แมลงวันในไร่ส้ม / ตัวเลขโควิด ‘ลด’ รัฐปลดล็อกเฟส 2 ตั้งเป้ากู้วิกฤต ศก.

แมลงวันในไร่ส้ม

ตัวเลขโควิด ‘ลด’

รัฐปลดล็อกเฟส 2

ตั้งเป้ากู้วิกฤต ศก.

าตรการต่อสู้การระบาดของไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ที่ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ปิดสถานที่เสี่ยง และห้ามออกนอกเคหสถาน 22.00-04.00 น. และมาตรการเวิร์กฟรอมโฮม แม้ได้ผลในเชิงการแพทย์ ตัวเลขติดเชื้อและเสียชีวิตในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แต่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทประสานภาคธุรกิจกับรัฐบาล กล่าวไว้เมื่อเดือนเมษายนว่า ประเมินจากแรงงานทั้งหมดของประเทศ 38,557,037 คน คาดว่าจะมีคนตกงาน 7,130,200 คน หรือ 18.5% ของแรงงานทั้งหมด 95% เป็นแรงงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท

ภาคบริการจะได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือธุรกิจก่อสร้างและสิ่งทอ ส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อาทิ ท่องเที่ยวที่แผ่วลงอย่างต่อเนื่อง เรื่องการจ้างงานหรือส่งมอบงานที่มีน้อยลงจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ

ภาคเอกชนได้เสนอแนวทางที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือไปแล้ว แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ 2-3 เดือน อาจส่งผลทำให้มีแรงงานตกงานเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องประเมินสถานการณ์เป็นช่วงๆ ไม่สามารถสรุปได้ชัด

คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนใน ศบค. ที่มีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน และมีตัวแทนองค์กรภาครัฐและเอกชนเป็นกรรมการได้เสนอแนวทางต่อรัฐบาลเป็นระยะ

รัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการรอบแรก เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ให้เปิด 6 กิจกรรม คือ 1.ตลาด 2.ร้านจำหน่ายอาหาร 3. กิจการค้าปลีกส่ง 4. กีฬาสันทนาการ 5.ร้านตัดผม เสริมสวย 6.อื่นๆ เช่น ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับฝากเลี้ยงสัตว์

หนึ่งในมาตรการที่ผ่อนคลาย คือการให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ห้ามนั่งดื่มที่ร้าน

 

ศบค.ประกาศว่าจะประเมินผลการผ่อนคลายทุก 14 วัน และประกาศว่า จะผ่อนคลายเฟส 2 ในวันที่ 17 พฤษภาคม โดยจะมีการประชุม ศบค.เพื่อสรุปในวันที่ 15 พฤษภาคม การผ่อนคลายครั้งนี้ มีทั้งหมด 3 กลุ่ม คือ

  1. กลุ่มกิจการ กิจกรรมที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งในระยะที่ 2 มี

กลุ่ม ก. การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร และร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีมในอาคารสำนักงาน

กลุ่ม ข. ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ยกเว้นโรงภาพยนตร์ ฟิตเนส โบว์ลิ่ง สวนสนุก สวนน้ำ ศูนย์ประชุม ศูนย์พระเครื่อง สนามพระ และพระบูชา

กลุ่ม ค. ร้านค้าปลีก ค้าส่งอื่นๆ

กลุ่ม ง. ร้านเสริมสวย (ย้อมผม ดัดผม หรือกิจกรรมอื่นๆ ภายในเวลาการบริการไม่เกิน 2 ชั่วโมง) และร้านทำเล็บ

  1. กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพ

กลุ่ม ก. คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงามคุมน้ำหนัก

กลุ่ม ข. สนามกีฬา เฉพาะกีฬาประเภทกลางแจ้ง และตามกติกาสากลเล่นเป็นทีม ไม่มีผู้ชม

กลุ่ม ค. สวนดอกไม้ สวนพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ ห้องสมุดสาธารณะ (เข้าเป็นรายคน) สถานประกอบการนวดแผนไทย (เฉพาะนวดเท้า)

และกลุ่มที่ 3 กลุ่มอื่นๆ เช่น การประชุม ณ สถานที่ภายในหรือภายนอกองค์กร ลักษณะการบรรยายร่วมกับวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จำกัดจำนวนคนตามพื้นที่ อีกกลุ่มคือทีมถ่ายทำรายการโทรทัศน์ โฆษณา ถ่ายแบบ ทำคลิป จำนวนไม่เกิน 5 คน

 

การปลดล็อกรอบนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบรรดาห้างใหญ่-ห้างดัง ที่ต้องปิดตัวมานานนับเดือน

เครือเดอะมอลล์กรุ๊ปออกมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วย โดยจะมี 100 มาตรการเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและภาครัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาด

ขณะที่ “ไอคอน-พารากอน” นางนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ระบุว่า ไอคอนสยาม สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ เตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้บริการอีกครั้ง

นำนวัตกรรมเข้ามาผสานในการดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นแก่พันธมิตร คู่ค้า และประชาชนที่มาใช้บริการเต็มรูปแบบ

อาทิ หุ่นยนต์อัจฉริยะที่ติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อนและวัดอุณหภูมิเข้ามาใช้ในการช่วยคัดกรอง, การนำเทคโนโลยีทำความสะอาดอย่างล้ำลึกด้วยการใช้รังสี UV-C ฆ่าเชื้อในทุกพื้นที่ทั้งภายในและนอกศูนย์

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการต่างๆ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยมี 3 ยุทธศาสตร์หลัก อาทิ ยุทธศาสตร์ความปลอดภัยของศูนย์การค้า คือ ทำความสะอาดอย่างล้ำลึกก่อนศูนย์เปิดในทุกพื้นที่ จัดให้มีการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกตั้งแต่การอบโอโซนและอบรังสี UV-C พร้อมฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั่วทุกพื้นที่

ส่วนการลดความแออัด รักษาระยะห่าง จำกัดจำนวนคน เป็นไปตามกำหนดของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และระบุจำนวนชัดเจนในทุกพื้นที่, กำหนดระยะห่างในพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ ห้องน้ำ, กำหนดระยะห่างในการใช้บันไดเลื่อน 2 ขั้นเป็นอย่างน้อย

การจัดโต๊ะที่นั่งในร้านอาหาร ให้นั่งเยื้องกัน และเว้นระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร, จัดทำฉากกั้นแยกส่วนในจุดที่ให้บริการลูกค้าตลอดเวลา เป็นต้น

 

สําหรับการปลดล็อกมีเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจก้าวเดินไปตามระบบ

เพราะการปิดกิจการและมาตรการจำกัดต่างๆ ส่งผลเสียหายต่อธุรกิจต่างๆ อย่างมหาศาล เพราะสินค้าที่สั่งมาไม่สามารถจำหน่ายได้ ลูกค้าไม่สามารถมาใช้บริการได้ หลายแห่งเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาบ้างแล้ว

ขณะเดียวกัน ลูกจ้าง พนักงานที่ตกงาน มีจำนวนมากและมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะธุรกิจพากันปิดตัวไปหลังจากไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ ดังที่มีการเปิดเผยว่าอาจมีคนตกงานถึง 7-10 ล้านคน

ความเสียหายเริ่มมากเกินกว่ารัฐบาลจะแบกรับไหว ทำให้ต้องรีบพิจารณาคลายล็อก แม้ว่าทางแพทย์ที่มาร่วมกำหนดนโยบาย จะพยายามยกตัวอย่างการกลับมาระบาดซ้ำตลอดเวลา

อุปสรรคสำคัญสำหรับการปลดล็อก ได้แก่ คำสั่งเคอร์ฟิว ห้ามออกจากบ้าน 22.00-04.00 น. เพราะคำสั่งนี้ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปิดบริการเร็วกว่าปกติ การจ้างงานต่างๆ มีปัญหา ผู้ประกอบการหลายกิจการตัดสินใจไม่เปิดดำเนินการ เพราะต้นทุนสูงและข้อจำกัดมากเกินไป

เริ่มมีการแย้มข่าวว่าอาจยกเลิกเคอร์ฟิว หรือเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ถึงขนาดจะให้ กอ.รมน.ทำโพลสำรวจความเห็นประชาชน

แต่ก็มีการปฏิเสธในที่สุด โดยระบุว่า จะใช้ตัวเลขการติดเชื้อเป็นตัวตัดสินเท่านั้น

กระแสข่าวรัฐไทยคุมการระบาดได้ จนต่างชาติกล่าวขวัญ จึงเดินไปควบคู่กับความเสียหายทางเศรษฐกิจ การออกกฎหมายกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท การเยียวยาประชาชนที่ยังไม่ทั่วถึง และความเดือดร้อนของประชาชนในระดับพื้นฐาน

เป็นกระแสข่าวที่มีเนื้อหาย้อนแย้ง รอการตัดสินใจแก้ไขจากรัฐบาล

บทความก่อนหน้านี้รายงานพิเศษ / เมื่ออดีตพัดหวน สะกิดแผล ‘3 ป.’ การเมืองร้อน-โผทหารแรง ‘บิ๊กแก้ว-บิ๊กบี้’ กลางกระแสข่าวลือ เมื่อ ตท.20 จ่อชิงปลัด กห.
บทความถัดไปหลังเลนส์ในดงลึก / ปริญญากร วรวรรณ / ‘ทางกับความทรงจำ’