จรัญ พงษ์จีน : ศึกย่อยภายใน “เพื่อไทย” และ “พลังประชารัฐ”

จรัญ พงษ์จีน

มนุษย์เรา เรื่องของ “กาลเวลา” มีความสำคัญ ต้องหมั่นดูนาฬิกา จะได้รู้ว่ากี่โมงกี่ยาม เพื่อจะได้นำมาสร้างวินัย วางแผนชีวิต กำหนดโชคชะตา หาที่ที่ควรจะยืนได้ถูกต้อง

หมู่นี้ “ข่าวการเมือง” แตกประเด็นต่อยอดกันต่อเนื่อง มากมายหลายพรรค ก่อนหน้าช่วงต้นเดือน มีการตีฆ้องร้องป่าว ประกาศตั้ง “กลุ่มแคร์” ที่แกนนำระดับหัวกะทิจาก “พรรคเพื่อไทย” มีข่าวว่าเกิดรายการปีนเกลียวกันภายใน

จนความคิดแตกหัก “ไม่แคร์ใครบางคน” เลยยกพลมาตั้งกลุ่ม ทำกิจกรรมเอง ดึง “คนรุ่นใหม่” มาผสมผสาน

หนึ่งในจำนวนนั้น ปรากฏนาม “พริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล” ลูกชาย “เสี่ยเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล” ร่วมวงไพบูลย์อยู่ด้วย และถูกวางตัวอยู่เบอร์ต้นๆ “กลุ่มแคร์” ระดับผู้ร่วมก่อตั้ง

อาทิตย์ต่อมา “หนุ่มกุ๊ก” ให้สัมภาษณ์พิเศษ แสดงวิสัยทัศน์ใน “มติชนออนไลน์” ปรากฏว่ามียอดผู้อ่าน ผู้เข้าชม และติดตามอย่างล้นหลาม ต่อเนื่องจำนวนมากพอประมาณ แม้จะไม่ถึงกับถล่มทลาย แต่ “เกินคาด”

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ น่าจะเนื่องเพราะหนึ่ง “พริษฐ์” เป็นคนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถ เพิ่มพูนความสว่างด้วยสติปัญญาแนว “เจนวาย” เหนือสิ่งอื่นใดคือ ตอบคำถามไม่ตะกุกตะกัก ตรงประเด็น เข้ากับยุคสมัย เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ เครือข่ายโซเชียลมีเดีย ดิจิตอลครองโลก

“สองเพราะแทนที่จะเป็นการสัมภาษณ์คนหน้าเดิม แผ่นเสียงตกร่องอยู่กับ “มนุษย์ป้า-มนุษย์ลุง” ซึ่งชอบ “ยึดพื้นที่ข่าว” จากสื่อกระแสหลัก กระแสรอง ที่มักดาหน้ามาแสดงความคิดเห็น แตกประเด็น โชว์วิสัยทัศน์ มุมมอง “เดิม” 20-30 ปียังไง ก็ยังวนอยู่กับมุขเก่า จนทั่นผู้อ่าน ผู้ชม รู้สรรพคุณ ซื้อหวยถูก

“ยืนตากแดด ตากลม อยู่กลางทะเลทรายมานานนม พอเห็นทิวทัศน์ของหญ้าเขียวขจี ความหวังก็ย่อมวาบขึ้นมาบ้างเป็นธรรมดา”

“แอ๊กติวิสต์” รุ่นพระเจ้าเหา ถึงแก่กาลเวลา สำรวจตัวเอง ต้องหมั่นดู “นาฬิกา” หาบทสรุป ถือซะว่าไม่มีใครหนีกาลเวลาพ้น คนยุค 60 อัพ อาจจะ “เกิดเร็วไป” หรือไม่ก็ “ตายช้าไป” ปลงๆ กันเถอะแม่จำเนียร

 

จาก “มนุษย์ป้า-มนุษย์ลุง” ค่ายเพื่อไทย ตีกรรเชียงกลับไปที่ “พรรคพลังประชารัฐ” ซึ่งเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน หัวหน้ามุ้ง กลุ่ม ซุ้มน้อยใหญ่ ชุมนุมมังกรซ่อนพยัคฆ์ เปิดปฏิบัติการ “ยึดพรรค” สำเร็จเรียบร้อยดุจสายฟ้าแลบ

และดัน “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ประธานยุทธศาสตร์พรรค นั่งแท่นหัวหน้าพรรค สำเร็จโทษ “กลุ่มสี่กุมาร” แบบง่ายๆ สบายแฮ ไม่ต้องออกแรงข้าวต้ม ตาไม่กะพริบ แป๊บเดียว แบบไม่ได้ “ชกใต้เข็มขัด” หรือ “เล่นไพ่โกง” ทุกอย่างเรียบวุธ

สามารถเขี่ยทิ้ง “อุตตม สาวนายน-สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์-สุวิทย์ เมษินทรีย์” หลุดวงโคจรได้แค่พลิกฝ่ามือเดียว

สรุป “ยึดเมือง” สำเร็จเสร็จลงโดยง่าย เหลือแต่ “รักษาเมือง” น่าจะลำบาก

คนที่น่าเป็นห่วงมากกว่าใครเพื่อน คงจะไม่แคล้วชื่อ “ลุงป้อม” การเป็น “บิ๊กบราเธอร์” ยืนอยู่จุดเดิม มีจุดลงตัวพอดี เอื้อประโยชน์ให้กับใครได้สารพัด จึงมีความขมังเวท อำนาจ บารมี ท่วมท้น ใครต่อใครพากันมาซุก “เงาปีก”

