Elemental อนุภาคแห่งอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด

ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
นิทรรศการ Elemental

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ไปชมนิทรรศการศิลปะที่น่าสนใจมาอีกนิทรรศการ

เลยถือโอกาสเอามาเล่าสู่ให้อ่านกันตามเคย

นิทรรศการนั้นมีชื่อว่า

Elemental

โดย อำนาจ วชิระสูตร ศิลปินผู้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีและโทประเภทจิตรกรรมจากมหาวิทยาลัยศิลปากร

ผลงานของเขาได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมป๊อป อย่างภาพยนตร์, ภาพถ่าย และภาพที่พบเจอในสื่อรอบๆ ตัว ทั่วๆ ไป

ภาพวาดของเขานำเสนอสิ่งที่อยู่เหนือไปจากโลกของความจริง เป็นการผสมผสานระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก

อำนาจเป็นศิลปินได้รับรางวัลจากการประกวดหลากหลาย รวมถึงได้แสดงนิทรรศการเดี่ยวและกลุ่มมากมายทั้งในและต่างประเทศ

ในนิทรรศการครั้งนี้ อำนาจนำเสนอผลงานที่สะท้อนสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของเขาและอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ทั้งอารมณ์ความรู้สึกอันพลุ่งพล่านรุนแรง แรงปรารถนา ความพึงพอใจ ความสิ้นหวัง ไปจนถึงความสงบและสมาธิ

ทั้งหมดถูกกลั่นกรองผ่านกระบวนการทางศิลปะ ด้วยการใช้สีสันและร่องรอยบนพื้นผิวอันเปี่ยมเอกลักษณ์

จนกลายเป็นภาพวาดที่ผสมผสานระหว่างความเป็นรูปธรรมและนามธรรม

เพื่อสร้างบทสนทนาอันเปิดกว้าง

เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตีความได้อย่างอิสระ

Bangkok Sky No.1

“จริงๆ เราติดตามผลงานของคุณอำนาจมาสักพักแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน จนตอนหลังได้มารู้ว่าเขาเป็นศิลปินอิสระที่ไม่ได้สังกัดกับหอศิลป์ไหน เลยหาโอกาสคุยกับเขา เราชอบความที่ภาพวาดของเขาดูเหมือนไม่มีคนอยู่ในนั้น แต่กลับทำให้เรารู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา พอได้พูดคุยกัน เรามีความสนใจหลายๆ อย่างตรงกัน อย่างเช่นช่วงหลังๆ เขาเริ่มสนใจปรัชญาทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับเรื่องของธาตุปรมาณู หรือสสารเล็กๆ ที่มีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง มีการเปลี่ยนแปลง เกิดและดับไป”

“ประจวบกับในช่วงนั้นเราลงเรียนคอร์สปรัชญาตะวันตก โดยเฉพาะปรัชญาของเดโมคริตุส (Democritus) นักปรัชญากรีกโบราณ ที่กล่าวว่า ทุกสิ่งในจักรวาลของเราเกิดจากการประกอบกันของอะตอม อนุภาคขนาดเล็กที่สุดและช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างกัน ซึ่งเราก็รู้สึกว่า ปรัชญาเหล่านี้จริงๆ ก็คือเรื่องของธรรมชาตินั่นแหละ เป็นสิ่งที่มนุษย์พยายามอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ เราก็เลยหยิบเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นหลักของนิทรรศการนี้”

นิ่ม นิยมศิลป์ ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการกล่าวถึงที่มาของงานแสดงครั้งนี้

นิทรรศการ Elemental

อย่างที่กล่าวไปว่าภาพวาดในนิทรรศการครั้งนี้ของอำนาจเป็นส่วนผสมระหว่างสิ่งที่เป็นรูปธรรม อย่างทิวทัศน์ในธรรมชาติ, วัตถุ หรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ

กับสิ่งที่เป็นนามธรรม ที่ไม่อาจจับต้องหรือนิยามได้ หากในบางครั้ง เส้นแบ่งระหว่างความเป็นรูปธรรมและนามธรรมในภาพวาดของเขาก็เลือนรางจนแทบจะแยกแยะไม่ออก

นิทรรศการ Elemental

หากแต่ผู้ชมอย่างเราก็สามารถสัมผัสถึงสนุทรียะและความรู้สึกอันท่วมท้นล้นหลากที่ศิลปินสื่อสารผ่านสีสันลุ่มลึก ร่องรอยฝีแปรง และพื้นผิวอันหยาบกระด้าง ทว่าเปี่ยมอารมณ์

“ภาพวาดพวกนี้ส่วนใหญ่มีที่มาจากสิ่งที่มีอยู่จริง บางภาพเป็นทิวทัศน์ชายหาดยามค่ำคืน ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นประกายวิบวับเหมือนหิ่งห้อยหรือดวงดาวอยู่ แต่บางทีก็ดูเหมือนภาพวาดที่หลุดโฟกัส หรืออาจจะเป็นสายตาเราที่พร่ามัวไปเอง รายละเอียดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมมองเห็น เลยเอามาใส่ในพื้นที่มืด พื้นที่ว่างเปล่า เพื่อให้เกิดเป็นความเคลื่อนไหว เป็นละอองของชีวิต”

