ย้อนปมสลดดับในค่าย สัปดาห์เดียวคร่าพลทหาร3ราย ทบ.ยันไม่มีซ้อมทรมาน / ‘นายกฯ’ตีตกพรบ.เกณฑ์ทหาร

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างยิ่ง

สำหรับกรณีทหารเกณฑ์ที่เพิ่งเข้าประจำการเป็นพลทหาร เสียชีวิตถึง 3 รายภายในสัปดาห์เดียว

โดย 2 รายถูกระบุว่าเกิดจากการผูกคอตาย ส่วนอีก 1 ราย เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว

แต่ทุกรายเกิดขึ้นภายในค่ายทหาร!??

ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามว่านอกจากเหตุผลที่ชี้แจง ต่อสังคมแล้ว มีอะไรซ่อนเร้นเป็นเบื้องลึกอยู่หรือไม่

ยิ่งเกิดขึ้นพร้อมกับกรณีที่ร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ทหารฉบับใหม่ที่พรรคก้าวไกล เสนอขึ้นมา ให้ปรับรูปแบบการเกณฑ์ทหาร ให้เป็นการสมัครใจ แถมเพิ่มค่าตอบแทนให้ถูกตีตก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องจากเป็นกฎหมายการเงิน ที่ต้องให้นายกฯ ลงนามก่อน

หลังจากดองเรื่องดังกล่าวไว้ประมาณ 12 เดือน

ชวนให้สงสัยว่าหากกฎหมายดังกล่าวได้พิจารณาในสภา และบังคับใช้

อย่างน้อย 3 ศพที่ต้องสูญเสีย คงไม่เกิดขึ้น

สลดพลทหารดับในค่าย
ความสูญเสียครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 7 พ.ย. โดยนาง หนูไกร บุญวิเศษ อายุ 44 ปี แม่ของพลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผ่าชันสูตรพลิกศพลูกชาย ที่ถูกพบเป็นศพผูกคอตัวเองเสียชีวิตภายในห้องขังกองรักษาการณ์ ค่ายประเสริฐสงคราม จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยนางหนูไกรระบุว่า ติดใจการเสียชีวิต เพราะปกติลูกชายมีนิสัยร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใส แม้ก่อนหน้านี้จะเคยป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ จนเหลือปอดเพียงข้างเดียว

แต่นิสัยส่วนตัวผู้ตายไม่เคยมีเรื่องเครียด เป็นคนรักลูกรักเมีย ไม่น่าจะคิดจะฆ่าตัวตายแบบนี้ หลังเกิดเหตุพวกตนก็ไม่ได้เข้าไปดูศพที่จุดเกิดเหตุด้วย กระทั่งส่งศพมาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด แล้วให้ญาติไปติดต่อรับศพที่โรงพยาบาล ตอนแรกที่เห็นศพก็พบว่าที่บริเวณหูข้างขวามีรอยฟกช้ำ สงสัยว่าหาก ผูกคอตายทำไมหูต้องมีรอยฟกช้ำ

ขณะที่นายอุเทน เวียงนนท์ อายุ 47 ปี พ่อผู้ตาย ไม่เชื่อว่าลูกจะฆ่าตัวตาย คิดว่าอาจมาจากถูกทำโทษอย่างหนักจนถึงขั้นเสียชีวิต ก่อนถูกอำพรางคดีด้วยการนำเชือกมารัดคอแล้วนำไปแขวนไว้ในห้องน้ำ

พร้อมระบุว่าถูกกดดันเรื่องการติดตามคดีทุกทาง จึงเข้าร้องเรียนกองปราบปรามให้ช่วยทำคดีนี้เพื่อคืนความยุติธรรมด้วย

พล.ต.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ ผบ.มทบ. 27 ระบุว่า พลทหารพิชวัฒน์เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.62 สังกัด ร้อย.มทบ.27 โดยได้รับอนุญาตให้ลาพักกลับบ้านตั้งแต่วันที่ 11-20 ต.ค.63 เมื่อครบกำหนด พลทหารพิชวัฒน์ไม่กลับเข้าหน่วย ต้นสังกัดจึงออกติดตามตัว ซึ่งครอบครัวได้แจ้งให้ไปรับตัวจากภูมิลำเนาเมื่อวันที่ 24 ต.ค.63