แต่หนทางข้างหน้า “บิ๊กป้อม” ต้องเดินขึ้นเขา มากมายด้วยภยันตราย มีสัตว์ร้ายพวกเสือป่าแมวเซาอยู่จำนวนมาก เขี้ยวลากดินทั้งนั้น แต่ยังเดินขึ้นเขาอีก ประหลาดมาก

สงครามใน “พปชร.” จบบริบูรณ์ลงแล้ว เหลือแต่ “ศึกปรับคณะรัฐมนตรี” ระเบิดเวลาลูกใหม่ที่กำลังรอให้เดินไปหา “ประเด็นใหญ่” คือ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่จะมาเสริมใยเหล็ก ทดแทนทีมเก่าของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ในนามของ “สี่กุมาร”

ซึ่งมีข่าวว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทำท่าจะหนีไม่ออก ต้องปรับเปลี่ยนตามไฟต์บังคับของ “พปชร.”

แต่ดังที่บอก ปรับ ครม.งานใหญ่ไม่ใช่ลิเก-หรือละครเวที…ที่วางโคลงเรื่อง “แค่โจรกลุ่มหนึ่งปล้นโจรอีกกลุ่มหนึ่ง” สำเร็จแล้วจบ

มีข่าวว่าทีมเศรษฐกิจที่ได้รับการติดต่อทาบทามจากคนใกล้ชิด “บิ๊กตู่” มาทำหน้าที่ “อะไหล่เสริม” แทน “ทีมสมคิด”

ที่ประกอบด้วย “ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หรือ “ปรีดี ดาวฉาย” กรรมการสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ซึ่งถูกระบุว่า ไม่คนหนึ่งคนใดจะมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่แทน “อุตตม สาวนายน”

และ “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตซีอีโอ ปตท. หรือ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” อดีตคู่ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

กับไพ่อีกใบ “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” อดีตซีอีโอ พีทีทีโกลบอล เคมิคอล

ผู้มีรายนามข้างต้นสี่ซ้าห้าคน มีชื่อชั้นพร้อมที่จะหมุนเวียนตำแหน่งกันได้ทั้งหมด ในโควต้ากลาง ที่เป็น “สมบัติก้นหีบ” ของ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่จะยึดไว้เองทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง-รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

แต่มีข่าวว่า ในจำนวนบิ๊กเนมทั้ง 5 ที่วงการคาดกันว่าจะมาปฏิบัติภารกิจแทน “สมคิด-สี่กุมาร” จับทิศทางลมใต้ปีกของ “พปชร.” ดูแล้ว เข้าไปยุ่งด้วยยาก มีแต่ “ขาดทุน-เปลืองตัว”

มีบางคนจึงตอบ “ปฏิเสธ” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กรณีที่ “คนนอก” บอกปัดในความปรารถนาดี ไม่เข้ามาร่วม “ครม.ตู่ 2/2”

ในเชิงการเมือง ชั่วโมงนี้ถือว่าฐานเสียงสนับสนุนรัฐบาลอยู่พ้นโซนขีดอันตราย ที่ 276-280 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้าน พลังกลับอ่อนเปลี้ย 220 ต้นๆ

จึงสามารถบริหารจัดการกันเองเฉพาะ “คนการเมือง” ด้วยกันได้ โดยไม่ต้องพึ่งพา “คนนอก”

คนที่จะมานั่งกระทรวงหลัก ใช้บริการ “หัวหน้ากลุ่ม” ขึ้นนั่งว่าการ ตามลำดับไหล่ ใครกุมเสียงมากน้อย

“สามมิตร-สมศักดิ์ เทพสุทิน” อยู่ที่เดิม ว่าการยุติธรรม “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” โยกไปเป็นว่าการพลังงาน ดัน “อนุชา นาคาศัย” ขึ้นลิฟต์เป็น รมว.อุตสาหกรรม

“ลูกเทพของบิ๊กป้อม-ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” กุมเสียง ส.ส.ไว้ในมือมากกว่าใคร ควรขึ้นว่าการ ตามชื่อชั้น อยากจะเป็น รมว.พลังงาน โดย “สุริยะ” อยู่ที่เก่า

“วิรัช รัตนเศรษฐ” ทหารเอกอีกหน่อ ถึงเวลาสลับฟันปลาขึ้นเป็นรัฐมนตรีเกรดแทนลูกชายได้แล้ว ขณะที่ “สันติ พร้อมพัฒน์” ที่บริจาคสถานที่ให้ พปชร.ใช้เป็นที่ทำการ และดูแล ส.ส.ในสังกัดอีกก๊วนใหญ่ ถ้า “คนนอก” ไม่มา “บิ๊กตู่” ดันขึ้นชั้นนั่งว่าการกระทรวงการคลังได้

เป็นไงล่ะครับ “ครม.ตู่ 2/2” แค่ขานชื่อมาดูกันเล่นๆ

สวยขนาด “วัวเห็นวัวตาย” … “ควายเห็นควายล้ม”

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้ต่างประเทศ : ชาติเสี่ยงคลื่นโควิดระบาดระลอกสอง
บทความถัดไปสอศ. พร้อมพัฒนาสื่อออนไลน์ รับเปิดเรียน เน้นให้ความรู้และเสริมสร้างเรื่องลิขสิทธิ์แก่บุคลากร ป้องกันปัญหาในการผลิตสื่อการสอน