นิทรรศการ Elemental

“เวลาเราวาดภาพ เราไม่ได้ตั้งใจวาดให้เป็นรูปธรรมหรือนามธรรมอะไร เราวาดไปตามที่เห็น ตามประสบการณ์ที่ได้รับ ตามสติปัญญาที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา บางคนบอกว่าภาพวาดของเราเป็นสไตล์อิมเพรสชั่นนิสต์ หรือไม่ก็เป็นภาพจากจิตใต้สำนึกหรือสัญชาตญาณเหมือนกัน”

อำนาจกล่าวถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ของเขา

ถ้าใครได้เข้าไปดูนิทรรศการ Elemental ครั้งนี้ อาจสังเกตเห็นว่า ท่ามกลางผลงานภาพวาดหลากชิ้นหลายสีสัน มีโทนสีหนึ่งที่โดดเด่นเห็นชัดกว่าสีอื่นๆ นั่นก็คือ “โทนสีเขียว” ซึ่งการใช้สีเขียวเป็นโทนสีหลักในนิทรรศการนี้เองก็มีนัยยะบางอย่างแฝงอยู่ด้วย

นิทรรศการ Elemental

“ถ้าสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าสีเขียวที่เราใช้จะเป็นสีเขียวตุ่นๆ ไม่ใช่สีเขียวสด หรือเปรี้ยวจี๊ด เหตุผลที่เราใช้สีเขียวโทนนี้ ก็เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา สภาพแวดล้อมในบ้านเราเจอทั้งฝุ่นละออง หรือแม้แต่สถานการณ์โควิด เวลาเราไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะแถวบ้าน ไปเจอพื้นที่สีเขียว แต่ในขณะเดียวกันสีเขียวนั้นก็เต็มไปด้วยมลภาวะทางอากาศ ทำให้เราตาพร่ามัว เราก็เลยเลือกใช้สีเขียวที่มัวๆ ทะมึน เป็นสีเขียวเปื้อนฝุ่น”

อำนาจยังเผยถึงความสนใจในปรัชญาศาสนาพุทธของเขาซึ่งบังเอิญเชื่อมโยงกับความสนใจของภัณฑารักษ์ จนกลายเป็นที่มาของนิทรรศการนี้ว่า

“ในช่วงที่ผ่านมาเราเริ่มฝึกวิปัสสนาด้วยตัวเอง ก็ไม่ได้ฝึกจนลึกซึ้งอะไรนะ แต่เป็นช่วงที่เราต้องการสมาธิ พอฝึกไปฝึกมา เราก็ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปด้วย ซึ่งทำให้เราเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เราเคยมองข้ามไป ทั้งเรื่องของสภาวะจิตใจ, อารมณ์, ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ทั้งความโกรธ, ความเศร้า, ความดีใจ, เสียใจ เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ต่างอะไรละอองเล็กๆ เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านเคยกล่าวถึงอนุภาคปรมาณู ที่เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในปรัชญาทางพุทธศาสนา”

Pathway – ทางผ่าน

“ทุกวันนี้เราเป็นศิลปินเต็มตัว สิบปีที่ผ่านมานี่เราไม่ได้ทำอาชีพอื่นเลย เพราะเราชอบทำสิ่งนี้ เราชอบเป็นจิตรกร เราไม่ได้ต้องการเป็นศิลปินระดับโลก แค่พอเลี้ยงตัวเอง ดูแลครอบครัว ดูแลปลาหางนกยูงได้ก็โอเคแล้ว สักวันหนึ่งถ้าเราเจออะไรที่ดีกว่าการวาดรูปก็อาจจะไปทำนะ แต่ตอนนี้ยังไม่เจอ ตอนนี้ก็ขอทำตามวิชาชีพที่ร่ำเรียนมาด้วยภาษีประชาชนไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน”

Paradise Lagoon

นิทรรศการ Elemental โดยอำนาจ วชิระสูตร จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ที่หอศิลป์ 333 Anywhere โครงการ Warehouse 30 ซอยเจริญกรุง 30 (ตรอกกัปตันบุช) บางรัก กรุงเทพฯ (เข้าชมฟรี), สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Page Facebook @333anywhere โทร. 09-2682-0990 หรืออีเมล [email protected]

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากคุณนิ่ม นิยมศิลป์, 333 Anywhere

บทความก่อนหน้านี้เป็นงง? ศิโรตม์ โดนหมายเรียกชุมนุมเกิน5คน เจ้าตัวโอดไปทำข่าวแต่โดนยัดข้อหา
บทความถัดไปเป้ารายได้เที่ยวไทย 1.5 ล้านล้าน | อีคอนไทยชี้จีดีพีติดลบ 7.5% | ผ่านงบปรับถนน 4.8 หมื่นล้าน