ทัพสีกากีปรับกระบวนยุทธ์ “บิ๊กแป๊ะ” ถือธงฝ่า “โควิด-19” ไม่บกพร่อง “พิทักษ์สันติราษฎร์”

ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) รายงานตัวเลขเจ้าหน้าที่ตำรวจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยอดล่าสุดวันที่ 23 มีนาคม มีจำนวน 30 นาย

แบ่งเป็น บช.น. 22 นาย บช.ภ.1 2 นาย บช.ปส. 1 นาย บช.ตชด. 1 นาย บช.ส. 1 นาย สตม. 1 นาย รพ.ตร. 1 นาย บช.ก. 1 นาย

มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน จำนวน 550 นาย

ทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงต้องมีมาตรการลดความแออัดของที่ทำงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับข้าราชการตำรวจ โดยให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

  • ไล่เรียงคำสั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์

มีใจความระบุว่า

การปฏิบัติงานของส่วนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือการปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ซึ่งต้องมีผู้ปฏิบัติการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ให้ปฏิบัติไปตามหลักการ จัดผลัดการปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุมพื้นที่ ระยะเวลาตามปกติ และเหมาะสมกับสถานการณ์แต่ละพื้นที่ ส่วนการปฏิบัติของส่วนงานบริการประชาชน อาจปรับลดกำลังพลผู้ปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นของภารกิจ

สำหรับการปฏิบัติงานของส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากงานด้านอำนวยการของหน่วย ให้พิจารณาปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ ดังนี้

1. จัดแบ่งกำลังพลเป็น 2 ชุด ชุดแรกปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้งหน่วย ส่วนชุดที่ 2 ปฏิบัติงานจากบ้านพัก (มิใช่การหยุดงาน/หยุดพัก) สลับกันไปในแต่ละวัน โดยให้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ธำรงการติดต่อสื่อสารไว้ พร้อมเรียกตัวกลับมาปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้งได้ทันที และให้กำหนดมาตรการหรือแนวทางติดตาม ตรวจสอบ ควบคุมการปฏิบัติราชการ ณ ที่พักอย่างแท้จริง และประเมินผลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การจัดชุดปฏิบัติงานจากบ้านพักให้คำนึงถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ด้านบ้านพัก/ที่พักที่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้จริง ไม่ก่อให้เกิดปัญหาให้กับกำลังพลเพิ่มเติม หรือทำให้ต้องออกจากที่พักไปใช้สถานที่สาธารณะในการปฏิบัติราชการอันไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการลดความแออัด

2. พิจารณาจัดการปฏิบัติงานโดยเหลื่อมเวลาในแต่ละวันทำการ โดยให้แต่ละส่วนมีเวลาปฏิบัติงานรวม 7 ชั่วโมง และพักรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ การจัดเวลารับประทานอาหาร ณ โรงอาหารรวมให้พิจารณาการเหลื่อมเวลาด้วย

3. การปฏิบัติในแต่ละกรณี ต้องไม่เสียหายต่อราชการและการบริการประชาชนโดยเด็ดขาด และต้องปฏิบัติตามมาตรการ/แนวทางที่รัฐบาล ตลอดจนกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด หากมีกรณีจะต้องเบิกงบประมาณเพื่อปฏิบัติราชการใดๆ ต้องปฏิบัติตามหลักกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการนั้นด้วย ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกกรณี เมื่อหยุดพักจากการปฏิบัติหน้าที่ให้เดินทางกลับที่พักและลดการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชา ตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้าหน่วยระดับ ผกก.ขึ้นไป แล้วแต่กรณี เป็นผู้สั่งการและกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับทำความเข้าใจกับข้าราชการตำรวจในสังกัดให้ชัดเจนถึงมาตรการดังกล่าว ซึ่งวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสโรคและลดความแออัด

โดยธำรงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้มากที่สุด

เมื่อมองสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้แนวโน้มข้าราชการตำรวจที่จะติดเชื้อไวรัสและถูกกักตัวเพิ่มขึ้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ทาง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามจัดสรรให้ดีที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่ต้องออกไปสัมผัสประชาชน ต้องจัดผลัดจัดเวรให้ดีที่สุด

ส่วนฝ่ายอำนวยการที่สามารถทำงานที่บ้านได้ ให้หัวหน้าหน่วยไปพิจารณาปรับตัวการส่งงานทางออนไลน์

ซึ่งจำนวนตำรวจที่ถูกกักตัว 4-5 ร้อยคนจาก 2 แสนคน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าพยายามทำให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจติดเชื้อไวรัส หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง จะต้องกักตนเองอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตัวให้อยู่ในกรอบ ยึดถือกฎหมายและระเบียบวินัยคำสั่ง และให้ผู้บังคับบัญชาคอยสอดส่องดูแล หากปล่อยปละละเลย ก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน

ในส่วนของดำเนินการกับสถานบริการ สถานที่ต่างๆ หากฝ่าฝืนคำสั่งปิดชั่วคราวตามประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องได้รับการร้องขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจในการออกประกาศ จึงจะไปดำเนินการกวดขันจับกุมได้

ซึ่ง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ล่าสุด ศปก.ตร. รายงานผลการจับกุมร้านค้าและสถานบริการที่ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีการจับกุมทั้งสิ้น 4 ร้าน ประกอบด้วย

1. สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี จับกุมร้านปาเต๊ะ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี

2. สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จับกุมร้านอีสานเมืองนนท์ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี

3. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จับกุมร้านอิงลิชโรช บาร์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทั้ง 3 แห่ง ถูกแจ้งข้อหา จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และฝ่าฝืนคำสั่งมาตรการป้องกันโรคระบาดของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ชลบุรี ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558

และ 4. สภ.คอหงส์ จ.สงขลา จับกุมร้านป้าวันดี ซ.ทวีวรรณ์ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ข้อหาเปิดร้านบริการนวดเพื่อเสริมความงาม และฝ่าฝืนคำสั่งมาตรการป้องกันโรคระบาดของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงกวาดล้างจับกุมผู้ที่กักตุนและขายหน้ากากอนามัยเกินราคาอย่างต่อเนื่อง ยอดจับกุมตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม-23 มีนาคม จับกุมผู้ต้องหา 209 คน ของกลาง 934,497 ชิ้น มูลค่า 5,068,874 บาท

สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อการทำงาน

ตำรวจต้องปรับทำหน้าที่ให้สมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์…อย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ เล็งสั่งขนส่งสาธารณะหยุด-ลดให้บริการ ทั้งรถเมล์ BTS กทม. และรถข้ามเขตจังหวัด!
บทความถัดไปยูเอ็นร้องขอเงิน 82 ล้านล้านบาท ช่วยประเทศกำลังพัฒนารับมือโควิด