เปิดไทม์ไลน์ “หมู่อาร์ม” บทพิสูจน์ปฏิรูปกองทัพ หลังออกมาแฉอมเบี้ยเลี้ยง กลับถูกสอบผิดหนีทหาร บิ๊กแดงยันทำตามขั้นตอน

เป็นประเด็นที่ถูกจับจ้องจากสังคม สำหรับการปฏิรูปธุรกิจของกองทัพ
ที่ก่อนหน้านี้พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ประกาศเป็นจริงเป็นจัง หลังการกราดยิงของจ่าคลั่งที่โคราช

ทั้งโอนธุรกิจให้กรมธนารักษ์รับผิดชอบ เปิดสายด่วนผบ.ทบ.รับฟังข้อร้องเรียนจากนายทหารชั้นผู้น้อย ที่พบเรื่องผิดปกติแต่ไม่กล้ารายงานขึ้นมาแต่ผ่านมาแล้วครึ่งปี เริ่มมีเสียงทวงถามจากหลายๆ ฝ่ายว่า ยังมองความสำเร็จเป็นรูปธรรมไม่เห็น
ยิ่งไปกว่านั้นยังเกิดกรณีหมู่อาร์มที่ร้องเรียนต้นสังกัดจัดอบรมเก๊ เพื่ออมเบี้ยเลี้ยงลูกน้อง ที่ร้องเรียนสายด่วนไป

กลับไม่มีความคืบหน้า แถมยังส่งเรื่องให้ต้นสังกัดทราบตัวผู้ที่ร้องเรียน
แม้ผลสอบจะพบว่ามีมูลทุจริต ต้องส่งป.ป.ช.พิจารณา ผู้ร้องเรียนกลับโดนดำเนินคดีข้อหาหนีทหาร
กลายเป็นประเด็นที่ทั้งสังคมวิพากษ์วิจารณ์และจับตานโยบายปฏิรูปกองทัพของบิ๊กแดง

• จับตาบิ๊กแดงปฏิรูปกองทัพ
มูลเหตุของการปฏิรูปกองทัพ ของพล.อ.อภิรัชต์เมื่อวันที่ 17 ก.พ. เกิดขึ้นจากเหตุจ่าคลั่งกราดยิงที่จ.นครราชสีมา จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารหน่วยกองพันกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 บุกยิงผู้บังคับบัญชาและแม่ยายตายคาบ้านพัก ก่อนบุกปล้นคลังแสงของกองทัพ มากราดยิงประชาชนเสียชีวิตหลายสิบศพที่ห้างดังกลางเมืองโคราช ก่อนสิ้นสุดด้วยการจับตายของเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2563

โดยมูลเหตุจูงใจก็พบว่าเกิดจากความเครียดในการถูกหลอกซื้อบ้านที่ใช้เงินกู้จากกรมสวัสดิการกองทัพบก และถูกอมเงินทอน


ต่อมาวันที่ 27 เม.ย. นายวีระ สมความคิด นำส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม ทหารสังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก เข้าร้องเรียนต่อกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ร้องเรียนกรณีทหารชั้นผู้น้อยถูกโกงเบี้ยเลี้ยง

โดยมีหลักฐานสำคัญ คือหนังสือขออนุมัติเดินทางไปราชการชั่วคราว ของศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ เมื่อปี 2560 ระบุไปราชการที่จ.นครราชสีมา 2 ครั้ง งบประมาณครั้งละ 18,360 บาท และไปราชการจ.พระนครศรีอยุธยา อีก 2 ครั้ง เบิกงบประมาณครั้งละ 12,240 บาท ระบุมีทหาร 25 นายร่วมโครงการ แต่ไม่มีการเดินทางไปจริง

นอกจากนี้ยังมีโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องกันยาเสพติด ช่วงมิ.ย.-ก.ค. 2562 ใช้รายชื่อทหารชุดเดิม มีพ.ท. ซึ่งปัจจุบันเป็นพ.อ. เขียนใบเสร็จเอง บางครั้งมีทหารหญิงยศส.ท.เป็นผู้ออกใบเสร็จให้
ส.อ.ณรงค์ชัยระบุว่า ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ แต่ถูกบังคับให้ลงชื่อ เคยทักท้วงผู้บังคับบัญชา แต่กลับถูกกลั่นแกล้งลงโทษทางวินัย ร้องเรียนภายในกองทัพ ผ่านลำดับชั้นการบังคับบัญชาก็ไม่ได้ผล
ยิ่งร้องทุกข์ยิ่งถูกลงโทษหนักขึ้น

“ผมไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก ขอเป็นตัวแทนทหารชั้นผู้น้อยเปิดโปงเรื่องนี้ เพื่อทหารรุ่นน้อง เพื่อประโยชน์ประเทศ ไม่มีใครอยากทำให้กองทัพเสียชื่อเสียง หากผู้บังคับบัญชาใส่ใจไม่ทุจริตในกองทัพ และพร้อมให้ข้อมูลกับป.ป.ช. และให้ช่วยดูแลคุ้มครองพยานด้วย”

