หนุ่มเมืองจันท์ : ปู่จ๋านลองไมค์

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

วันก่อน ผมเปิดดูรายการ “กิ๊ก-ดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน” รายการยอดฮิตของเจเอสแอล และช่อง 7 สี

ยังขำเหมือนเดิมครับ

หัวเราะจนเหนื่อย

คืนนั้น ช่วงประกวดเงาเสียงศิลปินดัง เป็นศิลปินชื่อ “ปู่จ๋านลองไมค์”

เคยได้ยินชื่อไหมครับ

ผมฟังชื่อแล้วตกใจ

นึกว่ารายการ “กิ๊ก-ดู๋ สงครามเพลง” หาใครมาเป็น “ศิลปิน” ต้นแบบไม่ได้แล้ว

ต้องเอาศิลปินใหม่มาออกรายการ

แม้ผมจะไม่ใช่ “เซียนเพลง” ระดับที่รู้จักศิลปินดังๆ หรือศิลปินใหม่ทุกคน

แต่ก็พอรู้บ้าง

แต่สำหรับ “ปู่จ๋านลองไมค์”

สารภาพว่าไม่รู้จักจริงๆ ครับ

ไม่เป็นไร ลองฟังดู

พอเริ่มเพลงแรก “ตราบธุรีดิน”

ตกใจเลย

เพลงเพราะมากครับ

และแปลกมากด้วย

ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาเก่า ไม่ใช่ภาษารุ่นใหม่

“อยู่กับฉันได้ไหม ให้แก่เฒ่าเป็นตายาย

ในบั้นปลายสุดท้ายของดวงชีวัน

อยู่เคียงคู่กันแบบนี้ ให้ร่วงโรยเป็นธุลี

กลับสู่ธรณี ฝังร่างนี้ไปพร้อมกัน”

ใช้คำว่า “ดวงชีวัน-ธุลี-ธรณี” ซึ่งเราจะไม่ได้ยินในเพลงรุ่นใหม่

แต่ “ปู่จ๋านลองไมค์” เอาภาษาเก่ามาใช้ได้ “ใหม่” มาก

แถมมีช่วงแร็พ และเนื้อหาบางช่วงก็กวนและติดเรต

เอาเป็นว่าฟังครั้งแรก ทุกคนต้อง “งง”

มันจะเอายังไงกับเราวะ!!

ยัง…ยังไม่พอ

พอเข้าเพลงที่สอง “แลรักนิรันดร์กาล”

หนักเลยครับ

เป็นเพลงทำนองแปลกเหมือนเดิม แต่เป็นภาษาเหนือ มีช่วงพูด มีช่วงแร็พ

วิธีการร้องช่วงต้นๆ ก็ลากเสียงเหมือนเพลงไทยเดิม

ผมชอบมุมคิดและภาษาของเขา

เพราะมาก

“ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นตำนานรัก

แต่ใจต้องการนักแค่เพียงได้รักเจ้าเนิ่นนาน”

การใช้คำไม่ธรรมดาเลย

และ “เมื่อได้พบพานกับแม่นงคราญจึงสานรัก

กายใจพร้อมพลีภักดิ์เพื่อเพียงได้รักเจ้าเนิ่นนาน”

ผมมารู้ตอนหลังว่าเป็นเพลงประกอบหนังสั้นเรื่อง “Postcard” ของ “สายป่าน-อภิญญา”

ฟังจบ 2 เพลง ผมตะโกนอยู่ในใจ

เฮ้ย…ไปอยู่ที่ไหนมา

ไม่ใช่ “ปู่จ๋าน”

แต่เป็นผมเอง

ไปอยู่ที่ไหนมา

 

คืนนั้น ผมไล่ค้นประวัติและเพลงอื่นๆ ของ “ปู่จ๋านลองไมค์”

แต่ละเพลงไม่ธรรมดาเลย

ทั้งเพราะ ทั้งกวน

บางเพลงก็ติดเรต ตามประสาเพลงแร็พใต้ดิน

“ปู่จ๋านลองไมค์” เป็นศิลปินชาวเหนือ เป็นคนเชียงรายครับ

ยังหนุ่มมาก

อาชีพจริงๆ คือ ช่างติดตั้งดาวเทียม และช่างแอร์

ร้องเพลงเป็นงานอดิเรก

คำว่า “ปู่จ๋าน” แปลว่า “มัคนายก”

มิน่า การลากเสียงบางครั้งเหมือนกับ “มัคนายก” 555

เหตุผลหนึ่งที่เขาใช้ภาษารุ่นเก่าในการแต่งเพลง เพราะต้องการให้พ่อแม่ร้องเพลงของตัวเองได้

ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ

เพลงของเขาไม่ธรรมดาครับ

“แลรักนิรันดร์กาล” ยอดคนดูในยูทูบตอนนี้ 118 ล้านวิว

“ตราบธุรีดิน” 67 ล้านวิว

และเพลงอื่นๆ ก็หลายล้านวิวทั้งนั้น

พอค้นข้อมูลไปเรื่อยๆ ผมก็ไปเจอว่าเพลงฮิตของศิลปินดังหลายคนเกิดจากโลกออนไลน์

“ยูทูบ” ทำให้เกิดกระบวนการทำลาย “คนกลาง”

ทั้งรายการเพลงในสถานีโทรทัศน์หรือวิทยุ

“ศิลปิน” ที่สร้างสรรค์เพลง “บายพาส” ไปหา “คนฟัง” ได้เลย

ถ้าเพลงเพราะ หรือคนชอบก็จะเกิดการแชร์

ศิลปินใหม่ๆ จึงแจ้งเกิดได้ง่ายขึ้น

ไม่ต้องสังกัดค่ายเพลง

“ทอม” Room 39 ก็เกิดจาก “ยูทูบ” ร้องเพลงคัฟเวอร์เพลงเก่าๆ ของ “บอย โกสิยพงษ์”

ร้องเพราะจนคนเข้าไปฟังเยอะมาก

ดังจน “บอย” ต้องชวนมาออกซิงเกิล

นอกจากนั้นแล้ว “ยูทูบ” ยังทำให้เกิดเพลงฮิตแบบ “แลรักนิรันดร์กาล”

“ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน”

และ “มหาลัยวัวชน”

 

3เพลงนี้ยอดวิวสูงมาก

“มหาลัยวัวชน” ของวงพัทลุง ยอดวิว 167 ล้านวิว

“ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” ของ “ก้อง ห้วยไร่” 133 ล้านวิว

และ “แลรักนิรันดร์กาล” 118 ล้านวิว

“ความเหมือน” ของ 3 เพลงนี้คือเป็นเพลงภาษาถิ่น

“มหาลัยวัวชน” เป็นเพลงภาษาใต้

“ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” เป็นเพลงภาษาอีสาน

และ “แลรักนิรันดร์กาล” เป็นเพลงภาษาเหนือ

ทุกเพลงมีกลุ่มเป้าหมาย คือ คนใต้ คนเหนือ และคนอีสาน

ขายคนท้องถิ่น

ไม่ใช่เพลงภาษากลางที่ขายทั่วประเทศ

แต่ยอดวิวกลับสูงกว่าเพลงภาษากลางจากศิลปินดังๆ หลายคน

แสดงว่าคนท้องถิ่นนั้นโหยหา “ความคุ้นชิน”

คนใต้เจอคนใต้ก็พูดภาษาใต้กัน

คนอีสานและคนเหนือก็เช่นกัน

“ยูทูบ” ทำให้คนต่างจังหวัดได้ฟังเพลงภาษาถิ่นได้ง่ายขึ้น

ไม่เหมือนตอนที่ยังต้องพึ่งพิงรายการเพลงทางโทรทัศน์หรือวิทยุ

ระบบนี้กระบวนการคือ “เพลง” ไปหา “คนฟัง”

ดีเจเปิดเพลงไหน คนฟังก็ต้องฟัง

ทุกรายการจึงพยายามจะ “mass” คือ เปิดเพลงภาษากลางที่ทุกคนฟังกันได้

แต่ “ยูทูบ” นั้น “คน” ไปหา “เพลง”

คือ เราเป็นคนเลือกว่าจะเปิดฟังเพลงไหน

ชอบเพลงไหนก็เปิดเพลงนั้น

หลังจากปรากฏการณ์ “ไทบ้านเดอะซีรีส์” หนังภาษาอีสานที่ใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ตีโอบจากอีสานเข้ากรุง

ทำเงินได้หลายสิบล้านบาท

มาถึง “ก้อง ห้วยไร่-พัทลุง-ปู่จ๋านลองไมค์”

ผมเชื่อว่าต่อไป “ตลาดเฉพาะ” จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ

เทคโนโลยีจะทำให้การเข้าหาตลาดเฉพาะกลุ่มง่ายขึ้น

ไม่ต้องเหวี่ยงแหเอาทุกกลุ่มเหมือนเดิม

ไม่ต้องเป็น “ตำนานรัก”

…แต่ใจต้องการนัก

แค่เพียงได้รักเจ้าเนิ่นนาน

…แค่นั้นพอ

บทความก่อนหน้านี้พลโท ดร.พงศกร รอดชมภู : เลือด น้ำตา และความหวังของชาวเอธิโอเปีย
บทความถัดไปกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร : “ต้นไม้ หรือ ฟองน้ำ”