สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง/ชวนปลูกยาปลูกอาหาร

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

 

ชวนปลูกยาปลูกอาหาร

 

ในภาวะวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น ชีวิตยังมีความหวังยังต้องเดินต่อไปและต้องกินต้องใช้

ชวนทุกท่านมาร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารที่เป็นยาด้วย

ขอแนะนำสมุนไพรใกล้ตัวที่ควรปลูกประจำบ้าน แม้มีพื้นที่น้อยๆ ก็ปลูกได้

สมุนไพรเหล่านี้สามารถนำมาทำเป็นอาหารที่ได้สรรคุณทางยา

และในบางครั้งก็นำมาปรุงเป็นยาสมุนไพรโดยตรง ใช้แก้อาการและโรคพื้นฐานง่ายๆ ใช้ในครัวเรือน

เวลานี้อากาศยังร้อนอบอ้าว แต่อีกสักพักฤดูฝนจะมา ปลูกไม้ปลูกสมุนไพรก็จะง่ายขึ้น

 

ต้นแรก (ไม้ประจำอาหารไทย) กะเพรา อาหารพื้นๆ ที่รสเด็ดเผ็ดร้อนอย่างผัดกะเพรา แม้จะมีบางคนเรียกว่าเป็นอาหารสิ้นคิด (คิดอะไรไม่ออกก็สั่งผัดกะเพรา) แต่ในอารมณ์ความรู้สึกเมนูนี้น่าจะอยู่ใน DNA ของคนไทย (ฮ่า ฮ่า) เพราะหลายคนเมื่อกลับจากต่างประเทศอาหารมื้อแรกที่จะสั่งหลังจากลงเครื่องคือ ผัดกะเพราเผ็ดๆ ใส่ใบกะเพราเยอะๆ ใส่ไข่ดาวให้ครบสูตร

ในใบกะเพรา มีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 0.35% ประกอบด้วยสารสำคัญคือ Apigenin Camphor Cined, Eugenol, Limonene, Pinene, Sabinene Terpineol, Ocimol, Linalool และกรดอินทรีย์หลายชนิด

การทดลองพบว่าน้ำมันหอมระเหยในกะเพรามีฤทธิ์ขับลม ลดการบีบตัวของลำไส้ และสาร Eugenol มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกเสียด ใบกะเพราช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียดและปวดท้อง

ในการศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่า กะเพรามีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แก้อาการไอ ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยคลายเครียด

ผัดกะเพราโดยใส่ใบกะเพราเยอะๆ ทั้งอร่อยทั้งเป็นยา

หรือจะทำเป็นยาแก้ไอง่ายๆ โดยให้เอาใบกะเพรามาตำให้แหลก แล้วบีบหรือคั้นเอาเฉพาะน้ำ เวลาคั้นอาจใช้น้ำสุกสะอาดผสมลงไปเล็กน้อย

เมื่อได้น้ำคั้นกะเพราจำนวนเท่าใด ให้ผสมกับน้ำผึ้งในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน แล้วผสมให้เข้ากันดี ให้จิบกินบ่อยๆ เป็นยาแก้ไอ ลดเสมหะ และลดอาการคันหรือระคายคอได้อย่างดี

กะเพราปลูกง่าย ให้ผลเร็ว และปลูกง่ายใช้เมล็ดปลูก และเมื่อต้นแก่ เมล็ดก็จะร่วงและเกิดขึ้นเองอีกเรื่อยๆ เท่ากับปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้ต่อเนื่อง

 

ขมิ้นชัน เป็นพืชล้มลุก ต้นสูงประมาณ 50-70 เซนติเมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีสีเหลืองเข้มจนถึงสีแสดเข้ม ขมิ้นชันชอบอากาศค่อนข้างร้อน ปกติควรปลูกในราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เวลานี้จึงเหมาะเจาะ ขมิ้นชันชอบดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ใช้เหง้าแก่ที่อายุ 11-12 เดือน ใช้แง่งแม่หรือแง่งนิ้วมือ โดยไม่ต้องตัดหรือตัดเป็นท่อนๆ ให้มีตาติดอยู่ 1-2 ตา และนำหัวพันธุ์ฝังดินลึก 5-7 เซนติเมตร ใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมแปลงช่วยรักษาความชื้น

หลังจากปลูกในช่วง 6 เดือนแรก ถ้าฝนไม่ตก ควรรดน้ำรักษาความชุ่มชื่นในดินให้สม่ำเสมอ

ขมิ้นชันจะเริ่มแก่เมื่ออายุประมาณ 7 เดือน สังเกตจากใบล่างๆ จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปล่อยทิ้งไว้อีก 2-3 เดือน ใบจะแห้ง ต้นฟุบ ก็ขุดไปใช้ได้

ถ้าดินแห้งเกินไปให้รดน้ำก่อน เพื่อให้ขุดง่ายขึ้น

ขมิ้นชันทุบใส่ลงต้มกับเมนูต้มยำ ซดน้ำร้อนๆ อร่อยแท้ หรือนำเนื้อสัตว์ทอดกับขมิ้น เช่น ปลาทอดขมิ้น ก็ได้

ในทางยาสมุนไพร ขมิ้นชันเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก สรรพคุณใช้รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ โรคกระเพาะอาหาร ภายนอกใช้แก้แผลพุพอง และแก้โรคผิวหนัง

ที่สำคัญยิ่งคือเป็นส่วนผสมในการบำรุงผิวพรรณอย่างดีด้วย

 