ต่อมาก็มีคลิปบันทึกเสียงออกมาเผยแพร่ ระบุเป็นบทสนทนาระหว่างนายทหารยศพล.ต. ผู้บังคับบัญชาหมู่อาร์ม สั่งสอนให้เคารพผู้บังคับบัญชา ร้องเรียนตามลำดับชั้น ครั้งนี้อาจจะรอด แต่ครั้งหน้าไม่รอดแน่ ถ้าทำอีก เขาไม่ยกโทษให้กันบ่อย

อย่าเอาความคิดแบบพลเรือน ร้องนั่นร้องนี่ ไม่เกิดประโยชน์ มันจะย้อนเข้าหาตัวเอง
“ผมให้โอกาสเพียงครั้งเดียว ไม่พอใจมาก เพราะคุณทำลายหน่วยจริงๆ”
เห็นบรรยากาศการปกครองภายในกองทัพ

• ทุจริตชัด-หมู่อาร์มโดนด้วย
เรื่องราวถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาร่วมเดือน จนกระทั่งวันที่ 30 พ.ค. ก็มีความคืบหน้า เมื่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่พล.อ.อภิรัชต์ ลงนามแต่งตั้งโดยมีนายทหารระดับพล.อ.เป็นประธาน ให้สอบสวนกรณีหมู่อาร์ม หรือส.อ.ณรงค์ชัย ร้องเรียนถูกผู้บังคับบัญชาทุจริต อมเงินเบี้ยเลี้ยงลูกน้องจากโครงการที่ไม่ได้จัดทำขึ้นจริง มีมติในเรื่องดังกล่าว

โดยพบว่าประเด็นเรื่องทุจริตนั้นมีมูล จึงเสนอเรื่องให้พล.อ.อภิรัชต์ลงนาม เพื่อส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนต่อ
สรุปมีมูลโกงกันในหน่วยงานของกองทัพจริงๆ!??
ส่วนเรื่องที่ ‘หมู่อาร์ม’ ระบุว่าถูกผู้บังคับบัญชาข่มขู่คุกคามเอาชีวิตนั้น คณะกรรมการสรุปว่าไม่มีมูล
อย่างไรก็ตามมีการตั้งกรรมการสอบสวน ‘หมู่อาร์ม’ เนื่องจากกระทำผิดวินัยร้ายแรง หนีทหาร โดยต้นสังกัดจะตั้งกรรมการสอบสวน หากขาดราชการเกิน 15 วัน วันที่ 16 จะถือว่าหนีทหารในเวลาปกติ ซึ่งตอนนี้หมู่อาร์มไม่ได้กลับไปทำงานที่หน่วยเกิน 16 วันแล้ว

จากนั้นจะส่งเรื่องไปยังศาลทหาร เพื่อพิจารณาออกหมายจับ ตามประมวลกฎหมายอาญาทหารฐานหนีราชการในเวลาปกติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ควบคู่ไปกับการดำเนินการความผิดทางวินัยร้ายแรง ที่จะต้องตั้งกรรมการสอบสวน ดำเนินการ ปลด ถอดยศ และจะประกาศในราชกิจจาฯต่อไป

ขณะที่นายวีระ สมความคิด ระบุว่า หมู่อาร์มไม่ได้ไปปฏิบัติงานจริง เพราะอยู่ระหว่างหลบหนี เนื่องจากกังวลความไม่ปลอดภัย
ส่วนคลิปเสียงที่ถูกผู้บังคับบัญชาอบรม เชื่อว่าผู้บังคับบัญชาแอบอัดคลิปเอาไว้ ขณะเรียกไปขอขมา แถมนำไปเปิดเผยในที่ประชุมกมธ.ทหาร ตัดเอาเฉพาะที่ผู้บังคับบัญชาสั่งสอนมาออก ไม่เอาตอนที่หมู่อาร์ม พูดเรื่องการทุจริตกองทัพ

ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย. หมู่อาร์มโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุรอหมายจับจากศาลทหาร และจะมอบตัวสู้คดี จะได้ไม่ยืดเยื้อ ยืนยันว่าเป็นผู้เสียหายจากการถูกบังคับกดขี่ข่มเหง และละเมิดสิทธิมนุษยชน เอาชื่อผมไปร่วมทุจริตเป็นเวลาหลายปี หากไม่ยอมก็กลั่นแกล้งทางวินัย

ยศถาบรรดาศักดิ์นั้น หากท่านอยากถอดยศผมมาก ก็คืนให้ท่านได้ แล้วท่านคืนความยุติธรรมให้ผมได้หรือไม่
วันนี้ผมหนีทหาร ไม่มีเงินเดือน ไม่มีงานทำ ไม่มีที่อยู่ แถมโดนดำเนินคดี
ส่วนคนทุจริตยังได้สวมใส่เครื่องแบบข้าราชการ รับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง
เป็นความในใจของทหารชั้นผู้น้อยที่เปิดโปงการทุจริต

