพียงวางสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนแท่นชาร์จ

ระบบหน่วงแรงเบรกอัตโนมัติ (Auto Brake Hold) และระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) เพียงกดปุ่มให้ระบบทำงาน รถจะหยุดนิ่ง และเมื่อเข้าเกียร์หลักสำหรับเดินหน้า (D) หรือเกียร์ถอยหลัง (R) พร้อมกับเหยียบคันเร่ง เบรกมือไฟฟ้าจะปลดให้เองอัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุด

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Conditioning System) และช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง (Rear Air Conditioning)

 

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift

ความปลอดภัยจัดเต็ม อาทิ ระบบปรับระดับกระจกข้างอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง (Outer Mirror Reverse Function) ปรับระดับอัตโนมัติของกระจกมองข้างเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ให้เหมาะกับระดับสายตาของผู้ขับขี่

ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) ตรวจจับสิ่งที่อยู่ในขอบเขตของจุดอับสายตา พร้อมแสดงสัญญาณไฟเตือนที่กระจกและเสียงเตือนเพิ่มความระมัดระวังรถจากด้านข้าง เพิ่มความปลอดภัยในขณะขับขี่

ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง เพิ่มความปลอดภัยในขณะถอยรถออกจากช่องจอด

ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

กล้องมองภาพขณะถอยหลัง (Back Guide Monitor)

ระบบ ABS, EBD, BA, TRC, VSC และ HAC

ถุงลมเสริมความปลอดภัยระบบ SRS 7 ตำแหน่ง

โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA พร้อมคานนิรภัย

โคโรลล่า อัลติส 1.8 SPORT เกียร์อัตโนมัติ ราคา 964,000 บาท

 

ส่วนรุ่น 1.8 GR-SPORT เพิ่มออปชั่นเสริมเพื่อความสะดวกสบายมากขึ้น เช่น

หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (Head Up Display) แสดงข้อมูลการขับขี่บริเวณกระจกบังลมหน้า ช่วยให้ไม่ต้องละสายตาขณะขับขี่

มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว

แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย รองรับระบบการชาร์จไฟแบบ Qi ชาร์จไฟสะดวก เพียงวางสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนแท่นชาร์จ

ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control…ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

และรุ่น Hybrid Premium ที่ปรับชื่อเรียกจากเดิมรุ่น “Hybrid Mid” เพิ่มล้ออัลลอย 17 นิ้ว

ระบบปรับระดับกระจกข้างอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง

ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)

ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert)

โคโรลล่า อัลติส 1.8 GR-SPORT ราคา 1,009,000 บาท

โคโรลล่า อัลติส Hybrid Premium ราคา 994,000 บาท

ส่วนรุ่นท็อปของเครื่องยนต์ไฮบริดคือ “Hybrid Premium Safety” (เดิม Hybrid High) ราคา 1,099,000 บาท

และรุ่น Hybrid Smart (เดิม Hybrid Entry) ราคา 939,000 บาท

 

ปิดท้ายกับความน่าจะเป็นของตลาดรถยนต์เมืองไทยในปีนี้ หลังจากปีที่แล้วยอดหดหายไปพอสมควรจากโควิด และปัญหาเศรษฐกิจ

โดยปี 2564 ก็ยังกระอักกับโควิดระลอกใหม่ที่เริ่มลามหนักช่วงเดือนธันวาคม 2563 ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2564 รถปิกอัพที่เป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของธุรกิจรถยนต์จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการพัฒนาจนมีสมรรถนะ และความสะดวกสบายไม่ต่างจากรถเก๋ง โดยเฉพาะรุ่นดับเบิลแค็บ 4 ประตู

ขณะที่รถเก๋งเล็กประเภทอีโคคาร์จะกลับมาได้รับความนิยม เพราะมีราคาเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งมีอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ต่างจากรถเก๋งขนาดกลาง และใหญ่

ส่วนรถอเนกประสงค์เอสยูวี ยังคงเป็นรถที่ลูกค้าให้ความสนใจ เนื่องจากใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในชีวิตประจำวัน และผจญภัยในวันหยุด

สำหรับการแข่งขันที่ผ่านมาถือได้ว่าดุเดือด และทุกค่ายต่างใช้กลยุทธ์ทุกรูปแบบ ขณะที่โตโยต้าเน้นย้ำในเรื่องการที่ทำให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ หรือนำรถยนต์ไปเพื่อใช้งานได้ง่ายขึ้น ที่ผ่านมาได้แนะนำบริการคินโตะ การเช่าใช้รถยนต์ระยะยาว

โดยโตโยต้าดูแลบริการทุกอย่างให้ทั้งหมด ลูกค้าไม่ต้องมีเงินดาวน์ ไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุง ไม่ต้องจ่ายค่าประกันภัย แค่เติมน้ำมันเพียงอย่างเดียวตลอดอายุสัญญา เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์

ในปี 2564 นี้จะขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนี้ให้เพิ่มมากขึ้น

บทความก่อนหน้านี้เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์/แว่วแว่วกาเหว่าเกลากลอน/
บทความถัดไปสมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงตนเอง/แจง แจ้ง แกง แก้ง