ภาพยนตร์ / นพมาส แววหงส์ / PAIN AND GLORY

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

PAIN AND GLORY

‘ศิลปะกับชีวิต’

 

กำกับการแสดง Pedro Almodovar

นำแสดง Antonio Banderas Penelope Cruz Asier Etxeandia Cesar Vicente

 

Pain and Glory เป็นหนังเรื่องล่าสุดจากผู้กำกับฯ ฝีมือดีของสเปนที่เข้าตากรรมการหลายสถาบัน ทั้งรางวัลใหญ่ เช่น ออสการ์ของอคาเดมี และปาล์มดอร์ของเทศกาลภาพยนตร์ที่คานส์ โดยเฉพาะบทบาทและฝีมือการแสดงของพระเอกตัวนำ อันโทนิโอ แบนเดรัส

หนังมีลักษณะคล้ายอัตชีวประวัติ ในแง่ของความจริงใจอย่างยิ่งของตัวเอกผู้เล่าเรื่องราวแบบแฟลชแบ็ก และแฟลชฟอร์เวิร์ด ย้อนหลัง เดินหน้า ซึ่งต้องนำมาปะติดปะต่อกันเป็นภาพรวมที่สมบูรณ์

เมื่อถึงที่สุดแล้ว แม้แต่เรื่องราวที่ดูเหมือนเป็นปัจจุบัน ยังเป็นชีวิตของเขาที่ถ่ายทอดลงบนฟิลม์หนังในเวลาต่อมาเลย

รวมความแล้วว่าไม่ใช่การเล่าเรื่องราวที่ตรงไปตรงมา หรือตามลำดับเหตุการณ์

แต่เป็นความซับซ้อนของชีวิตที่หลายสิ่งหลายอย่างเราอาจลืมไปแล้ว แต่ก็อาจผุดกลับขึ้นมาอีกเพื่ออธิบายความทุกข์หนักหนาสาหัสที่ทับถมจนหมดหนทางจะเดินหน้าต่อ

 

เมื่อเปิดเรื่อง เราเห็นซัลวาดอร์ มัลโล หรือที่เรียกขานกันว่า ซัลวา (อันโทนิโอ แบนเดรัส) ในวัยห้าสิบกว่า ถูกรุมเร้าด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ตกอยู่ในความทุกข์ทรมานทั้งทางกายและทางใจ

นั่นคือส่วนของ pain

เขาใช้ชีวิตอย่างเดียวดาย ผ่ายผอม เหงาหงอยอยู่คนเดียว หมดกะจิตกะใจจะใช้ชีวิต และมีอาการทางกายคือกลืนอะไรไม่ลง และสำลักอย่างรุนแรง

อาการทางกายนั้นหายได้ด้วยการผ่าตัดก้อนเนื้อในลำคอ

ส่วนอาการทางใจนั้นต้องการการเยียวยาทางอื่น

ปัจจุบันของซัลวามีแต่ pain ส่วน glory ที่ยังหลงเหลือติดตัวอยู่บ้างนั้นกลายเป็นอดีตไปหมดแล้ว

เขาเป็นผู้กำกับหนังแบบเดียวกับที่อัลโมโดวาร์เป็น อย่างที่เรียกว่า auteur คือเป็นผู้สร้างเรื่องราว เขียนบทและกำกับฯ เองเบ็ดเสร็จ

ซัลวาเคยประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่ในวัยฉกรรจ์ด้วยหนังที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงเหมือนจะกลายเป็นหนังคลาสสิคของสเปนไปแล้ว

ชื่อของหนังที่ประสบความสำเร็จเรื่องนั้นแปลความได้ในทำนองว่า “รสชาติชีวิต” (Flavor)

นั่นคือเมื่อ 32 ปีมาแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็ตกอยู่ในช่วงขาลง ทำงานสร้างสรรค์อะไรไม่ได้เลย

ผลที่ตามมาอีกอย่างของหนังเรื่องนั้นคือเขาตัดความสัมพันธ์ขาดสะบั้นกับพระเอกหนังเรื่องนั้น อัลแบร์โต (อาซิเอร์ เอตเซอันเดีย) ไปเลย ด้วยเหตุว่าซัลวาต้องทนอยู่กับอาการติดยาของอัลแบร์โต ซึ่งทำให้การแสดงไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ

แต่หนังเรื่อง “รสชาติชีวิต” ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงถึงขั้นที่มีการนำกลับมาฉายใหม่ในเทศกาลหนัง เมื่อสามสิบสองปีให้หลัง