ตําลึง เป็นไม้เถามีอายุได้หลายปี เมื่ออายุมากเถาจะใหญ่ขึ้นและแข็ง ปลูกเป็นผักขึ้นตามรั้ว ปลูกโดยใช้เมล็ด เก็บเมล็ดพันธุ์จากผลที่สุกเต็มที่ หรือจากประสบการณ์ใครมีที่ปล่อยรกๆ ชื้นๆ เดี๋ยวตำลึงมาขึ้นได้เอง

จึงเป็นพืชที่ขึ้นได้ง่าย

ตำลึงมีสารเคมีที่ตรวจพบคือ Amino acid หลายชนิด และมีรายงานว่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด

นอกจากนี้ยังใช้รักษาอาการแพ้ อักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย

โดยเอาใบสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อย คั้นน้ำจากใบเอามาทาบริเวณที่มีอาการ ให้ทาบ่อยๆ จนกว่าจะหาย

เมื่อปลูกเก็บใบได้แล้ว เมนูที่กินได้ทั้งครอบครัวตั้งแต่เด็กไปถึงสูงวัยก็คือ ต้มจืดตำลึงใส่หมูสับ กินช่วยคลายร้อนได้เพราะตำลึงมีสรรพคุณรสเย็น

ถ้าจะปรุงเมนูเผ็ดร้อนก็ต้อง แกงเลียงใส่ตำลึง หรือเมนูพื้นฐานตำลึงผัดไข่หรือแค่ผัดน้ำมันหรือลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อย

กินได้ทุกวันทุกวัย

 

ตะไคร้ ปลูกไม่ยาก ใช้เหง้าปลูก ตัดใบออกให้เหลือตอโคนยาวพอสมควร ปักเอียงลงดิน ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย ไม่ชอบน้ำขัง และปลูกได้ตลอดปี

ใบและลำต้นประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยปริมาณสูงมาก

สารสำคัญในน้ำมันคือ Citral, Linalool, Geraniol, Methylheptenone เป็นต้น

น้ำมันนี้มีฤทธิ์เป็นยาขับลม แก้จุกเสียดและมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราด้วย นอกจากทำเป็นอาหารประเภทต้มยำหรือยำแล้ว การเตรียมเป็นยาง่ายๆ แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด

ให้ใช้ต้นแก่สดๆ ทุบพอแตกประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำประมาณครึ่งลิตร ดื่มอุ่นๆ หรือจะกินต้มยำร้อนๆ ก็ได้

และใครจะปลูกต้นตะไคร้หอมสักกอก็ดี ช่วยไล่ยุงรอบบ้านด้วย

 

สมุนไพรชนิดสุดท้ายใช้ปรุงอาหารไม่ได้ แต่กำลังฮิตติดอันดับที่ควรปลูกประจำบ้าน คือ ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณหลักใช้แก้ไข้และหวัดทั่วไป แก้เจ็บคอ ร้อนใน แก้ท้องเสีย ใช้เป็นยาภายนอกแก้ผื่นคันโรคผิวหนังก็ได้

การเตรียมยาใช้ในครัวเรือน แก้อาการไข้และท้องเสีย ใช้ใบสด 1-3 กำมือ ต้มกับน้ำ 10-15 นาที ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง หรือเวลามีอาการ (ถ้าแก้อาการเจ็บคอ ใช้เพียง 1 กำมือ)

แต่ขอบอกว่า ยารสขมมาก หากจะเก็บใบตากแห้ง บดผงแล้วปั้นผสมน้ำผึ้ง ตากแห้งอีกที เก็บไว้กินก็จะกินง่ายขึ้น กินยาลูกกลอนครั้งละ 4-6 เม็ด

การปลูกใช้กิ่งปักชำได้ แต่เพาะจากเมล็ดง่ายกว่า ต้นเดิมก่อนจะตายไปให้เก็บฝักแก่สีน้ำตาลเข้ม กะเทาะเปลือกออก นำเมล็ดไปกระตุ้นการงอก โดยแช่น้ำธรรมดา สัก 2 คืน หรือแช่น้ำร้อน 80-100 องศาเซลเซียส ประมาณ 5-10 นาที ในฝักมีเมล็ดเล็กๆ มากมายเก็บไว้เพาะต่อได้สบายมาก

ฟ้าทะลายโจร ควรปลูกในที่มีแดด แต่ควรมีไม้ใหญ่ช่วยบังแดดให้บ้างไม่ร่มทึบเกินไป

ปลูกในหน้าฝนเมล็ดจะงอกดีมาก และเริ่มเก็บใบใช้ได้ เมื่ออายุประมาณ 3-4 เดือน เป็นช่วงที่เติบโตเต็มที่และเริ่มออกดอก

ยามวิกฤตถ้าเราได้ปลูกยาปลูกอาหารไว้ในครัวเรือน เรื่องหนักในชีวิตก็น่าจะเบาลงบ้างเพราะมีความมั่นคงทางอาหารและยาในครัวเรือน

บทความก่อนหน้านี้เศรษฐกิจ / กู้ 1 ล้านล้าน-ตราบาปเงินแผ่นดิน หวั่นโกงกิน-ใช้งบฯ ไร้ประสิทธิภาพ ‘ลูก-หลาน’ แบกหนี้หลังแอ่น 30 ปี
บทความถัดไปรายงานพิเศษ / เมื่ออดีตพัดหวน สะกิดแผล ‘3 ป.’ การเมืองร้อน-โผทหารแรง ‘บิ๊กแก้ว-บิ๊กบี้’ กลางกระแสข่าวลือ เมื่อ ตท.20 จ่อชิงปลัด กห.