E-DUANG : ทำไม ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงหงุดหงิด กับ “ก้าวไกล”

ตลอด 3 วันแห่งการอภิปรายร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 การปะทะระหว่างพรรคก้าวไกลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เร่าร้อนและรุนแรงเป็นอย่างสูง

ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประเด็นนำร่องโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในวันแรก

ไม่ว่าจะเป็นการปิดประเด็นโดย นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และตบท้ายโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล อันนำมาซึ่งการตอบโต้อย่างทันทีทันควันจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“ให้ระวังตัวไว้ก็แล้วกัน”

หากเป็นการพูดโดยทั่วไปก็ถือได้ว่าเป็นการขู่และคุกคามอย่าง ยิ่งอยู่แล้ว

นี่เป็นการพูดโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งไม่เพียงแต่เป็น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หากแต่ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นผบ.ทบ.

เป็นผู้เคยใช้สถานะแห่งความเป็นผบ.ทบ.ลงมือ”รัฐประหาร”ยึดอำนาจทางการเมืองมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

คำขู่ คุกคามจึงน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างสูง

 

ถามว่าการอภิปรายชำแหละและโจมตีร่างพรบ.งบประมาณแบบที่พรรคก้าวไกลกระทำ พรรคการเมืองอื่นก็กระทำด้วยสำนวนและโวหารที่รุนแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เหตุใดปะทุแห่งอารมณ์จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมีต่อพรรคก้าวไกลรุนแรงยิ่งกว่าพรรคการเมืองอื่น

คำตอบ 1 เพราะว่าพรรคก้าวไกล คือ พรรคอนาคตใหม่

แม้ว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิ การ์ วานิช จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว

แต่ความร้อนแรงก็ยังดำรงคงอยู่ในพรรคก้าวไกลอย่างไม่มีอะไรไปเปลี่ยนแปลงได้

คำตอบ 1 เป็นเพราะคุณภาพทางการเมืองของพรรคก้าวไกล

เป็นพรรคการเมืองอันเป็นการเมืองใหม่ การเมืองเชิงนโยบาย การเมืองเชิงเนื้อหาซึ่งมีการตระเตรียมเป็นอย่างดี

แต่ละถ้อยคำจากพรรคก้าวไกลจึงทะลวงไปถึง”หัวใจ”

 

คำเตือนอันเหมือนกับเป็นคำขู่จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อพรรคก้าวไกลจึงเท่ากับเป็นสัญญาณบ่งบอกทิศทางในอนาคต

เพื่อให้สังวรณ์ถึงกรณีที่เคยเกิดกับ”พรรคอนาคตใหม่”

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า พรรคก้าวไกลในยุค นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในยุคของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล หวาดพรั่นหัวหดตดหายหรือไม่

บทความก่อนหน้านี้สุวรรณภูมิ เตรียมรับผู้โดยสารเข้าไทย เปิดห้องปฏิบัติการตรวจโควิด 90 นาทีรู้ผล
บทความถัดไปดาวกับดวง ประจำวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 : โดย พิมพ์พรร