ทางหน่วยต้นสังกัดตรวจคัดกรองตรวจปัสสาวะ ปรากฏว่าผลการตรวจปัสสาวะเป็นบวก พลทหารพิชวัฒน์จึงถูกลงโทษ คุมขังที่กองรักษาการณ์ 7 วัน และทำงานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้านเกษตรกรรมภายในหน่วย แต่ระหว่างที่พลทหารพิชวัฒน์บำเพ็ญประโยชน์กลับหลบหนีจากหน่วยไปเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ต้นสังกัดจึงได้ออกติดตามตัว

พลทหารพิชวัฒน์ถูกคุมขังไว้ที่กองรักษาการณ์ ค่ายประเสริฐสงคราม แต่ช่วงเที่ยงของวันที่ 6 พ.ย. เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองรักษาการณ์ได้พบว่าพลทหารพิชวัฒน์เสียชีวิตในลักษณะที่ผูกคอตัวเองติดกับลูกกรงเหล็ก สูงจากพื้นประมาณ 2 เมตร ห้อยลงมาในอ่างอาบน้ำ สภาพศพลิ้นจุกปาก มีรอยรัดที่คอเป็นรอยช้ำ

ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า พลทหารพิชวัฒน์เสียชีวิตจากการขาดอากาศจากรอยกดรัดบริเวณลำคอ และไม่พบบาดแผลจากการทำร้ายหรือประทุษกรรมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ มทบ.ที่ 27 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนการเสียชีวิตของพลทหารพิชวัฒน์ สอบสวนผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณกองรักษาการณ์ 11 นาย และผู้ที่อยู่ในห้องควบคุมตัว 1 นาย

ทุกคนยืนยันว่าไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะไปทำร้ายพลทหาร พิชวัฒน์

มีทั้งผูกคอ-หัวใจวาย
อีกกรณีที่พลทหารที่เสียชีวิตในเรือนจำทหารจังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่าเป็นกรณีของพลทหารสถาพร เผียดผัด อายุ 22 ปี สังกัดกองร้อยลำเลียงพลทหารช่างที่ 3 กองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 จ.เพชรบูรณ์

เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมาเช่นกัน ญาติได้นำศพตั้งบำเพ็ญอยู่ที่วัดโนนสว่างจันทร์ หมู่ 1 บ้านวังโค้ง ต.ตะเบาะ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาญาติ

นอกจากนี้ยังพบว่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมด 2 ราย อยู่ระหว่างการรักษาพยาบาล

นางปาหนัน เผียดผัด อายุ 47 ปี แม่ของพลทหารสถาพร กล่าวว่า ลูกชายมางานศพตา ตั้งแต่เดือนมิ.ย.2563 แล้วไม่ได้กลับเข้าค่าย เป็นเวลา 5 เดือน กลับไปอีกทีเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ลูกชายจะโดนติดคุกประมาณ 27 วัน ระหว่างนั้นส่งข้อความทางโทรศัพท์มาบอกว่าสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง แถมยังบอกตนว่าให้มาเยี่ยมบ้างนะ

มาทราบข่าวอีกทีว่าเสียชีวิตแล้ว เมื่อช่วงเวลา 20.00 น.ของวันที่ 6 พ.ย. เจ้าหน้าที่ระบุสาเหตุของการเสียชีวิตคือหัวใจล้มเหลว แต่กรณีดังกล่าวญาติไม่ติดใจ

หลังจากข่าวการสูญเสียของพลทหารปรากฏขึ้น ครอบครัวของพลทหารรชฏ เสนาสนิท อายุ 21 ปี พลทหารประจำค่ายศรีพัชรินทร์ มทบ.23 ก็ออกมาเปิดเผยว่าลูกชายเสียชีวิตภายในค่ายดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 พ.ย. โดยทางค่ายโทรศัพท์แจ้งว่า พลทหารรชฏใช้ผ้าขาวม้าผูกคอที่กระท่อมกลางน้ำ ใกล้เรือนจำของค่าย จากนั้นเคลื่อนย้ายศพไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โดยไม่ได้แจ้งญาติ ขณะที่มือพบบาดแผลถูกของมีคมจี้ข้อมือ 1 แผลโดยระบุว่าเป็นแผลที่พลทหารรชฏกรีดข้อมือเอง แต่ครอบครัวยังติดใจ

นายสุรชัย เสนาสนิท พ่อของพลทหารรชฏ ระบุว่า ลูกชายสมัครเป็นทหาร เข้าฝึกเมื่อวันที่ 1 ก.ย. จากนั้นลาพักร้อนกลับบ้านเมื่อวันที่ 12 ต.ค.63 และกลับเข้าค่ายวันที่ 25 ต.ค.63 หลังจากฝึกเสร็จ ส่งไปอยู่หน่วยเรือนจำวันที่ 27 ต.ค. ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 1 พ.ย.