เป็นผลให้ซัลวาต้องกลับติดต่อกับอัลแบร์โต พระเอกเก่าของเขา เพื่อขอให้ไปออกรายการร่วมกัน

และนั่นนำเขากลับไปสู่ช่วงชีวิตอีกช่วงในอดีต

 

ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเขียนเรื่องราวในหัวข้อว่า “การติดยา” (Addiction) ซึ่งอัลแบร์โตได้กลับมาแสดงหนังอีกครั้ง

และนำไปสู่การหวนกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่างซัลวากับแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไป ซึ่งไปใช้ชีวิตสมรสกับภรรยาและลูกในอเมริกาใต้

ความอาลัยรักระหว่างซัลวากับอดีตแฟนหนุ่มยังคงมีสายใยที่ตัดไม่ขาด

และความสัมพันธ์นี้ก็นำไปสู่การหวนสู่อดีตในวัยเด็ก สมัยที่ซัลวาอาศัยอยู่ในบ้านใต้ดินที่แม่เขาเรียกว่าเป็นถ้ำ แม่ (เพเนโลปี ครูซ) ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ หลังขดหลังแข็ง ส่งเสียลูกชายคนเดียวให้เรียนหนังสือ เพื่อให้หลุดพ้นจากวังวนของความยากจน

ซัลวามีแววศิลปินตั้งแต่เด็ก เขามีเสียงกังวานใสราวระฆังแก้ว จนได้รับคัดเลือกให้เป็นนักร้องในคณะประสานเสียงของโบสถ์

และในบ้านถ้ำวัยเด็กของเขานั่นเอง เป็นสถานที่ที่กำหนดทางเดินชีวิตต่อมาด้านหนึ่ง นั่นคือความสัมพันธ์แบบชายรักชาย

แม่พยายามทำบ้านถ้ำให้สวยงามน่าอยู่ด้วยการจ้างเอดูอาร์โด (เซซาร์ วิเชนตี) คนงานปูกระเบื้องมาทำผนังให้ โดยแลกกับการที่ลูกชายสอนให้เขาอ่านออกเขียนได้

นอกจากปูกระเบื้องเก่งแล้ว เอดูอาร์โดยังมีพรสวรรค์ในการเขียนรูป

เขาวาดรูปเหมือนระบายสีสวยงามของเด็กชายซัลวาไว้บนกระดาษถุงปูนซีเมนต์ ซึ่งจะเป็นจุดหนึ่งในรอยต่อของปัจจุบันกับอดีต

และนำไปสู่เหตุการณ์ในวัยเด็กที่ซัลวาเกิดแรงบันดาลใจขึ้นอีกครั้ง โดยนำมาเขียนเป็นบทหนังเรื่องใหม่ ในชื่อว่า “ความปรารถนาครั้งแรก” (First Desire)

 

ทั้งหมดนี้เล่าเรื่องกลับไปกลับมาระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่ออธิบายตัวตนอย่างที่กลายมาเป็น ซัลวาดอร์ มัลโล ผู้กำกับหนังชื่อดัง

ซึ่งน่าจะมีความเป็นจริงในชีวิตของอัลโมโดวาร์เป็นส่วนใหญ่

ศิลปะกับชีวิต เป็นกระจกเงาอันแจ่มชัดที่สะท้อนให้เห็นภาพของกันและกัน

นี่เป็นการร่วมงานครั้งที่เท่าไรก็ไม่ได้นับของเปโดร อัลโมโดวาร์ กับนักแสดงหลักสองคน คือ อันโทนิโอ แบนเดรัส กับเพเนโลปี ครูซ

และทั้งสองทำได้ดีมากในบทบาทของตน

โดยเฉพาะแบนเดรัส ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มดอร์ไป และเป็นหนึ่งในห้าของผู้เข้าชิงออสการ์ปีนี้

เป็นบทบาทที่ยอดเยี่ยมที่สุดบทหนึ่งที่เคยเห็นจากอันโทนิโอ แบนเดรัส

บทความก่อนหน้านี้เชิงบันไดทำเนียบ : สุวรรณภูมิอลเวง ! ‘ทัพไทย’ ยึดอำนาจ ‘ศูนย์อีโอซี’ ผ่าตัดใหญ่ ‘ทีม ผบ.กบ’ เคลียร์เอง
บทความถัดไปแรมโบ้อีสาน จวกกลับ วัฒนา โมโหลูกสาวไม่ได้กลับไทย ลั่นใครแน่ไร้สมอง