ผ่าคดี เมีย ร.ต.อ.ยิงตัว ผลเขม่าปืนระบุชัด “ผู้กองบอย” เจตนาฆ่า เจ้าตัวโฮอ้างอุบัติเหตุ

เป็นคดีเศร้าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในครอบครัว สำหรับกรณีภรรยาสาวของร.ต.อ.ตายดับปริศนา

และเมื่อเจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ก็พบว่าที่แท้ไม่ใช่การฆ่าตัวตายดังที่อ้าง

โดยผู้ก่อเหตุก็คือร.ต.อ.ผู้เป็นสามี แต่ก็อ้างว่าเกิดจากการยื้อแย่งอาวุธปืนจนเป็นเหตุให้ปืนลั่นใส่ขมับด้านซ้ายจนถึงแก่ชีวิต

แถมก่อนเกิดเหตุด้วยอาการมึนเมา พยายามจะขอหลับนอน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ นำมาซึ่งการใช้ปืนข่มขู่

และเมื่อย้อนที่มาก็พบความโกรธเคืองกระทบกระทั่งกันในครอบครัวมาโดยตลอด ถึงขั้นที่ร.ต.อ.ชักปืนขู่ฆ่าทั้งโคตรมาแล้ว และทำร้ายร่างกายจนสลบ

แต่ที่น่าสนใจก็คือคำรับสารภาพของสามี ที่เกิดขึ้นจากการจำนนต่อหลักฐาน

กลายเป็นคำถามว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ควรจะเป็นที่พึ่ง เป็นแบบอย่างของประชาชน

เมื่อเป็นเช่นนี้ จะยังมีเกียรติและศักดิ์ศรีให้เชื่อมั่นได้อยู่หรือไม่

● คลี่คดีเมียรตอ.ยิงตัวปริศนา

เหตุการณ์สลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 20 มิ.ย. โดย ร.ต.อ.วิโรจน์ สุชาติ รองสารวัตรสอบสวน สน.ลาดพร้าว รับแจ้งจาก ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง หรือ ผู้กองบอย รองสารวัตรสืบสวน สน.วังทองหลาง เจ้าของบ้าน ว่าเกิดเหตุ น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ หรือ ปูนิ่ม แม่ค้าออนไลน์ ที่เป็นภรรยาก่อเหตุยิงตัวตายคาบ้านพัก บ้านเลขที่ 128 หมู่บ้านเสนาวิลล่า 88 ซอย 7 ถนนแฮปปี้แลนด์สายเก่า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.

เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ภายในห้องโถงชั้นล่าง พบศพน.ส.พิมชฎาพร สภาพศพถูกยิงด้วยปืนขนาด 11 ม.ม. เข้าที่ขมับซ้าย เสียชีวิตคาที่ ซึ่งพบว่าปืนกระบอกดังกล่าวเป็นของร.ต.อ.ทรงกลด เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานและส่งศพผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

ขณะที่ผู้กองบอย หรือ ร.ต.อ.ทรงกลดระบุว่า ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งออกเวร กลับถึงบ้านพักเวลา 03.00 น. ของวันที่ 20 มิ.ย. โดยวางปืนไว้ที่หัวนอนชั้น 2 กระทั่งช่วงเช้าได้ยินเสียงปืน ดังขึ้น 1 นัด ด้วยความตกใจจึงวิ่งลงมาชั้นล่าง ก็พบว่าแฟนสาวเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ ผู้กองบอยระบุว่าเชื่อว่าภรรยายิงตัวตาย เพราะก่อนหน้านี้มีอาการเครียดมาสักระยะ โดยมีปัญหาเรื่องแม่ของภรรยาป่วย ทำให้เครียดมาก จนก่อเหตุดังกล่าว

ขณะที่น.ส.พนิตา บุญโชติ ลูกพี่ลูกน้องของผู้ตาย ระบุว่าปูนิ่มมีลูกผู้หญิง อายุ 4 ขวบกับผู้กองบอย ซึ่งทั้งคู่คบหากันมาหลายปี เพิ่งมาอยู่บ้านหลังนี้ได้ 2 เดือน เพราะแม่ของผู้กองบอยซื้อบ้านให้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีปัญหากันมาเป็นระยะ ปูนิ่มเคยถูกผู้กองบอยใช้ปืนจ่อหัว และทำร้ายกันจนสลบ แต่ผู้ตายก็กลับมาหาทุกครั้งเพราะสงสารลูก