ทั้งที่เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ยังทักแช็ตเฟซบุ๊กกันอยู่ บอกว่า “สบายดี ที่ค่ายทหารให้ทำงานส่งเอกสารกับรับส่งกุญแจ” ต่อมาไม่กี่ชั่วโมงกลับรับแจ้งว่าเสียชีวิตแล้ว และแจ้งว่าเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งที่ปกติเป็นคนร่าเริงดี

นอกจากนี้ยังพบพิรุธหลายอย่างทั้งแผลที่ข้อมือ รอยเลือดที่หน้าผาก ซึ่งจะเดินหน้าหาความจริงคืนความยุติธรรมให้ลูกชายให้ได้

บิ๊กตู่ปัดตกพรบ.เกณฑ์ทหาร
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้คำรับรองต่อร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร (ฉบับที่..) พ.ศ. … โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 33 ของรัฐธรรมนูญ ว่า จากเหตุนี้ทำให้โอกาสที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณายกเลิกการเกณฑ์ทหาร แล้วเปลี่ยนเป็นระบบอาสาสมัครไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเงิน

สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เพราะเราได้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารและได้สร้างระบบอาสาสมัคร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินเดือนและสวัสดิการของกำลังพล เรามีความตั้งใจว่าเงินเดือนและสวัสดิการของทหารจะต้องมากเพียงพอให้สมศักดิ์ศรีกับผู้ที่เข้ามารับใช้เป็นทหารในอนาคต ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ร่างกฎหมายนี้จะเกี่ยวข้องกับการเงิน และอาศัยคำรับรองของนายกรัฐมนตรี

เมื่อนายกฯ ไม่ยอมให้คำรับรอง มีปัญหาเกิดขึ้น 3 ประการ ในแง่มุมทางด้านกฎหมาย คือ 1.ตามมาตรา 33 จุดมุ่งหมายเพื่อให้อำนาจนายกฯ พิจารณาว่าร่างกฎหมายที่พิจารณาโดย ส.ส. กระทบต่อการเงินการคลังอย่างไร เพราะนายกฯ ทราบถึงสถานะการเงินการคลังดีกว่าใคร ถ้าเป็นกฎหมายที่ไม่สอดคล้องในฐานะการคลัง นายกฯ ก็ไม่ต้องให้คำรับรองได้ แต่กรณีร่างกฎหมายยกเลิกเกณฑ์ทหาร เกี่ยวข้องกับการเงินการคลัง

2.ตามหนังสือที่ส่งกลับมาให้ตนไม่ปรากฏเหตุผลว่าทำไมนายกฯ ถึงไม่รับรอง ซึ่งพรรคก้าวไกลมีความเห็นว่าร่างกฎหมายนี้กระทบการเงินการคลังที่เป็นบวก ทำให้การเงินการคลังของประเทศดีขึ้น เนื่องจากได้ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป และนำเงินที่เหลือไปสร้างระบบอาสาสมัคร 3.เป็นการตัดโอกาสให้สภาพิจารณาเนื้อหาสาระของกฎหมาย

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ระบุว่า ผิดหวังกับการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าร่างกฎหมายยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร จะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย สวัสดิการทหารชั้นผู้น้อยจะดีขึ้น สิทธิของพวกเขาจะได้รับการคุ้มครอง การกระทืบซ้อมกันตายในค่ายทหารจะไม่เกิดขึ้นอีก ทหารเกณฑ์ที่ไว้รับใช้บ้านนายจะไม่มี ภาระงบประมาณจะลดลง และทหารจะเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ทั้งนี้การปฏิเสธไม่รับรองร่างกฎหมายของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ จึงส่งผลให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ได้ถูกพิจารณา

และการเกณฑ์ทหารก็ยังคงยังเป็นในรูปแบบเดิม ไม่มีการปรับเปลี่ยน

เป็นที่น่าคิดว่าหากไม่มีการยื้อกฎหมายฉบับนี้เอาไว้ และผ่านการพิจารณาของสภาตั้งแต่แรกที่เสนอเข้ามา

อย่างน้อย 3 ศพที่เกิดขึ้นคงไม่สูญเสีย

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กป้อม’ เร่งหน่วยงานรัฐ แก้ปัญหาระดับจังหวัด เป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์ปชช.
บทความถัดไป‘เทพไท’ ชงที่ประชุมปชป. โหวตรับทั้ง7ร่าง แล้วค่อยแก้ไข-แปรญัตติวาระ 2