•‘บิ๊กแดง’ชี้เป็นเรื่องต้นสังกัด
ขณะที่พล.อ.อภิรัชต์ ให้สัมภาษณ์กรณีหมู่อาร์มอีกครั้งในวันที่ 2 มิ.ย. ระบุว่า หลังจากเหตุจ่าคลั่งยิงกราดที่โคราช ได้เปิดศูนย์ร้องเรียนขึ้น แต่การจะแถลงผลงานว่าทำอะไรบ้างเพื่อเอาดีใส่ตัวอย่างเดียวคงไม่ใช่เรื่อง

ยืนยันว่าแก้ไขปัญหาไปได้มาก เพราะทุกเรื่องรายงานมาถึงตน ต้องเข้าใจว่ากองทัพบก มีสายการบังคับบัญชา ถ้าไม่มี Chain of Command ก็ปกครองไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพลทหาร หรือนายสิบ ก็จะไม่มีสายบังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาโดยตรงจึงต้องรับผิดชอบก่อน ถ้าผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่ให้ความเป็นธรรม หรือผลสอบไม่เป็นที่ยอมรับ ก็ทำเรื่องร้องเรียนมาตามขั้นตอน

ส่วนที่หมู่อาร์มไม่เชื่อมั่นการสอบสวน คนเราจะพูดเช่นนั้นได้ ต้องมองตัวเราเองด้วยว่าเป็นอย่างไร ตนก็ได้รับรายงานตลอด แต่ไม่ใช่เรื่องโดยตรงของผบ.ทบ. ต้องปล่อยให้หน่วยที่บังคับบัญชาดูแลตามสายการบังคับบัญชา

“ยืนยันว่าหมู่อาร์มไม่เคยร้องเรียนสายตรงมาหาผม ดูจากรายงานทุกสัปดาห์ มี 600-700 เรื่อง แก้ไขไปแล้วครึ่งหนึ่ง และตรวจสอบตลอดเวลาว่าที่ร้องเรียนมาจริงหรือเปล่า ถือเป็นช่องทางที่ได้ผล เพราะตรงมาหาผม ไม่ได้ผ่านสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ไม่ได้ผ่านกรมกำลังพล แต่ไม่ได้เล่า ไม่อยากอวดหรือเล่าว่าทำอะไรไปบ้าง”

ขณะที่หมู่อาร์ม โต้ทันควันว่า ร้องเรียนไปยังสายตรงผบ.ทบ. ถึง 4 ครั้ง มีการบันทึกเป็นหลักฐานไว้ ทั้งการแคปหน้าจอช่วงเวลาการร้องเรียน หรือบันทึกหลักฐานการสนทนาที่พร้อมเปิดเผย โดยการร้องเรียนครั้งแรก วันที่ 13 มี.ค. 2563 ครั้งที่ 2 วันที่ 17 มี.ค. 2563 ครั้งที่ 3 วันที่ 19 มี.ค. 2563 และครั้งที่ 4 วันที่ 14 เม.ย. 2563

“ผมโทร.ไปหาคอลเซ็นเตอร์ที่ ผบ.ทบ.เปิดช่องทางไว้ และทางคอลเซ็นเตอร์จะพิมพ์ตามที่ตนพูดร้องเรียน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แทนที่เรื่องราวจะถูกส่งต่อให้ ผบ.ทบ.พิจารณา หรือมีทีมสอบสวนจากส่วนกลางมาตรวจสอบ สุดท้ายเรื่องการร้องเรียนกลับถูกส่งมายังผู้บังคับบัญชาของหน่วยจนมีการข่มขู่ มีความพยายามปิดปาก จนรู้สึกไม่ปลอดภัย”

หมู่อาร์มระบุว่า ปัจจุบันก็ยังมีความพยายามในการคุกคามติดตามอยู่ ประหลาดใจว่าไปร้องเรียน ป.ป.ช.ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. พร้อมขอให้ช่วยในเรื่องการคุ้มครองพยานในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เปิดเผยข้อมูลการทุจริต
ล่าสุดคณะสอบสวนของกองทัพยืนยันแล้วว่ามีมูล แต่ร้องขอขั้นตอนการคุ้มครองพยานก็ยังไม่คืบหน้า
กลายเป็นเรื่องร้อน เขย่ากระแสปฏิรูปกองทัพยุค ‘บิ๊กแดง’


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้กว่า 5 พันรายชื่อในวันเดียว! ร่วมร้องปปช. ก่อน “หมู่อาร์ม” เข้าทวงถามคืบหน้าคุ้มครองพยานพรุ่งนี้
บทความถัดไปมธ.ออกประกาศ ให้ นศ.แต่งกายรับปริญญา ตามเพศวิถีได้ ดูหมิ่นเจอโทษ!