“ยืนยันว่าก่อนนี้ ปูนิ่มไม่มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทุกอย่างปกติทุกอย่าง ยังโพสต์ขายเสื้อผ้าออนไลน์ตามเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง พูดคุยกับญาติก็ด้วยน้ำเสียงปกติ แถมยังบอกว่าวันหยุดนี้จะพาลูกสาวไปเที่ยวอีกด้วย นอกจากนี้ญาติยังสงสัยเพราะบาดแผลที่ถูกยิงเป็นขมับด้านซ้าย แต่ผู้ตายถนัดขวา ไม่น่าจะใช้มือซ้ายยิงตัวเองได้”

“ไม่เพียงแค่นั้นยังพบว่าก่อนที่จะเรียกเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ผู้กองบอยใช้ผ้าห่มห่อร่างปูนิ่มไว้ที่โซฟา แล้วยกไปที่โรงพักทันที ทำให้สงสัยว่ามีการทำลายหลักฐาน หรือสร้างสถานการณ์ปิดบังอำพรางหรือไม่”

เมื่อมีข้อสงสัยจากทางญาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องสอบปากคำผู้กองบอยเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ เพราะยังพบพิรุธอีกมาก อีกทั้งระหว่างเกิดเหตุมีคนอยู่บ้านเพียง 2 คน จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานคลี่คลายคดี พร้อมส่งปืนไปตรวจสอบและสั่งตรวจเขม่าปืนจากทั้งตัวผู้กองบอย และปูนิ่มผู้ตาย เพื่อให้เกิดความชัดเจน

คลี่ให้ชัดว่าฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย!??

● ปากแข็งให้การแต่คราบเขม่าชัด

ทั้งนี้ระหว่างที่รอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เรื่องราวของทั้งคู่ก็กระจ่างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนางทองใส ภูคงน้ำ อายุ 56 ปี แม่ของปูนิ่ม เปิดเผยว่า ไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย เพราะมีอัธยาศัยรื่นเริง ประกอบกับใช้ปืนไม่เป็น อีกทั้งจุดที่ยิงเป็นด้านขมับซ้าย ทั้งที่ลูกถนัดมือขวา

ที่ผ่านมาลูกสาวมีอะไรจะโทรศัพท์ปรึกษาตลอด และบอกว่าก่อนนี้ทะเลาะกับสามีบ่อยครั้ง ฝ่ายชายเคยใช้ปืนจ่อศีรษะและลงมือทุบตีลูกสาวจนสลบ เคยมีครั้งหนึ่งลูกสาวพาหลานหนีกลับบ้าน แต่ผู้กองบอยก็ตามมาขู่จะฆ่าล้างโคตร ยอมรับว่ากลัวใจผู้ชายคนนี้ เคยเตือนลูกให้เลิกรากันไป แต่ไม่ยอมเลิกเพราะเห็นแก่หลาน

ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า ปูนิ่มนั้นคบหากับผู้กองบอยมาตั้งแต่ปี 2559 โดยไม่รู้ว่าผู้กองบอยมีภรรยาและลูกอยู่ก่อน มารู้ช่วงหลังตอนที่ตั้งครรภ์ เคยปรึกษาครอบครัวว่าจะทำอย่างไร แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจคบต่อ ทั้งนี้ก่อนหน้าจะเป็นแม่ค้าออนไลน์ ปูนิ่มทำอาชีพพริตตี้ เมื่อพบผู้กองบอย ที่มีหน้าที่การงานมั่นคงก็ตัดสินใจสร้างครอบครัวด้วย

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.ทรงกลด หรือผู้กองบอย ก็ยังยืนยันว่าเป็นการฆ่าตัวตายแน่นอน สาเหตุเพราะเครียดที่แม่ป่วยเป็นเบาหวาน ตนให้เงินใช้เดือนละ 15,000 บาท ซึ่งภรรยาก็ขายเสื้อผ้าออนไลน์หาเงินใช้เพิ่ม วันเกิดเหตุตนกลับมาดึก กริ่งหน้าบ้านเสีย ไม่มีกุญแจไขเข้าบ้าน เลยโทรศัพท์ให้ปูนิ่มมาเปิดให้

เมื่อมาเปิดประตูก็หน้าเครียดไม่พูดไม่จา ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ตอบ จึงใช้เท้ากระแทกประตู แล้วจูงมือกลับมาที่ห้องนอน จนเช้าได้ยินเสียงปืน ก็พบว่าปูนิ่มใช้ปืนของตนยิงตัวเอง จึงแจ้งตำรวจ ส่วนที่เอาผ้าคลุมศพก็รอจนกว่าเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานหมด

ส่วนที่ญาติบอกปูนิ่มถนัดมือขวา ยืนยันว่าถนัดทั้งสองมือ ที่บอกเอาปืนจ่อหน้าก็ไม่เคย แต่เคยตบหน้าเพราะโกรธที่ภรรยาจะเอาลูกกลับไปจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ภรรยาขู่ทำแบบนี้บ่อยๆ

แม้จะยืนยันชัดเจน แต่ในที่สุดเมื่อผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่าพบเขม่าดินปืนที่มือของทั้งผู้กองบอย และปูนิ่ม โดยพบติดอยู่ที่มือขวาของทั้งคู่ ขณะที่กระสุนเฉียงเข้าขมับขวาเฉียง 85 องศา จึงไม่ใช่การฆ่าตัวตายแน่นอน

เพียงแค่นี้ ที่ผู้กองบอยยืนยันเป็นหนักแน่นก็พังทลาย

พร้อมเปิดปากรับสารภาพเองว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของภรรยา แต่เป็นอุบัติเหตุปืนลั่น โดยก่อนเกิดเหตุทะเลาะกัน จึงชักปืนมาขู่จนยื้อแย่งกัน จากนั้นปืนลั่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต

จนมุมด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

● จนมุมสารภาพอ้างปืนลั่น

หลังจากที่จนมุมต่อพยานหลักฐาน ก็เปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด ระบุว่า ก่อนนี้ตนมีภรรยา 1 คน มีลูกด้วยกัน จากนั้นก็มาคบหากับปูนิ่ม และมีลูกด้วยกันอีก 1 คน ระหว่างนี้ตนยังไม่ได้เลิกรากับภรรยาคนแรก จนทั้ง 2 ฝ่ายรู้ มีการโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงกันไปมา จนเป็นปัญหาหมักหมม

ก่อนเกิดเหตุนั่งดื่มเบียร์อยู่บ้าน พอภรรยากลับมาก็เข้าไปพูดคุย พร้อมขอร่วมหลับนอน แต่ด้วยที่ว่าช่วงนี้เราทะเลาะกันบ่อย พอขอหลับนอน ปูนิ่มก็ไม่พอใจ และไม่ยอม เดินออกจากห้องนอนไปนอนที่โซฟาชั้นล่างของบ้านพัก

ตนจึงโมโห เดินตามลงมาแล้วบอกให้ปูนิ่มกลับไปที่ห้องนอน ด้วยความเมาและโมโห จึงหยิบปืนขึ้นมาขู่ น้องนิ่มก็ท้าทาย บอกว่า “ยิงเลย เอาเลย อยากตายอยู่แล้ว แล้วก็ยื่นมือมาแย่งปืน จากนั้นปืนลั่นโดนขมับน้องนิ่มเสียชีวิต”

ทั้งนี้ ระหว่างให้การ ร.ต.อ.ทรงกลด ร้องไห้ตลอดเวลาที่สารภาพ แถมยังระบุอีกว่า โทรศัพท์หาแม่ และมีความคิดจะฆ่าตัวตายตาม แต่แม่ห้ามไว้ ส่วนปืนหลังจากยิงแล้วก็เอามาล็อกเซฟอัตโนมัติ ไม่ให้ปืนลั่นแล้ววางไว้ที่เกิดเหตุ

ต่อมาวันที่ 23 มิ.ย. เจ้าหน้าที่นำตัวร.ต.อ.ทรงกลด มาฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาฯ เป็นเวลา 12 วัน พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธโดยให้การว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่เป็นอุบัติเหตุ พร้อมยื่นหลักทรัพย์เงินสด 5 แสนบาทขอประกันตัว

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยไม่กำหนดเงื่อนไข เพราะเชื่อว่าจะไม่มายุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี

ก่อนที่เจ้าตัวจะไปร่ำไห้กับแม่ของปูนิ่ม ยืนยันว่าตัวเองไม่มีเจตนาที่จะลงมือฆ่าภรรยา

สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน

ว่าความผิดครั้งนี้มีโทษเพียงใด


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทยพลัส” เตรียมจัดสัมมนา ความร่วมมืออาเซียนหลังโควิด-19 รับความเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่
บทความถัดไปเปิดเงื่อนไข ลงอ่างนิวนอร์มอล 1 ก.ค. ต้องเช็กอิน ติดวงจรปิด ห้ามขายประเวณี